ติดง่าย เคลียร์ยาก! แต่การปิดหนี้บัตรเครดิตให้เร็วที่สุดก็ยังพอมีวิธีครับ ต้องบอกตามตรงว่าหนี้บัตรเครดิตถือเป็นหนึ่งในประเภทหนี้ในระบบที่คนไทยพลาดติดกับดักง่ายที่สุด รวมถึงยังเป็นหนี้ที่เคลียร์ยากที่สุดด้วยเช่นกัน จากปัญหาอัตราดอกเบี้ยที่ค่อย ๆ ทบเพิ่มเข้ามาในทุกเดือนจนกลายเป็นหนี้ก้อนใหญ่ที่ยากจะจัดการได้ง่าย ๆ 

แต่ก็ใช่ว่าจะไม่สามารถปิดหนี้บัตรเครดิตได้เลยครับ เพราะทางธนาคารเองก็มีช่องทางในการช่วยเหลือและพร้อมแก้ไขปัญหา เพื่อให้ผู้ที่กำลังเป็นหนี้ได้มีโอกาสแก้ไข และสามารถปิดยอดบัตรเครดิตได้ในที่สุด ซึ่งในบทความนี้ผมได้รวบรวมขั้นตอนง่าย ๆ ที่จะช่วยให้ทุกคนสามารถปิดหนี้บัตรเครดิตได้ครบทุกใบอย่างแน่นอน


หนี้บัตรเครดิตมาจากไหน เมื่อไหร่ที่ต้องเคลียร์?

หนี้บัตรเครดิต ถือเป็นหนึ่งในภาระทางการเงินอันหนักอึ้ง โดยมีจุดเริ่มต้นมาจากการตัดสินใจที่ผิดพลาดจากจุดเล็ก ๆ นั่นคือการเลือก “ชำระขั้นต่ำ” แทนที่การ “ชำระเต็มจำนวน” ครับ เพราะบัตรเครดิตจะมีการคิดดอกเบี้ยก็ต่อเมื่อเราเลือกชำระขั้นต่ำครับ ซึ่งตัวดอกเบี้ยก็จะถูกนำไปทบรวมกับค่าใช้จ่ายที่ยังค้างอยู่ และถ้าหากเดือนถัดไปยังมีการใช้งานบัตรเครดิต ก็จะเริ่มวนลูป และเกิดเป็นหนี้ที่ยากจะปิดยอดผ่อนบัตรเครดิตได้นั่นเอง 

อีกหนึ่งจุดที่หลายคนผิดพลาดนั่นคือ การสมัครบัตรเครดิตใบใหม่เพื่อนำมาปิดหนี้ใบเก่า ที่แน่นอนว่าใช้ได้ผลแค่ในช่วงแรกเท่านั้นครับ เพราะสุดท้ายแล้วเราจะกลายเป็นมีหนี้บัตรเครดิตหลายใบ และยากต่อการปิดหนี้บัตรเครดิตยิ่งกว่าเดิมครับ หากเริ่มพบว่าตัวเองมีภาระทางการเงินที่ไม่จบไม่สิ้นสักที อาจเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าต้องเริ่มปิดหนี้บัตรเครดิตแล้วครับ


5 วิธีปิดหนี้บัตรเครดิตที่ทำได้จริง

วิธีปิดหนี้บัตรเครดิต

สำหรับเพื่อน ๆ ที่ต้องการปิดหนี้บัตรเครดิต ไม่ว่าจะมีเพียงใบเดียวหรือเป็นหนี้หลายใบ ก็สามารถนำวิธีการที่ผมรวบรวมไว้ให้ในบทความนี้ไปใช้ได้ครับ ซึ่งผมขอรับรองว่าจะมีส่วนช่วยให้เพื่อน ๆ สามารถแก้ไขและปิดหนี้บัตรเครดิตได้อย่างแน่นอน โดยแต่ละขั้นตอนจะมีอะไรบ้าง เราไปเช็กลิสต์กันทีละข้อได้เลยครับ


จ่ายหนี้ดอกสูงก่อน

เริ่มต้นด้วยการตรวจสอบยอดหนี้ของบัตรเครดิตทุกใบครับ ว่าแต่ละใบมียอดหนี้ทั้งหมดเท่าไหร่ แล้วใบไหนมีการคิดอัตราดอกเบี้ยมากที่สุด เพราะสิ่งสำคัญที่สุดของการเคลียร์หนี้บัตรเครดิต คือการจัดการหนี้ที่มีดอกเบี้ยสูงก่อน เพื่อไม่ให้ยอดชำระของเราสูงไปมากกว่าเดิม อีกทั้งยังช่วยประหยัดเงินลงไปได้ระยะยาวครับ 


รวมยอดหนี้หลายบัตร

ขั้นตอนต่อมาคือการรวมหนี้ปิดบัตรเครดิตครับ หมายถึงการรวมยอดหนี้บัตรเครดิตทุกใบที่เรามี โดยเราสามารถขอเอกสารได้จากทางธนาคารได้ว่าปัจจุบันเรามียอดหนี้ทั้งหมดเป็นเท่าไหร่ เนื่องจากเราจะนำข้อมูลตรงนี้ไปยื่นกับธนาคารใหม่เพื่อสินเชื่อปิดบัตรเครดิต หรือจะเรียกว่าเป็นการกู้เงินก้อนปิดบัตรเครดิตก็ได้เช่นกัน


ขอสินเชื่อปิดหนี้

อีกหนึ่งขั้นตอนสำคัญของการปิดหนี้บัตรเครดิตอย่างถาวร คือการขอสินเชื่อปิดหนี้จากทางธนาคารครับ โดยสามารถแจ้งกับทางธนาคารได้โดยตรงว่าเราต้องการกู้เงินปิดบัตรเครดิต แต่ก็ต้องไม่ลืมเปรียบเทียบโปรโมชันดอกเบี้ย และเงื่อนไขของแต่ละธนาคารด้วยนะครับ เพื่อให้ตัวเราเองได้รับโปรโมชันดอกเบี้ยที่มีความคุ้มค่าที่สุด และได้รับเงื่อนไขในการผ่อนชำระที่ตอบโจทย์กับชีวิตประจำวันของเราเช่นกัน


ปรับโครงสร้างหนี้

การขอสินเชื่อปิดบัตรเครดิตถือเป็นหนึ่งในขั้นตอนเดียวที่สามารถจัดการปัญหาหนี้บัตรเครดิตได้ครับ เพราะเป็นวิธีการกู้เงินปิดหนี้บัตรเครดิตที่ทางธนาคารจะรวมหนี้บัตรเครดิตของเราให้กลายเป็นก้อนเดียว ก่อนจะนำไปปรับโครงสร้างหนี้ใหม่ด้วยอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่า ผ่อนชำระสบายขึ้น และยังไม่ต้องวุ่นวายกับการชำระเงินหลาย ๆ ช่องทางอีกด้วยครับ การขอสินเชื่อเพื่อปิดบัตรเครดิตจึงเป็นหนึ่งในวิธีที่สามารถแก้ไขปัญหาหนี้บัตรเครดิตได้อย่างยั่งยืนมากที่สุดนั่นเอง


มีวินัยทางการเงิน

ขั้นตอนสุดท้ายถือเป็นตัวชี้ชะตาเลยครับว่าเราจะสามารถปิดหนี้บัตรเครดิตได้อย่างถาวรหรือไม่ หลังจากขอสินเชื่อปิดหนี้บัตรเครดิตเพื่อปรับโครงสร้างหนี้ไปเรียบร้อยแล้ว นั่นคือ ‘การมีวินัยทางการเงิน’ ครับ เพราะถ้าหากกู้ปิดบัตรเครดิตไปแล้ว แต่ยังคงจ่ายหนี้ไม่ตรงเวลา หรือบริหารเงินไม่ดีทำให้ไม่สามารถจ่ายหนี้ได้ สิ่งที่เราตั้งใจมาทั้งหมดก็สูญเปล่าครับ ฉะนั้นผมขอแนะนำว่าต้องมีการวางแผนการเงินให้ดี แบ่งรายได้บางส่วนผ่อนชำระหนี้ในทุก ๆ เดือน เพื่อให้เราสามารถปิดหนี้ก้อนนี้ได้อย่างถาวรครับ


สรุป

จริงอยู่ครับที่ว่าการปิดหนี้บัตรเครดิตไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็สามารถแก้ไขได้ด้วยวิธีการกู้ปิดหนี้บัตรเครดิตครับ ถือเป็นวิธีเดียวที่ทางธนาคารได้มีการคิดค้นขึ้นเพื่อแก้ไขปัญหาหนี้ให้คนไทยโดยเฉพาะ แต่เราต้องกล้าที่จะเข้าไปพูดคุย และมีความตั้งใจจริงที่จะต้องการแก้ไขปัญหาหนี้บัตรเครดิต เพียงเท่านี้เราก็สามารถจัดการปัญหาหนี้ของเราได้ในระยะยาวแล้วครับ

ซึ่งถ้าหากใครไม่กล้าเข้าไปพูดคุยกับทางธนาคารโดยตรง ผมขอแนะนำหนึ่งในที่ปรึกษาทางการเงินของผมเอง นั่นคือสถาบันการเงิน Refinn ครับ เพราะว่าเขามีทีมงานคอยให้คำปรึกษาเรื่องการเงินทุกรูปแบบ อีกทั้งยังมีพาร์ทเนอร์เป็นธนาคารดังมากมาย โดยเขาจะเป็นตัวกลางในการช่วยเหลือและเจรจากับทางธนาคารให้กับเรา ซึ่งจะตามมาด้วยโปรโมชันดอกเบี้ยพิเศษ และเงื่อนไขที่ดีกว่าเราไปพูดคุยด้วยตัวเองแน่นอน ทั้งบริการดี รวดเร็วทันใจ และได้สิทธิพิเศษหลากหลายในที่เดียวครับ