เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 10 พ.ย. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เดินทางถึงท่าอาศยานนานาชาติแม่สอด อ.แม่สอด จ.ตาก เพื่อติดตามการปราบปรามสแกมเมอร์ตามแนวชายแดนไทย-เมียนมา และการช่วยเหลือชาวต่างชาติจากเคเคปาร์ค เมืองเมียวดี ประเทศเมียนมา จากการปราบปรามสแกมเมอร์ โดยมีนายอัครา พรหมเผ่า รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขาธิการนายกรัฐมนตรี นายวิชาวัฒน์ อิศรภักดี ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการต่างประเทศ นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย และ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เข้าร่วมการหารือด้วย

ทั้งนี้ นายกฯ และนายนาเคศ สิงห์ (His Excellency Mr. Nagesh Singh) เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอินเดียประจำประเทศไทย ต่างยินดีที่ได้หารือแลกเปลี่ยนข้อมูลและมุมมองเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์และอาชญากรรมข้ามชาติ โดยนายกฯ เน้นย้ำว่า รัฐบาลให้ความสำคัญสูงสุดต่อการปราบปรามอาชญากรรมทางออนไลน์ โดยยกระดับให้เป็นวาระแห่งชาติ พร้อมให้ความช่วยเหลือในการส่งกลับบุคคลต่างชาติ ซึ่งรวมถึงชาวอินเดีย จากศูนย์สแกมเมอร์ในเมียนมาอย่างต่อเนื่อง พร้อมขอบคุณอินเดียที่ให้ความร่วมมืออย่างทันท่วงทีในการให้ความช่วยเหลือจัดเที่ยวบินพิเศษรับชาวอินเดียกลับประเทศ

ด้านเอกอัครราชทูตอินเดียฯ กล่าวขอบคุณนายกรัฐมนตรี รัฐบาลไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งฝ่ายความมั่นคง ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง กระทรวงมหาดไทย จังหวัดตาก สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ในการให้ความช่วยเหลือชาวอินเดียที่ตกเป็นเหยื่อจากศูนย์สแกมเมอร์ได้เดินทางกลับประเทศ ทั้งในวันนี้ จำนวน 197 คน และเมื่อวันที่ 6 พ.ย. ที่ผ่านมา จำนวน 270 คน พร้อมชื่นชมนโยบายของรัฐบาลในการเข้มงวดปราบปรามอาชญากรรมทางออนไลน์ทุกประเภท

อย่างไรก็ตาม นายกฯ และเอกอัครราชทูตอินเดีย ยังเห็นพ้องเดินหน้าร่วมมือกันในการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมไซเบอร์และการค้ามนุษย์ และเสริมสร้างความร่วมมือกันอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันไม่ให้มีใครตกเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์และกลุ่มอาชญากรรมไซเบอร์ เพื่อประโยชน์ร่วมกันของทั้งสองประเทศ และเพื่อความมั่นคงและความเจริญรุ่งเรืองของภูมิภาคโดยรวม.



