เมื่อวันที่ 11 พ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาที่ยังคงมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยวันนี้ กรมชลประทาน ได้แจ้งปรับเพิ่มการระบายน้ำลงสู่พื้นที่ตอนล่างของลุ่มน้ำ จากอัตรา 2,800 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เป็น 2,900 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำเพิ่มสูงขึ้นอีกประมาณ 30 เซนติเมตร

ล่าสุด สถานการณ์ในพื้นที่ท้ายเขื่อนเจ้าพระยา โดยเฉพาะในพื้นที่ลุ่มต่ำที่ติดกับลำน้ำใน ต.หาดอาษา อ.สรรพยา จ.ชัยนาท พบว่าระดับน้ำที่ท่วมขังยังคงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง สร้างความเดือดร้อนให้แก่ชาวบ้านที่ต้องใช้เรือในการสัญจรเข้าออกบ้านเรือน อีกทั้งบ้าน วัด และโรงเรียนหลายแห่งก็ถูกน้ำท่วม

นายสมยศ พันธ์ทรัพย์ ชาวบ้านหมู่ 1 ต.หาดอาษา เปิดเผยว่า น้ำท่วมปีนี้ท่วมหนักมาก และต้องขนของหนีน้ำด้วยความยากลำบาก ปัจจุบันยังคงอาศัยอยู่ในบ้านโดยใช้เรือพายเข้าออก และระดับน้ำที่ท่วมขังขณะนี้สูงถึงระดับอก ซึ่งได้รับความเดือดร้อนอย่างหนักทั้งในเรื่องอาหารการกินและการดำรงชีวิตประจำวัน อย่างไรก็ตาม ตนไม่รู้สึกกังวลใจนักหากเขื่อนเจ้าพระยาจะเพิ่มการระบายน้ำอีก เนื่องจากเคยเผชิญกับสถานการณ์ที่หนักกว่านี้มาแล้ว แต่ก็มีการเตรียมความพร้อมรับมืออยู่ตลอด

ด้าน นางชัณณ์ญาช์ สุภาวิตา นายกเทศมนตรีตำบลหาดอาษา เปิดเผยว่า ปัจจุบันระดับน้ำในพื้นที่ยังคงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง มีชาวบ้านได้รับผลกระทบแล้วรวม 7 หมู่บ้าน 1,666 ครัวเรือน ซึ่งทางเทศบาลได้ดำเนินการให้ความช่วยเหลือในเบื้องต้นแล้ว เช่น การเดินสายไฟฟ้า การตั้งแท็งก์น้ำ และการจัดหาห้องสุขาตามจุดที่ประชาชนอพยพขึ้นมาอาศัยอยู่บนถนนริมคันคลองมหาราช นอกจากนี้ยังได้ขอรับการสนับสนุนถุงยังชีพจากหน่วยงานต่างๆ เพื่อนำมาแจกจ่ายให้กับประชาชน

นายกเทศมนตรีตำบลหาดอาษายอมรับว่ายังคงเป็นกังวล เนื่องจากทราบว่าปริมาณน้ำทางตอนบนของเขื่อนเจ้าพระยายังมีมาก ทำให้บางจุดระดับน้ำเกือบถึงชั้น 2 ของตัวบ้าน และหวั่นเกรงว่าสถานการณ์ในปีนี้อาจจะไม่หนักเท่าปี 54 แต่อาจซ้ำรอยเหตุการณ์น้ำท่วมหนักเมื่อปี 2565 หากเขื่อนเจ้าพระยาจำเป็นต้องปรับเพิ่มการระบายน้ำไปที่อัตรา 2,900-3,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ทางเทศบาลก็จะดำเนินการกรอกกระสอบทรายกั้นบนถนนสายคันคลองมหาราชทันที เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำไหลข้ามลงสู่คลองมหาราช ซึ่งอาจส่งผลให้มวลน้ำกัดเซาะถนนจนพังทลายได้




