น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รมว.วัฒนธรรม (วธ.) กล่าวภายหลังการประชุมรับฟังแนวทางกำหนดมาตรการส่งเสริมการถ่ายทำภาพยนตร์ไทยในประเทศ และมาตรการ ส่งเสริมการจ้างผลิตดิจิทัลคอนเทนต์ของต่างชาติ ครั้งที่ 2/2568 ว่า เพื่อรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน ทั้งผู้ประกอบการ ผู้เชี่ยวชาญ และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันยกร่างมาตรการให้รอบด้านและปฏิบัติได้จริง โดยผลสรุปและข้อเสนอแนะทั้งหมดจะนำเสนอต่อคณะกรรมการภาพยนตร์และวีดิทัศน์แห่งชาติ ก่อนเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาเห็นชอบต่อไป สำหรับร่างมาตรการส่งเสริมอุตสาหกรรมภาพยนตร์และดิจิทัลคอนเทนต์ฉบับใหม่ ซึ่งผ่านการพิจารณาระดับอนุกรรมการเมื่อวันที่ 6 พ.ย.ที่ผ่านมา แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มสำคัญ ได้แก่ 1. มาตรการส่งเสริมการถ่ายทำภาพยนตร์ไทยในประเทศ โดยมีเป้าหมายยกระดับคุณภาพภาพยนตร์อุตสาหกรรมภาพยนตร์ ละคร ซีรีส์ และมิวสิค วิดีโอของไทย ส่วนร่างสิทธิประโยชน์ อาทิ คืนเงิน 15% ของค่าใช้จ่ายในประเทศ ทุนสร้างตั้งแต่ 15 ล้านบาทขึ้นไป และได้รับสิทธิประโยชน์เพิ่มเติม รวมสูงสุดไม่เกิน 30% ประกอบด้วย 5% เมื่อเนื้อหาเข้าตามแนวทางส่งเสริมความสร้างสรรค์ 5% เมื่อทุนสร้างตั้งแต่ 50 ล้านบาทขึ้นไป และ 5% เมื่อผลงานได้ฉายอย่างน้อย 4 ประเทศ หรือบน 2 แพลตฟอร์มสตรีมมิ่ง
น.ส.ซาบีดา กล่าวต่อไปว่า 2.มาตรการส่งเสริมการจ้างผลิตดิจิทัลคอนเทนต์ของต่างชาติ มีเป้าหมาย พัฒนาศักยภาพบริษัทไทยด้าน Animation, CG, Visual Effects และ Post Production ร่างสิทธิประโยชน์ อาทิ คืนเงิน 20% ของค่าจ้างผลิตและเงื่อนไขต้องเป็นสัญญาจ้างจากบริษัทต่างประเทศ ตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไป อย่างไรก็ตามมาตรการทั้งหมดนี้ยังเป็นเพียงร่างที่ผ่านความเห็นชอบในหลักการ โดยจะมีการนำความคิดเห็นจากการประชุมดังกล่าว เพื่อให้มาตรการมีความครอบคลุม สอดคล้องกับความต้องการ และสามารถขับเคลื่อนได้จริง ก่อนนำเสนอคณะกรรมการภาพยนตร์และวีดิทัศน์แห่งชาติ จากนั้นเสนอให้ครม. พิจารณาเห็นชอบต่อไป เพื่อให้มาตรการมีผลบังคับใช้ได้จริงโดยเร็วที่สุด



