จากกรณี นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สส.กทม.พรรคประชาชนโพสต์เฟสบุ๊ก “จุดจบสายลาก ห้ามดื่มในร้านนอกเวลาขาย โดยระบุว่า จากที่ข่าวหลายสำนักได้ออกมานำเสนอเรื่องห้ามดื่มหลังเวลาขายนั้นก็เพราะกฎหมายตามพ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ฉบับที่ 2 (พ.ศ.2568) ม.32 ห้ามบริโภคแอลกอฮอล์ในที่สถานที่ที่ขายแอลกอฮอล์ หรือให้บริการเพื่อการค้า ในเวลาห้ามขาย หากฝ่าฝืนมีความผิด โทษปรับไม่เกิน 1 หมื่นบาท สรุปง่าย ๆ คือ ห้ามดื่มแอลกอฮอล์ในสถานที่หรือบริเวณที่ขายหรือจัดบริการเพื่อประโยชน์ทางการค้า ในเวลาห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (เที่ยงคืน – 11.00น.และ 14.00-17.00น.) สิ่งสำคัญที่ควรรู้คือ “ผู้ดื่มโดนปรับ” โดย พ.ร.บ.ฉบับนี้จะมีผลบังคับเมื่อพ้นกำหนด 60 วันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา ( 8 พ.ย.2568)
ล่าสุดวันที่ 10 พ.ย. นพ.นิพนธ์ ชินานนท์เวช ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า จริงๆ เรื่องนี้ ตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 253 (ปว. 253) ซึ่งมีมานานก่อนหน้านี้แล้ว แต่มีการเลิกปว.253 แล้วก็ยกเอาข้อความในปว.253 มาอยู่ในพ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ฉบับที่ 2 (พ.ศ.2568) ซึ่งตามจริงที่ผ่านมา ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจไปจับร้านค้าที่มีการขายเครื่องดื่มเกินเวลานั้นต้องจับ ปรับคนที่ดื่มด้วย แต่เนื่องจากที่ผ่านมา โทษปรับสำหรับคนดื่มนั้นอาจจะเพียงไม่กี่ร้อยบาท แต่เมื่อยกข้อความดังกล่าวมาไว้ในพ.ร.บ.ฯ ก็มีการเพิ่มโทษปรับในส่วนของคนดื่มไปด้วย คือ ปรับไม่เกิน 10,000 บาท แต่คำว่า ปรับไม่เกิน 10,000 บาทนั้น เนื่องจากเป็นกฎหมายพินัย ก็อาจจะมีการปรับจริงเพียง 100 บาทก็ได้ แต่อย่างไรก็ตาม กฎหมายพินัยที่จะให้มีการปรับนั้นยังไม่ได้ออกรายละเอียด อยู่ในขั้นตอนการเสนอรัฐมนตรี เพราะต้องออกเป็นประกาศสำนักนายก ที่จะประกาศพินัยว่าให้มีการปรับพินัยตามกฎหมายฉบับนี้ ซึ่งจะปรับเท่าไหร่ก็ค่อยว่าไปตามประกาศ รวมถึงจะให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทั้งตำรวจ ปกครอง มีอำนาจตามกฎหมายนี้ด้วย เพราะเดิม กฎหมายปว.253 เป็นอำนาจกรมการปกครองกับตำรวจที่ดำเนินการ
นพ.นิพนธ์ กล่าวว่า ดังนั้น นี่ไม่ใช่การออกฎหมายใหม่ แต่สุดท้ายแล้ว จะยืดหยุ่นให้ดื่มได้หลังกำหนดห้ามขายเหล้าได้นานแค่ไหน ในกฎหมายมาตรา 32 เขียนว่า ให้คณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จะประกาศกำหนดเงื่อนไข หรือข้อยกเว้นใดเท่าที่จำเป็นก็ได้ ซึ่งตอนนี้ยังไม่ได้ออกกฎว่าจะให้ดื่มได้นานแค่ไหนหลังกำหนดเวลาห้ามขาย ถ้าคิดง่ายๆ สมมติว่า ร้านค้าปิดครัวกี่โมง แล้วจะให้สั่งอาหารได้ไม่เกินกี่โมง
เมื่อถามว่า สามารถเทียบกับการสั่งอาหารก่อนปิดครัวได้หรือไม่ นพ.นิพนธ์ กล่าวว่า จริงๆ ควรเป็นตามหลักนั้น แต่ก็มีคนสมมติว่า ถ้าเปิดให้ดื่มได้แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าร้านไม่ได้ขายด้วย ซึ่งเรื่องนี้ก็มีการคุยกันตั้งแต่ในชั้นกรรมาธิการแล้วว่าน่าจะมีความยืดหยุ่น เหมือนในต่างประเทศ เช่น สิงคโปร์ ให้มีการยืดหยุ่นได้ไม่เกินครึ่งชั่วโมงหลังปิดการขาย และประเทศอื่นก็มีตามไทม์ไลน์ของเขา ดังนั้นอยู่ที่คณะกรรมการที่เกี่ยวข้อง คณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์พิจารณาแล้วว่าควรเป็นเท่าไหร่ เป็นมติและออกมาเป็นประกาศของคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อีกครั้ง แต่หลังจากที่พ.ร.บ.บังคับใช้เมื่อวันที่ 8 พ.ย. 2568 ยังไม่มีการประชุมชองคณะกรรมการเลย เลยเหมือนเป็นช่องว่างที่เราต้องมาประชุมกันเรื่องนี้
เมื่อถามว่า ระหว่างนี้คนดื่มทำได้แค่ไหน นพ.นิพนธ์ กล่าวว่า ถ้าตามกฎหมายเป๊ะๆ เลย คือพอเลิกขาย ก็ห้ามดื่ม ณ จุดขาย เว้นไปดื่มที่บ้าน ซึ่งแม้ตามกฎหมายเดิม ปว.253 ก็ห้ามดื่มที่ร้าน ผับ บาร์ ซึ่งต้องปฏิบัติอยู่แล้ว เพียงแต่ที่ผ่านมา คนที่ถือกฎหมายคือกรมการปกครอง หรือตำรวจอาจจะยืดหยุ่น เลยไม่เห็นการจับคนดื่ม ทั้ง ๆ ที่กฎหมายเขียนคู่กันอยู่แล้ว สิ่งสำคัญตอนนี้กฎหมายเมื่อประกาศใช้ บางครั้งอาจมีการคาดเคลื่อน ซึ่งเราพยายามที่จะสื่อสาร อย่างไรก็ตาม ในระยะเปลี่ยนผ่าน ในกฎหมายนี้สามารถมีคำตักเตือนก่อนได้ แต่ก็ต้องออกกฎหมายลูกเหมือนกัน ดังนั้นช่วงนี้พูดตรงๆ ว่าก็ยังมีช่องว่าง แต่เราไม่ได้นิ่งนอนใจ ต้องรอคณะกรรมการ ซึ่งชุดใหม่เพิ่งมีอำนาจตามกฎหมายใหม่ก็ต้องเร่งผลักดันออกกฎหมายลูกประกอบอีกหลายฉบับ ทั้งเรื่องการผ่อนผันเวลาดื่มหลังเวลาขาย เรื่องอำนาจพนักงานเจ้าหน้าที่ เรื่องการตักเตือน ซึ่งจริงๆ ในตอนร่างกฎหมาย นายเท่าพิภพ ก็อยู่ด้วยหมดและเห็นว่า ทุกมาตราให้มีการตักเตือนได้ 1 ครั้ง ยกเว้นการขายให้เด็ก ห้ามขายให้คนเมา
เมื่อถามย้ำอีกว่า ในช่วงปลายปี อาจมีการสังสรรค์เยอะ กฎหมายลูกยังไม่ออกมา แต่เปิดให้เจ้าพนักงานหน้างานใช้ดุลพินิจ ซึ่งแต่ละพื้นที่อาจจะได้รับการปฏิบัติไม่เหมือนกัน ตามคำแนะนำ ควรอิงตามพ.ร.บ. หากถึงเวลาห้ามขาย ก็ห้ามดื่มเลยหรือไม่ นพ.นิพนธ์ กล่าวว่า พูดตรงๆ ถ้าจะเอาเป๊ะตามกฎหมาย กลัวการปฏิบัติที่ไม่เหมือนกันก็เอาตามกฎหมายใหญ่คือหยุดก่อน แต่อย่างที่สอง คือกฎหมายฉบับนี้ ทางตำรวจกับปกครองก็ยังไม่มีอำนาจ เพราะยังไม่มีการออกกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับพินัย ดังนั้นถือว่ายังเป็นอำนาจของเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ซึ่งตอนนี้ทางสาธารณก็กำลังเตรียมการทางด้านนี้ควบคู่กันไปด้วย ซึ่งอธิบดีกรมควบคุมโรค ปลัดกระทรวงสาธารณสุข และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขก็พิจารณาเรื่องนี้อยู่ เพื่อลดความเข้าใจคาดเคลื่อนและแก้ปัญหานี้
“ทิศทางคือจะมีการผ่อนผันเรื่องนี้อยู่ แค่จะผ่อนแคไหน อย่างไร ก็ต้องว่าในนามคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รวมถึงนโยบายที่แบ็คอัพ เพราะถ้าเราไปสนับสนุนเต็มที่ พูดตรงๆ มันก็จะบาล๊านซ์ผลกระทบทางสังคมอีก จึงต้องคุยกันว่า แค่ไหน อย่างไร” นพ.นิพนธ์ กล่าว.



