เมื่อวันที่ 14 พ.ย. พ.ต.อ.กฤติเดช จันทร์เพชร ผกก.สน.บางขุนเทียน พ.ต.ท.จารุกิตติ์พัฒน์ สุขยิ่ง รอง ผกก.สส. พ.ต.ท.ขจร ธูปประกายศรี สว.สส. พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.บางขุนเทียน ร่วมกันจับกุม นายตาบัน บัวคำ อายุ 33 ปี สัญชาติลาว ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาธนบุรีที่ 1094/2568 ข้อหา “ชิงทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยมีอาวุธ โดยใช้ยานพาหนะเพื่อกระทำผิดหรือพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นจากการจับกุม,พาอาวุธไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต” พร้อมของกลางชุ อาวุธมีดที่ใช้ก่อเหตุ 1 เล่ม, เงินสดจำนวน 49,000 บาท, หมวกกันน็อก และ รถ จยย. ยี่ห้อ Honda PCX สีน้ำเงิน ทะเบียน 2 กฮ 34 กรุงเทพมหานคร โดยจับกุมได้ที่บริเวณบ้านเลขที่ 33/46 ซอยสุขสวัสดิ์ 14/18 แขวงจอมทอง เขตจอมทอง กทม.
พ.ต.อ.กฤติเดช กล่าวว่า เขณะที่ นางสาวนันดาร์ เลียง อายุ 41 ปี สัญชาติเมียนมา ผู้เสียหาย ได้เดินซื้อของอยู่หน้าร้านขายหมู ภายในตลาดเอกชัย แขวงคลองบางพราน เขตบางบอน กรุงเทพฯ จู่ ๆ ได้มีคนร้ายอื้อมมากระชากสร้อยคอทองคำ จากทางด้านหลัง แต่กระชากไม่ขาด จึงได้หันหลังกลับไปและเห็นใบหน้าของคนร้าย และพบว่ามืออีกข้างหนึ่งของคนร้ายได้ถืออาวุธมีด ผู้เสียหายจึงใช้มือจับสร้อยคอไว้ คนร้ายจึงใช้มือผลักผู้เสียหายจนล้มลงกับพื้น และกระชากสร้อยคอผู้กล่าวหาวิ่งหลบหนีไปพร้อมสร้อยคอทองคำหนัก 1 บาท และจี้ หนัก 1 สลึง รวมมูลค่า 75,000 บาท ก่อนแจ้งความร้องทุกข์ กับพนักงานสอบสวนสน.บางขุนเทียน
ต่อมาฝ่ายสืบสวน สน.บางขุนเทียน จึงลงพื้นที่ไปตรวจสอบกล้องวงจรปิด จนทราบใบหน้าคนร้ายโดยหลบหนีเข้าไปในบ้านเลขที่ 33/46 ซอยสุขสวัสดิ์ 14/18 จึงเร่งรัดให้พนักงานสอบสวน ออกหมายจับ ชายไทยไม่ทราบชื่อ ตามภาพปรากฎในกล้องวงจรปิด ภายหลังศาลอาญาธนบุรี ได้อนุมัติตามหมายจับ จึงนำกำลังไปดักรอหน้าบ้านหลังดังกล่าว เมื่อคนร้ายเดินออกมาตรวจสอบแล้วรับว่าเป็นบุคคลเดียวกันตามหมายจับ
จากการสอบสวน นายตาบัน บัวคำ ผู้ต้องหา ให้การรับสารภาพว่า เป็นผู้ก่อเหตุดังกล่าวจริง และได้นำสร้อยคำทองคำและจี้ทองคำที่ก่อเหตุมาได้ไปขายที่ร้านทองย่านจรัญสนิทวงศ์ ได้เงินมา 56,000 บาท ใช้จ่ายไปเหลือ 49,000 บาท จึงได้ยึดไว้เป็นของกลาง
นายตาบัน ให้การอีกว่า หลังจากนำทองไปขายได้นำเงินไปจ่ายหนี้ ค่าผ่อนโทรศัพท์ 2 งวด 3,000 บาท และนำไปใช้จ่ายในครอบครัว ซื้อนมให้ลูกสาววัย 1 ขวบ 5 เดือน เบื้องต้นจึงถูกนำตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนเพื่อแจ้งข้อหาดำเนินคดีตามกฎหมาย
จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ติดต่อให้ นางสาวนันดาร์ ผู้เสียหาย สัญชาติเมียนมาร์ มาชี้ตัวผู้ต้องหา พร้อมคืนเงินสดของกลางบางส่วน โดยนางสาวนันดาร์ เกิดร่ำไห้ดีใจพร้อมยกมือไหว้ขอบคุณเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน ที่ติดตามคนร้ายและนำเงินมาคืนให้จนสำเร็จ.



