เมื่อวันที่ 15 พ.ย. นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ อดีตโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า รัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล กำลังเผชิญสถานการณ์ฝนตกหนักหลายพื้นที่ เกิดน้ำท่วมหลายอำเภอในจังหวัด สุโขทัย พิษณุโลก นครสวรรค์ สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา นนทบุรี ใน กทม. ฝนตกหนักหลายวัน น้ำรอระบาย ระดับน้ำริมแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้น สร้างความหวั่นวิตกจะซ้ำรอยเหมือนปี 2554 อีกหรือไม่ 

นายพร้อมพงศ์ กล่าวอีกว่า ประชาชนบางพื้นที่จมน้ำมาหลายเดือนแล้ว รัฐมนตรีลงพื้นที่โดนชาวบ้านต่อว่า การบริหารจัดการน้ำปล่อยให้ท่วมซ้ำซาก เงินเยียวยาที่ได้มาไม่คุ้มกับความเสียหายของบ้านเรือน พื้นที่การเกษตรและปศุสัตว์ รัฐบาลอนุทิน มีอำนาจเต็ม ขอให้รัฐบาลเร่งแก้ไขเป็นการด่วน อย่าให้ความเดือดร้อนของประชาชนกลายเป็นน้ำผึ้งหยดเดียว ลุกลามไปมากกว่านี้

นายพร้อมพงศ์ กล่าวอีกว่า แม้แต่ สส. พรรคที่ยกมือสนับสนุนนายอนุทิน เป็นนายกฯ นักวิชาการ นักการเมืองอีกหลายคน ส่งเสียงเรียกร้องให้บริหารจัดการแก้ไขน้ำท่วมอย่างเป็นระบบ สร้างทางน้ำที่ทั้งคนและน้ำอยู่ด้วยกันได้ ไม่อยากเห็นบางพื้นที่ต้องเสียสละรับน้ำตลอดไป หรือจะทำเขื่อนป้องกันน้ำท่วม สร้างเขื่อนป้องกันน้ำทะเลหนุน เหมือนกับต่างประเทศ ใช้วิศวกรรมมาแก้ปัญหา ไม่เช่นนั้น พายุเข้าถล่มประเทศไทย น้ำเหนือไหลหลาก อ.บางระกำ พิษณุโลก อ.บางบาล พระนครศรีอยุธยา ต้องเป็นพื้นที่รับน้ำตลอดไปหรือไม่ แล้วรัฐมนตรีลงพื้นที่แจกของ รัฐบาลควักเงินเยียวยาวนกันอยู่อย่างนี้ 

นายพร้อมพงศ์ กล่าวต่อว่า นายอนุทิน เดินทางไปเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีน พบปะรัฐมนตรีและผู้นำระดับสูง น่าถือโอกาสนี้ หารือระบบแก้ไขปัญหาภัยพิบัติน้ำท่วมของจีน เขาวางแผนรับมือแก้ไขหรือก่อสร้างเขื่อน ระบบผันน้ำอย่างไร ที่ประสบความสำเร็จ แก้ได้ทั้งน้ำท่วม น้ำแล้ง จีนประเทศใหญ่กว่าไทยมาก เจอภัยพิบัติรุนแรงกว่ามาก แต่เขารับมืออย่างไร ควรศึกษาแลกเปลี่ยน เชื่อว่า หลายต่อหลายอย่างน่าจะมาประยุกต์ใช้ให้เหมาะกับบ้านเราได้ 

นายพร้อมพงศ์ กล่าวอีกว่า ขณะเดียวกันรัฐบาลควรหารือยึดแบบอย่างการปราบปรามสแกมเมอร์ของจีน รุนแรงเด็ดขาด ยึดทรัพย์ ประหารชีวิต ทำให้ต่างชาติมั่นใจว่า ไทยไม่ใช่สวรรค์ของอาชญากรแหล่งฟอกเงินธุรกิจสีดำ สแกมเมอร์ ทำลายลูกหลานและคนไทยเป็นจำนวนมาก กฎหมายที่บังคับใช้อยู่ ไม่ได้ทำให้อาชาญากรทางไซเบอร์เกรงกลัว ถึงเวลายกระดับปรับปรุงกฎหมายให้รุนแรงเด็ดขาด รัฐมนตรี นักการเมือง ข้าราชการ ทหาร ตำรวจระดับสูง หากพยานหลักฐานพิสูจน์ชัดว่าเกี่ยวข้อง ต้องกล้าบังคับใช้กฎหมาย ทำให้เห็นเป็นคดีตัวอย่าง คนในรัฐบาลถ้ามีหลักฐานทำผิด ต้องลงโทษไม่ละเว้น การหลอกลวงบางคนสิ้นเนื้อประดาตัว สูญเสียทรัพย์สิน เหมือนตายทั้งเป็น

นายพร้อมพงศ์ กล่าวอีกว่า ดังนั้นการเร่งสอบสวน ยึดทรัพย์ แก้กฎหมายทำให้เป็นคดีอาญา เพิ่มโทษสูงสุดประหารชีวิต ทำให้คนเกรงกลัว หลาบจำ ที่ผ่านมาได้ยินแต่นายอนุทิน สัมภาษณ์จะทำโน่นทำนี่ แต่ยังไม่เห็นอะไรจับต้องได้ ต้องทำให้สมกับสโลแกน ภูมิใจไทย พูดแล้วทำ อย่าให้ชาวบ้านว่าเอาตามหลังได้ว่า ดีแต่พูด