เมื่อวันที่ 13 พ.ย. ที่รัฐสภา ในการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาชน เป็นประธาน วาระการพิจารณาเรื่องสแกมเมอร์ รวมถึงเว็บพนันต่อจากสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยเชิญ นายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว สส.สงขลา พรรคกล้าธรรม และนายสมยศ พลายด้วง หรือ โกถึก สส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ แต่ปรากฏว่า ทั้ง 2 คน ไม่มา
โดย นายรังสิมันต์ ได้แจ้งต่อที่ประชุมว่า นายชนนพัฒฐ์ ตอนแรกแจ้งว่าจะมาชี้แจง แต่สุดท้ายได้แจ้งมาว่าติดภารกิจในพื้นที่ แต่ไม่มีหนังสือแจ้งมา ส่วน นายสมยศ ทำหนังสือแจ้งว่าติดภารกิจไปต่างประเทศ ทำให้การพิจารณาวันนี้ จะเน้นไปที่ขบวนการของเจ้าหน้าที่ตำรวจ หลังมีการขอให้ปลด นายตำรวจยศนายพล และเจ้าหน้าที่ตํารวจอีกกว่า 200 นาย จากกรณีรับส่วยจากขบวนการเว็บพนันออนไลน์ ซึ่งได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวมไปถึง พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ และหญิงเจ้าของบัญชีที่โอนเงินให้ตำรวจ มาให้ข้อมูล โดยใช้เวลาในการประชุมร่วม 5 ชั่วโมง
โดย พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ได้สอบถามหญิงเจ้าของบัญชี ว่า เหตุใดถึงโอนเงินไปหลายครั้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจใน จ.สงขลา จำนวนมาก และเป็นเงินค่าอะไร โอนอย่างไร หญิงเจ้าของบัญชี กล่าวว่า หลังจากที่ตนโดนจับ ได้ไปสอบถามคนที่ว่าจ้างให้โอนเงิน ว่าทำไมตนถึงได้โดนจับกุม ซึ่งคนที่ว่าจ้างตอบกลับว่า เงินที่โอนให้ตำรวจหรือโอนให้ไปในที่ต่างๆ เป็นเงินผิดกฎหมายหรือจากการพนัน และเป็นเงินที่เป็นส่วยที่ส่งให้กับตำรวจทั้งหมด ซึ่งส่วยดังกล่าว บางรายการก็รู้ บางรายการก็ไม่รู้ว่าเป็นส่วยเกี่ยวกับอะไร แต่ที่รู้คือเป็นส่วยเว็บไซต์การพนันออนไลน์
พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ จึงถามถึงนักการเมืองท้องถิ่นในจังหวัดสงขลา โดยพบว่ามีการโอนเงินไปให้ 1 ครั้ง จำนวน 1 แสนบาท และมีการโอนเงินไปให้กับบัญชีม้าของตำรวจยศนายดาบ โดยพบว่าเส้นเงินวิ่งต่อไปยังภรรยาของนายตำรวจยศนายพล จำนวน 38 ครั้ง มูลค่า 3 ล้าน รวมทั้งพี่ชายและพี่สาวของนายตำรวจยศนายพล และเส้นเงินนี้ก็วิ่งไปยังนายเวรของนายตำรวจยศนายพล ทุกเส้นเป็นการโอนออก
พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า อยากให้ กมธ. แจ้งไปยังผู้บัญชาการคณะกรรมการข้าราชการตรวจ (ก.ตร.) และส่งเรื่องที่ชี้มูลไปให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จะได้นำเรื่องไปประกอบสำนวนการสอบสวน รวมถึงคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เพื่อให้ยึดอายัดทรัพย์นายตำรวจทั้งหมดที่รับเงินจากเว็บพนัน และส่งเรื่องไปยังกรมสรรพากร เพื่อตรวจสอบการเสียภาษีย้อนหลังทั้งหมดของตำรวจที่รับเงินจากเว็บพนัน
ขณะที่นายอัจฉริยะ ได้ชี้แจงว่า ตนได้ติดตามคดีที่มีส่วนเกี่ยวพันกับบัญชีม้าที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดและเว็บพนันออนไลน์ในภาคใต้และเหนือตั้งแต่ปี 2563 เพราะบัญชีชบา มีเงินหมุนเวียนมากกว่า 1 ล้านบาท พบว่ามีความเกี่ยวข้องกับนักการเมือง แต่ยังไม่มีการสั่งฟ้อง เพราะพยานพูดไม่ตรงกัน เป็นความเห็นที่กลับกลอก ซึ่งปัจจุบันเว็บพนันของนักการเมือง มีทั้งหมด 12 เว็บ มีเงินหมุนเวียน 5,000 ล้านบาท เป็นเรื่องของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ต้องไปปิดเว็บพวกนี้ โดยขณะนี้ยังมีเงินไหลเข้ามา นอกจากนี้ยังมีตำรวจทำเอกสารปลอม ส่งข้อความไปยังธนาคาร และให้ธนาคารส่งไปถึงผู้ที่ถูกอายัดบัญชี ซึ่งเป็นบัญชีเว็บพนัน เรียกตบทรัพย์ 50% ในการปลดอายัดบัญชี เก็บค่าปลดอายัดบัญชี บัญชีละ 1 แสนบาท จำนวน 500 กว่าบัญชี โดยใช้วิธีการส่งไปธนาคาร ซึ่งเรื่องนี้เป็นข้อครหามากว่าทำไมปลดอายัดบัญชีต้องจ่ายเงิน
นายอัจฉริยะ กล่าวว่า มีเส้นทางการเงินว่านักการเมืองรับเงินจากบอสตาล ซึ่งเป็นผู้ต้องหาคดีเว็บพนัน จำนวน 2 ล้านบาท จึงตั้งข้อสงสัยว่าเป็นเงินค่าอะไร ตนอยากให้ทุกคนเข้าใจว่าตนทำหน้าที่ของตน และตนก็ได้ร่วมงานกับ นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และ พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม ทำเรื่องการปราบปรามสแกมเมอร์และเว็บพนันออนไลน์ ทั้งหมดที่ตนเสนอไม่ได้กล่าวร้ายใคร ตนไม่ได้กล่าวหา จึงอยากให้ติดตามตรวจสอบ
ด้าน พล.ต.อ.กรไชย คล้ายคลึง รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้แทนนายกรัฐมนตรีและผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ได้ดำเนินการอย่างจริงจังต่อผู้ถูกร้องเรียน กระทำผิดจริยธรรมร้ายแรง เพื่อรักษามาตรฐานจริยธรรมองค์กรตำรวจ สร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน ภายใต้กฎหมายตำรวจ
จากนั้น พ.ต.อ.สุธีเอี่ยม เจริญยิ่ง รองผู้บังคับการตรวจสอบทะเบียนประวัติ ชี้แจงถึงกรณีการดำเนินการทางวินัยและดำเนินคดีอาญาของนายตำรวจยศนายพลและพวก รวม 33 นาย การดำเนินคดีอาญาได้มีการส่งสำนวนคดีที่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ มาร้องไปยัง ป.ป.ช. ส่วนการดำเนินการทางวินัย อำนาจการดำเนินการทางวินัยจะเป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งกรณีนี้ต้องแยกการดำเนินการออกเป็น 2 ส่วน ในกรณีของนายตำรวจยศนายพล นายกรัฐมนตรีมีคำสั่งออกมาแล้ว เมื่อ 6 มี.ค. 2568 ว่าให้ดำเนินการตามมาตรา 117 ของ พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2565 โดยได้มีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง 9 คน ขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนดำเนินการ ส่วนตำรวจอื่นๆ อีก 24 นาย ผบ.ตร. ก็ได้สั่งการให้ตั้งคณะกรรมการอีกชุด จำนวน 7 คน เมื่อวันที่ 6 มิ.ย. 2568 ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการและยังไม่เสร็จสิ้น เพราะพยานปากสำคัญไม่เคยมาให้การเลย
ขณะที่นายชุติพงศ์ พิภพภิญโญ สส.ระยอง พรรคประชาชน ถามว่า ตำรวจคนอื่น 24 นาย ได้มีกลไกที่จะนำตำรวจเหล่านี้ออกจากกระบวนการก่อนหรือไม่ โดย พ.ต.อ.สุธีเอี่ยม กล่าวว่า ขณะนี้เป็นการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ ไม่ใช่คณะกรรมการสอบสวน ทำให้ตำรวจที่อยู่ในคำร้องจำเป็นต้องพักราชการ เพราะไม่ได้เข้าข่ายหลักเกณฑ์การพักราชการ ซึ่งกรอบระยะเวลาไม่ได้มีการระบุชัดเจน แต่จะมีการเร่งรัดอยู่เรื่อยๆ ที่ผ่านมาได้ขยายเวลาในการตรวจสอบมาโดยตลอด
พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ จึงถามว่า กรณีของนายตำรวจยศนายพลและคณะ มีการโอนเงินจากเว็บพนันเข้าบัญชีเงินเดือน ทำไมถึงไม่มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง เพราะเรื่องนี้ถือเป็นเรื่องใหญ่ ซึ่งผิดไปจากกรณีตน เพราะตั้งคณะกรรมการวินัยร้ายแรงเลย ทั้งที่เส้นเงินไม่ได้โอนตรงเข้าบัญชี พร้อมตั้งข้อสงสัยว่าใช้อำนาจโดยมิชอบหรือไม่ แน่นอนว่าเป็นอำนาจ ดุลพินิจ แต่ถ้าเมื่อไหร่ใช้โดยมิชอบ ก็เป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย
พ.ต.อ.สุธีเอี่ยม กล่าวว่า ของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ที่ตั้งวินัยร้ายแรงเพราะเกี่ยวกับคดีอาญา มีการออกหมายจับแล้ว แต่ในกรณีนี้ ยังไม่มีการเชื่อมโยงเป็นคดีอาญา ส่วนเส้นเงินสดที่มีการร้องมา คณะกรรมการกำลังตรวจสอบอยู่
พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ จึงถามต่อว่า เพราะอะไรที่ ผบ.ตร. ไม่ออกหมายจับหรือหมายเรียกนายตำรวจยศนายพลและพวก เหมือนที่ทำกับตน ทำไมถึงส่งสำนวนไปที่ ป.ป.ช. เลย
อย่างไรก็ตาม พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ ได้ชี้แจงตลอดการประชุมว่า ตนยังไม่สามารถตอบได้ เพราะไม่ได้เกี่ยวข้อง ซึ่งทั้งหมดนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการของ ป.ป.ช. มีเจ้าหน้าที่ตำรวจถูกออกหมายจับแล้ว 2 นาย นอกจากนี้ ยังชี้แจงเส้นเงินที่เกี่ยวกับนักการเมือง ขณะนี้ คณะตำรวจนครบาลรับผิดชอบไปแล้ว 21 เว็บ ที่มีการปิดไปแล้วและเปิดขึ้นมาใหม่ ทุกวันนี้มีการเสนอปิดกั้นไปที่กระทรวงดีอี แล้วแสนกว่าเว็บ ปิดได้ประมาณ 70% ซึ่งเว็บแต่ละเว็บขึ้นอยู่กับการจดทะเบียน อาจจะไปจดในประเทศที่ไม่ผิดกฎหมาย พอเมื่อปิดเขาก็สามารถเปิดขึ้นได้ใหม่ แค่เปลี่ยนตัวอักษรนิดหน่อย
ส่วนกรณีของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ที่ถูกออกหมายจับและส่งเรื่องไปที่ ป.ป.ช. นั้น ตนตอบได้แค่คร่าวๆ ว่า ชุดของตนในขณะนั้นไม่มีอำนาจในการสอบสวน มีหน้าที่จับและส่งไปให้อีกทีมสอบสวน ซึ่งเป็น สน.เตาปูน เมื่อสอบสวนก็พบว่าเป็นเรื่องการฟอกเงินจากเว็บพนัน ไม่เกี่ยวกับมาตรา 157 และเมื่อสอบสวนไปก็มีตำรวจสืบสวน ผู้กำกับสงขลา ขึ้นไปร้องทุกข์ที่ สน.เตาปูน ให้ส่งเรื่องไปที่ ป.ป.ช. ไม่ใช่การจับและส่งไปที่ ป.ป.ช. ทันที
ขณะที่ตัวแทน ปปง. กล่าวว่า จากการสอบสวนพบว่ามีเว็บจิมิ88 และเว็บจิมิ44 มีการชักชวนให้มีการเล่นการพนันและได้จริง ซึ่งจากคำให้การของนักการเมืองที่เป็นเจ้าของเว็บไซต์และได้ผลประโยชน์ มีการกดเงินสดจากเว็บพนัน แล้วนำไปมอบให้ผู้ดูแลและจัดการผลประโยชน์ โดยได้ทำธุรกรรมทางการเงินร่วมกับกลุ่มผู้ต้องหา ซึ่งเป็นคนที่ ปปง. เคยอายัดทรัพย์ มูลค่าหลายสิบล้านบาท จึงไม่น่าเชื่อว่าเป็นการทำธุรกรรมในลักษณะของผู้เล่น แต่เป็นผู้รับประโยชน์ ซึ่งเป็นเจ้าของเว็บ
จากการตรวจสอบพบทรัพย์สินเบื้องต้น รถ 1 รายการ เงินสด 1 รายการ เงินในหลักทรัพย์ในบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ และหน่วยลงทุน 6 รายการ และยังมีที่ดิน ห้องชุด 61 รายการ รวมทั้งสิ้น 69 รายการ แบ่งเป็นของตัวนักการเมือง 9 รายการ 36 ล้านบาท และผู้ที่เกี่ยวข้อง 60 รายการ ดังนั้น คณะกรรมการจึงมีมติให้ยึดอายัดทรัพย์ไว้ 69 รายการ ประมาณ 159 ล้านบาท ซึ่งที่ต้องอายัดทรัพย์เท่านี้ เพราะอาจจะเป็นการถือครองทรัพย์สินแทน ส่วนทรัพย์สินที่เจ้าพนักงานตำรวจได้ยึดไว้ในคดีอาญา ไม่ได้ส่งมอบให้ ปปง.


