นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี เลขาธิการสมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย เปิดเผยความคืบหน้าหลังมาตรการเปิดให้นำเข้า รถคลาสสิก-รถโบราณ ที่มีอายุเกินกว่า 30 ปี มีผลบังคับใช้ ว่า รถโบราณคันแรก ได้ถูกนำเข้าสู่ประเทศไทยทางเครื่องบิน และผ่านพิธีการศุลกากร ณ ด่านสนามบินสุวรรณภูมิเรียบร้อยแล้ว เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2568 โดยมาตรการนี้ไม่เพียงแต่ตอบโจทย์ความต้องการของนักสะสมรถหายาก เท่านั้น แต่ยังเป็นช่องทางใหม่ที่ช่วยให้ รัฐบาลสามารถจัดเก็บภาษีได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย ซึ่งจะเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในกลุ่มนี้ให้เกิดความคึกคัก
ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด รถโบราณที่นำเข้าจะต้องถูกประเมินมูลค่าเพื่อใช้ในการคำนวณภาษี โดยมีเกณฑ์การประเมินที่ชัดเจนและเข้มงวด :
- มูลค่าประเมินขั้นต่ำ : รถโบราณทุกคันจะถูกประเมินมูลค่าขั้นต่ำอยู่ที่ 2,000,000 บาท
- มูลค่าต่ำกว่า 2 ล้านบาท : จะถูกตีราคาประเมินเพื่อเสียภาษีเป็น 2,000,000 บาท
- มูลค่าสูงกว่า 2 ล้านบาท : จะคิดตามราคาจริงที่กรมสรรพสามิตกำหนด
“ยกตัวอย่างว่า แม้จะซื้อรถโบราณมาในราคา 1.6 ล้านบาท แต่ถ้านำเข้าประเทศไทย รถคันนั้นจะถูกประเมินมูลค่าที่ 2 ล้านบาท ทำให้เมื่อคำนวณภาษีแล้ว เฉพาะส่วนภาษีล้วนๆ (ไม่รวมราคารถและค่าขนส่ง) จะอยู่ที่ 2,237,622.82 บาท หากรถมีมูลค่าสูงกว่ามูลค่าขั้นต่ำก็จะต้องจ่ายภาษีที่แพงขึ้นไปอีก โดยผู้ประกอบการและนักสะสมสามารถเข้าไปตรวจสอบข้อมูลราคาประเมินรถและภาษีที่ต้องชำระได้ที่เว็บไซต์ของกรมสรรพสามิต”
ส่วนของการจดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) นั้น ขณะนี้ยังติดขัดในประเด็น หลักเกณฑ์การประมูลเลขทะเบียน เล็กน้อย เนื่องจากรถยนต์โบราณจะได้รับแผ่นป้ายทะเบียนประเภทใหม่ ที่มีสีดำตัวอักษรสีขาว อย่างไรก็ตาม ขณะนี้อยู่ระหว่างการรับฟังความคิดเห็นเพื่อกำหนดเกณฑ์การประมูลเลขให้เหมือนกับแผ่นป้ายทะเบียนประเภทอื่น ๆ และคาดว่าภายในสิ้นปี 2568 นี้ จะสามารถจดทะเบียนและได้รับแผ่นป้ายทะเบียนใหม่ได้เรียบร้อย



