สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 14 พ.ย. ว่า สื่อท้องถิ่นหลายแห่งของญี่ปุ่นรายงานว่า นายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิ เรียกประชุมทีมงาน เมื่อเวลา 03.00 น. ของวันที่ 7 พ.ย. ที่ผ่านมา ก่อนการแถลงต่อสภาผู้แทนราษฎรในวันเดียวกัน


สื่อญี่ปุ่นขนานนามการประชุมดังกล่าวว่า “วงติวตี 3” พร้อมทั้งวิพากษ์วิจารณ์ไปในทางเดียวกันว่า เรื่องนี้มีความละเอียดอ่อนอย่างมากในสังคมญี่ปุ่น เนื่องจากช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เกิดกรณีที่เรียกว่า “คาโรชิ” หรือ “การเสียชีวิตจากการทำงานหนักเกินไป” เพิ่มขึ้นอย่างมาก และมีการฟ้องร้องกันหลายคดี

ขณะเดียวกัน หลายฝ่ายมองว่า การประชุมดังกล่าวซึ่งมีผู้ช่วยหลายคนเข้าร่วมและกินเวลาราวสามชั่วโมง สร้างพฤติกรรมสุดโต่งที่ไม่ดีต่อสุขภาพ และผู้นำญี่ปุ่นกำลังสร้าง “ภาระที่ไม่จำเป็น” ให้กับเจ้าหน้าที่ของเธอ ขณะที่ฝ่ายสนับสนุนเธอพยายามออกมาปกป้อง ว่าทาคาอิจิไม่ได้อยากทำแบบนี้ และควรมองความทุ่มเทในการทำงานของเธอ จะเป็นผลดีกับบ้านเมือง


นายโยชิฮิโกะ โนดะ อดีตนายกรัฐมนตรีซึ่งตอนนี้เป็นผู้นำฝ่ายค้าน เรียกการประชุมของผู้นำญี่ปุ่นว่า “บ้าคลั่ง” และกล่าวว่า ความบ้างานของทาคาอิจิเป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายทราบดี แต่เธอไม่ควรดึงบุคคลอื่นให้มีส่วนร่วมด้วย พร้อมทั้งเสริมว่า เมื่อครั้งที่ตัวเขาดำรงตำแหน่งผู้นำญี่ปุ่น ระหว่างปี 2554-255 จะเริ่มทำงานเวลา 06.00 น. หรือ 07.00 น.

ด้านทาคาอิจิชี้แจงในเวลาต่อมา ว่าเครื่องแฟกซ์ที่บ้านของเธอมีปัญหา จึงตัดสินใจไปยังบ้านพักประจำตำแหน่ง ซึ่งตอนนี้เธอยังไม่ได้ย้ายเข้าไปอยู่ เพื่อตรวจสอบเอกสารสรุปข้อมูล ก่อนการประชุมเรื่องงบประมาณที่สภา เมื่อช่วงสายของวันเดียวกัน


ผู้นำญี่ปุ่นยอมรับว่า การเตรียมการในช่วงเช้ามืดของเธอ “สร้างความไม่สะดวก” ให้กับเจ้าหน้าที่ แต่เธอยืนยันว่า การประชุมในช่วงเวลานั้น “มีความจำเป็น” เพื่อแก้ไขร่างคำตอบสำหรับคำถามของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในหลายประเด็น


ทาคาอิจิยืนยันว่า เธอไม่เห็นด้วยกับการทำงานล่วงเวลาที่นำไปสู่การเสียชีวิตจากการทำงานหนักเกินไป และเธอกังวลว่า การลดค่าตอบแทนจากการทำงานล่วงเวลา จะนำไปสู่การที่ประชาชนหันไปรับงานเสริมอื่นซึ่งไม่คุ้นเคยเพื่อหาเลี้ยงชีพ จนส่งผลกระทบต่อสุขภาพ.

เครดิตภาพ : AFP