เมื่อเวลา 11.45 น. วันที่ 12 พ.ย. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย และคณะ ออกเดินทางจากสนามเฮลิคอปเตอร์ พล.ม.2 รอ. เขตพญาไท กรุงเทพฯ ลงพื้นที่จังหวัดอ่างทอง โดยระหว่างทาง เฮลิคอปเตอร์บินวนดูพื้นที่รับน้ำตั้งแต่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จังหวัดอ่างทอง จังหวัดสิงห์บุรี จังหวัดชัยนาท แล้ววนกลับทางจังหวัดสุพรรณบุรีและเข้าจังหวัดอ่างทอง

จากนั้นเวลา 12.30 น. นายกฯ เดินทางถึงจุดจอดเฮลิคอปเตอร์ สนามกีฬาโรงเรียนปาโมกข์วิทยาภูมิ ตำบลป่าโมก อำเภอป่าโมก เพื่อติดตามสถานการณ์อุทกภัย และมอบถุงยังชีพช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่ โดยมีนายภราดร ปริศนานันทกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมช.กลาโหม นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ รมช.มหาดไทย นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ในฐานะ สส.อยุธยา เขต 4 และนายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล อดีต สส.อ่างทอง หลายสมัย

โดยนายกฯ กล่าวว่า ตนมีความเป็นห่วงเป็นใยสถานการณ์น้ำท่วม ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณพี่น้องด้วยหัวใจเป็นห่วงพ่อแม่พี่น้องจริงๆ ที่ต้องผจญกับความยากลำบากจากสถานการณ์น้ำท่วมในครั้งนี้ ส่วนหนึ่งเราจะไปโทษธรรมชาติอย่างเดียวก็ไม่ได้ เพราะเราเป็นรัฐบาล เราต้องมีความรับผิดชอบในการที่จะบริหารสถานการณ์ให้กับพ่อแม่พี่น้องให้ดีที่สุด ตนจึงได้ขอให้นายภราดร ซึ่งเป็น สส. ของชาวอ่างทอง ในช่วงน้ำท่วม ถ้าไม่จำเป็นให้ทำงานในพื้นที่อ่างทอง ไม่ต้องทิ้งพ่อแม่พี่น้อง ยกเว้นภารกิจสำคัญจริงๆ ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ก็ให้ไปทำงานที่กรุงเทพฯ แต่หลังจากนั้นก็ขอให้รีบกลับมาดูแลแก้ไขสถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดอ่างทองและจังหวัดใกล้เคียงใช้เวลาในพื้นที่ให้มากที่สุด ตนเข้าใจดีว่าเป็นปัญหาที่เกิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า เป็นความทุกข์เรื้อรังของพวกเราในฐานะที่เป็นคนลุ่มเจ้าพระยาด้วยกัน ทรัพย์สินต้องเสียหายพี่น้องต้องย้ายของหนีน้ำ ความรู้สึกที่ต้องอยู่ในสภาวะน้ำท่วม สส.ภราดร บอกตนตลอดว่าตั้งแต่หัวหน้ามาครั้งที่แล้ว พวกตนต้องพยายามทุกวิถีทางที่จะทำให้มีการระบายน้ำให้มากที่สุด เสียงสะท้อนจากพี่น้องขอให้มั่นใจว่าเราต้องพยายามหาหนทางช่วยเหลือพ่อแม่พี่น้องทุกหนทางที่จะทำได้ ตนได้ตัดสินใจแล้วว่าในพื้นที่จังหวัดอ่างทอง ทั้งนี้ หลายครอบครัวในอ่างทองเป็นเจ้าของพื้นที่ ไร่ นา เสียสละพื้นที่เหล่านี้รับน้ำสูญเสียโอกาสการผลิตพืชผลทางการเกษตร การทำไร่ทำนา และยังต้องเป็นผู้ที่เสียสละในการรับน้ำให้น้ำมาท่วมในพื้นที่ของตัวเอง เพื่อไม่ให้น้ำเข้าไปกระทบความเสียหายในเขตเมืองที่จะถือว่าเป็นเขตเศรษฐกิจ และไม่ทำให้จังหวัดอื่นได้ได้รับความเสียหายด้วย ตรงนี้ตนต้องขอขอบคุณทุกท่าน

นายกฯ กล่าวอีกว่า วันนี้ตนได้หารือกับรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ตนขอใช้อำนาจการเป็นนายกรัฐมนตรีหาจ่ายเงินทดแทนโอกาสที่พ่อแม่ พี่น้องชาวไร่ชาวนา พื้นที่ไร่นา พืชสวนที่สละเป็นพื้นที่รับน้ำ ตนจะขออนุญาตเอางบประมาณที่ตนกำกับมาดูแลรายเดือน จนกว่าน้ำจะหมดไป ปกติ 2-3 เดือน แต่นี่มัน 4-5 เดือนแล้ว เป็นหน้าที่รัฐบาลที่จะต้องมาเยียวยาพวกท่าน ตนจะให้นายภราดรเร่งนำเสนอเพื่อให้รัฐบาลอนุมัติโดยเร็ว ไม่ได้ให้เฉพาะชาวป่าโมก จ.อ่างทอง ให้ทุกที่ที่ชาวบ้าน เกษตรกร ชาวไร่ชาวนา ได้เสียสละพื้นที่ของตนเองให้เป็นพื้นที่รับน้ำและทำให้ตนเองสูญเสีย โอกาสในการสร้างรายได้ในการผลิตพืชผลทางการเกษตร ทั้งนี้ เราสั่งการให้หน่วยงานทุกระดับได้ลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มกำลัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกระทรวงมหาดไทย คลายทุกข์บรรเทาทุกข์ให้พ่อแม่พี่น้องได้สามารถดำรงชีวิตได้ท่ามกลางช่วงที่เราต้องลำบากกับการคุกคามของภัยธรรมชาติในครั้งนี้ ตนหวังว่าช่วงใกล้ๆ สิ้นเดือน ปริมาณน้ำฝนจะเบาบางลงไปได้ มีการวางแผนร่วมกันทำงานกันเป็นทีมทั้งสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) กรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในการบริหารจัดการระบายน้ำ เปิด-ปิดประตูระบายน้ำ และจัดการเส้นทางเดินของน้ำ ให้ส่งผลกระทบต่อประชาชนให้น้อยที่สุด

“สิ่งที่ผมต้องขอขอบคุณทุกท่านในที่นี้คือขวัญกำลังใจที่ท่านยังมีอยู่และอยากให้กำลังใจกับเจ้าหน้าที่ผมเข้าใจดีถึงเสียงบ่น เสียงด่าจากพ่อแม่พี่น้อง เพราะว่าพ่อแม่พี่น้องมีทุกข์ ท่านระบายใส่พวกผมได้เลย พวกเราพร้อมที่จะเป็นที่ที่ให้ท่านได้ระบายความในใจของท่าน ความทุกข์ของท่าน เรารับทราบดี เสียงของทุกท่านดังมาถึงผมหลายครั้ง และเมื่อเช้าที่ผ่านมา ผมได้ลงนามคำสั่งนายกฯ แต่งตั้ง ครม. ให้ดูแลพื้นที่จังหวัดเป็นโซนๆ ไปแล้ว เพื่อช่วยเหลือพวกท่านทั้งหลาย พวกเราทุกคนอยู่ที่นี่ วันนี้ขอให้มั่นใจตั้งแต่หัวยันท้าย ทราบดีถึงความลำบาก ผมต้องการให้พี่น้องใช้เดือน ธ.ค. เป็นเดือนที่มีความสุขกับญาติ กลับไปเยี่ยมพ่อแม่พี่น้องในช่วงเทศกาลปีใหม่ ฉะนั้นในช่วงนี้ผมจะเร่งดำเนินการในเรื่องของความช่วยเหลือ ขอให้ความมั่นใจทุกคนมีประสบการณ์ในการรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมอยู่แล้ว พวกเราไม่ทิ้งกันและไม่มีคำว่าขาดแคลน คนที่ยังประสบอุทกภัยอยู่ในขณะนี้ รัฐบาลดูแลอย่างเต็ม ในวันอังคารประชุม ครม. เดี๋ยวต้องเร่งเงินช่วยเหลือให้ถึงมือพ่อแม่พี่น้องเร็วที่สุด เรามีความกังวลใจอยู่พวกผมกังวลใจมาก กราบขออภัยด้วยความเคารพผมจะพยามทำให้ทุกอย่างไม่ให้มันเกิดขึ้นและถ้ามันเกิดขึ้นต้องไม่รุนแรงแบบนี้” นายกฯ กล่าว

ต่อมานายกฯ มอบเกียรติติบัตรให้จิตอาสาจำนวน 7 ราย ก่อนมอบถุงยังชีพช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่ จำนวน 1,500 ชุด และเดินไปยืนดูสถานการณ์น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา ที่ล่าสุดระดับน้ำอยู่ติดขอบพนังกั้นน้ำแล้ว.



