เมื่อวันที่ 13 พ.ย. กรมการศาสนา (ศน.) กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) ได้เผยแพร่ ความรู้ด้านศาสนาในพิธีบำเพ็ญกุศล อุทิศถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เรื่อง การสวดพระอภิธรรม โดยมีรายละเอียด ดังนี้
การสวดพระอภิธรรมเป็นพิธีกรรมทางพระพุทธศาสนา ถือเป็นธรรมเนียมหรือประเพณีที่พุทธศาสนิกชนถือปฏิบัติในพิธีบำเพ็ญกุศลที่เกี่ยวเนื่องกับศพหรือผู้วายชนม์ เจ้าภาพหรือผู้ที่เกี่ยวข้องกับผู้วายชนม์จะนิมนต์พระสงฆ์ จำนวน 4 รูป สวดพระอภิธรรม ณ สถานที่บำเพ็ญกุศลศพ ซึ่งโดยมากมักเป็นเวลาช่วงค่ำหรือตอนกลางคืน ทั้งนี้ หากเป็นพระศพของเจ้านายจะจัดให้มีการสวดทั้งกลางวันและกลางคืนตามจำนวนวันที่กำหนด
ในกรณีของศพของบุคคลหรือข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ที่ได้รับพระบรมราชานุเคราะห์ตลอดจนพระศพเจ้านาย สำนักพระราชวังจะมีหมายรับสั่งให้กรมการศาสนามีฎีกานิมนต์ “พระพิธีธรรม” สวดพระอภิธรรม ซึ่งในปัจจุบัน พระพิธีธรรมในกรุงเทพฯ มาจากพระอาราม 10 พระอาราม คือ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฏิ์ วัดสุทัศนเทพวราราม วัดบวรนิเวศวิหาร วัดสระเกศ วัดราชสิทธาราม วัดระฆังโฆสิตาราม วัดจักรวรรดิราชาวาส วัดประยุรวงศาวาส วัดอนงคาราม
สำหรับบทที่ใช้ในการสวดพระอภิธรรมนั้นมีหลายบท เช่น บทพระอภิธรรม 7 คัมภีร์ บทพระธรรมใหม่ บทพระอภิธัมมัตถสังคหะ (บทที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับหลักธรรมในพระอภิธรรมปิฎกที่รวบรวมและย่อธรรมะขั้นสูงเรื่องจิต เจตสิก รูป นิพพาน) บทสวดสหัสนัย บทสวดมนต์แปล แต่บทสวดหลักที่ใช้สวดโดยทั่วไป คือ บทพระอภิธรรม 7 คัมภีร์ ที่เป็นคำสอนทางพระพุทธศาสนาที่กล่าวถึงปรมัตถธรรม ได้แก่ จิต เจตสิก รูป นิพพาน ซึ่งเป็นธรรมอันละเอียดลุ่มลึกและประเสริฐกว่าธรรมทั้งหมด ไม่กล่าวพาดพิงถึงสัตว์ บุคคล เหตุการณ์และสถานที่แต่อย่างใด การได้ฟังพระอภิธรรมจะทำให้ผู้ฟังเกิดการเปรียบเทียบกับการจากไปของผู้วายชนม์ ที่ทำให้เห็นถึงสัจธรรมของชีวิตที่เกิดขึ้นในเบื้องต้น ตั้งอยู่ในท่ามกลาง และดับไปในที่สุด
ส่วนทำนองที่ใช้ในการสวดพระอภิธรรม พระสงฆ์ที่นิมนต์มาสวด มีการสวดในทำนองที่แตกต่างกันออกไป และทำนองการสวดนั้น มีดังต่อไปนี้
1.ทำนองสังโยค เป็นการสวดเหมือนกับการสะกดตัวในหนังสือประกอบคำอ่าน โดยสวดเป็นประโยค เช่นเดียวกับที่พระสงฆ์สวดพระพุทธมนต์ พระสงฆ์ใช้ทำนองนี้สวดในงานศพของประชาชนทั่วไป
2.ทำนองหลวง เป็นการสวดที่มีระดับเสียงสูงต่ำ เบาหนัก สั้นยาว ที่มีลักษณะเป็นทำนองหลัก ซึ่งถือเป็นทำนองมาตรฐานของการสวดพระอภิธรรมของพระพิธีธรรม ซึ่งทำนองหลวงนี้มีการแบ่งย่อยออกไป เพื่อเป็นเอกลักษณ์ของแต่ละบทสวดและของแต่ละวัด
ทั้งนี้สำหรับ ทำนองสังโยค พระสงฆ์จะใช้สวดพระอภิธรรมในงานศพของประชาชนโดยทั่วไป ส่วนทำนองหลวง พระสงฆ์ใช้สวดพระอภิธรรมในงานศพของบุคคลสำคัญ เช่น พระบรมศพ พระบรมศพเจ้านาย หรือในงานบำเพ็ญกุศลศพของข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ที่ได้รับพระบรมราชานุเคราะห์ เป็นต้น
โดย พระครูกัลยาณสิทธิวัฒน์ (สมาน กลฺยาณธมฺโม) วัดราชสิทธาราม ได้อธิบายไว้ในหนังสือพระพิธีธรรมว่า ทำนองหลวงที่ใช้สวดมีทำนองต่างๆ ดังนี้
1.ทำนองกะ คือ การสวดที่มีลักษณะออกเสียงลงตัว ชัดเจน และเอื้อนเสียงมีจังหวะหยุดเป็นวรรค ซึ่งมี 2 ลักษณะ คือ กะเปิด มีการสวดเน้นการออกเสียงคำสวดชัดเจน และกะปิด เป็นการสวดเอื้อนเสียงยาวต่อเนื่องกันตลอดทั้งบท
2.ทำนองเลื่อน คือ การสวดที่มีการเอื้อนเสียงสวดยาวต่อเนื่องกันตลอดทั้งบท ไม่เน้นความชัดเจนของคำสวด ซึ่งบางครั้งก็เรียก กะเลื่อน หรือกะเคลื่อน
3.ทำนองลากซุง คือ การสวดที่มีการออกเสียงหนักลงที่ทุกตัวอักษร โดยการลากเสียงเอื้อนจากหนักไปหาเบาตลอดทั้งบท เหมือนการลากซุงหรือลากสิ่งของที่หนัก จะมีเสียงเคลื่อนแรงในช่วงแรกและเมื่อใกล้จะหมดกำลัง เสียงก็จะเบาลง
4.ทำนองสรภัญญะ คือ การสวดสังโยค สวดเป็นรูปประโยคและหยุดตามรูปประโยคของฉันทลักษณ์ ซึ่งจะมีการใช้เสียงเอื้อนบ้างเล็กน้อยไม่ให้เสียอักขรวิธี
ในการสวดทำนองหลวงนั้น พระพิธีธรรมในแต่ละพระอารามใช้บทสวดและทำนองการสวดพระอภิธรรมที่แตกต่างกันออกไป ดังนี้
วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ใช้บทสวดพระอภิธรรม 7 คัมภีร์ และพระธรรมใหม่ โดยใช้ทำนองการสวดเป็นทำนองกะ ทำนองเลื่อน และทำนองลากซุง
วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ ใช้บทสวดพระธรรมใหม่ โดยใช้ทำนองการสวดเป็นทำนองเลื่อน และทำนองลากซุง
วัดราชสิทธาราม ใช้บทสวดพระอภิธรรม 7 คัมภีร์ โดยใช้ทำนองการสวดเป็นทำนองกะ
วัดระฆังโฆสิตาราม ใช้บทสวดพระอภิธรรม 7 คัมภีร์ โดยใช้ทำนองการสวดเป็นทำนองเลื่อน
วัดจักรวรรดิราชาวาส ใช้บทสวดพระอภิธรรม 7 คัมภีร์ และพระธรรมใหม่ โดยใช้ทำนองการสวดเป็นทำนองกะ และทำนองเลื่อน
วัดอนงคาราม ใช้บทสวดพระธรรมใหม่ โดยใช้ทำนองการสวดเป็นทำนองกะ และทำนองเลื่อน
วัดสระเกศ ใช้บทสวดพระธรรมใหม่ โดยใช้ทำนองการสวดเป็นทำนองเลื่อน และทำนองสรภัญญะ
วัดสุทัศนเทพวราราม ใช้บทสวดพระธรรมใหม่ โดยใช้ทำนองการสวดเป็นทำนองสรภัญญะ และทำนองกะ
วัดบวรนิเวศวิหาร ใช้บทสวดพระอภิธัมมัตถสังคหะ โดยใช้ทำนองการสวดเป็นทำนองสรภัญญะ
วัดประยุรวงศาวาส ใช้บทสวดพระธรรมใหม่ โดยใช้ทำนองการสวดเป็นทำนองกะ



