เมื่อวันที่ 12 พ.ย. นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล สส.แพร่ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า น้ำท่วม คืออุทกภัยใหญ่ ปัญหาหนักหนาสาหัส ถึงเวลาบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ วันนี้ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ป้องกันและแก้ไขภัยพิบัติแห่งชาติ พ.ศ. … เสนอโดยผู้แทนราษฎรของพรรคเพื่อไทยอยู่ในวาระของสภาผู้แทนแล้ว รอเวลาพิจารณา ทั้งหมด 12 หมวด รวม 112 มาตรา โดยเป็นการแก้ไขปัญหา ครบวงจร ตั้งแต่ทำให้ปลอดภัยมากขึ้น มีระบบเตือนภัยล่วงหน้า ที่มีกฎหมายรองรับ โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) สามารถออกประกาศเตือนภัยล่วงหน้าได้ทันทีเมื่อพบสัญญาณความเสี่ยง, หน่วยงานท้องถิ่นต้องดำเนินการป้องกัน อพยพ หรือเตรียมการรับมือโดยไม่ต้องรอภัยเกิด, ลดความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนได้อย่างมีนัยสำคัญ
นายวรวัจน์ กล่าวอีกว่า สำนักงานบริหารจัดการภัยพิบัติแห่งชาติสามารถใช้กองทุนป้องกันและแก้ไขภัยพิบัติแห่งชาติ เพื่อดำเนินการเชิงป้องกันล่วงหน้าได้ มีโครงการเชิงโครงสร้าง เช่น เขื่อน ฝาย คันกั้นน้ำ หรือระบบระบายน้ำ สามารถสร้างได้โดยไม่ต้องรอภัยเกิด, ได้รับความช่วยเหลือที่รวดเร็วและเป็นธรรมมากขึ้น ทั้งระบบบัญชาการรวมศูนย์อยู่ที่นายกรัฐมนตรี ผ่านรองนายกรัฐมนตรีผู้มอบหมายทำให้สามารถสั่งการทุกกระทรวงและหน่วยงานได้ทันที, มีระบบชดเชย และฟื้นฟูคุณภาพชีวิตผู้ได้รับผลกระทบจากโครงการรัฐที่เป็นธรรมและโปร่งใส, ได้รับการคุ้มครองสิทธิในกรณีที่ต้องย้ายออกจากพื้นที่เสี่ยง มาตรา 71-77 กำหนดสิทธิของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการดำเนินโครงการป้องกันภัย เช่น การสร้างอ่างเก็บน้ำ เขื่อน หรือคันกั้นน้ำ และรัฐต้องจัดหาที่อยู่อาศัยใหม่ ที่ทำกินทดแทน และให้ค่าชดเชยอย่างเป็นธรรม มีคณะกรรมการคุ้มครองสิทธิประชาชนในพื้นที่กำกับดูแลโดยตรง
นายวรวัจน์ กล่าวอีกว่า ประเทศมีระบบป้องกันภัยที่ยั่งยืนในระยะยาว มีการวางแผนเชิงระบบ ทั้งการบริหารจัดการน้ำ การใช้ที่ดิน และระบบเตือนภัยล่วงหน้า งบประมาณถูกใช้ไปกับการป้องกันมากกว่าการเยียวยา ทำให้เศรษฐกิจและสังคมไทยมีเสถียรภาพจากภัยพิบัติในระยะยาว, ลดความเหลื่อมล้ำในการได้รับความช่วยเหลือ โดยทุกจังหวัดอยู่ภายใต้ระบบกฎหมายเดียวกัน และหน่วยงานในพื้นที่ไม่สามารถเลือกปฏิบัติได้ เพราะคำสั่งและงบประมาณมาจากศูนย์กลางโดยตรง ประชาชนในพื้นที่ห่างไกลได้รับการป้องกันและช่วยเหลือเท่าเทียมกับพื้นที่เมือง ดังนั้นประชาชนจะได้รับประโยชน์โดยตรงจากความปลอดภัยที่มากขึ้น การช่วยเหลือที่รวดเร็วขึ้น และสิทธิที่ชัดเจนขึ้น
“ร่างพระราชบัญญัตินี้จึงเป็นกฎหมายป้องกันภัยพิบัติของประชาชนอย่างแท้จริง เป็นกฎหมายที่ยกระดับคุณภาพชีวิต ความมั่นคง และความมั่นใจของคนไทยทั้งประเทศ” นายวรวัจน์ กล่าว



