ที่ ศาลาประชาคมบ้านไทยสามัคคี อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา เมื่อวันที่ 15 พ.ย.68 พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง อดีตรมว.ยุติธรรม และหัวหน้าพรรคประชาชาติ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมแก่ราษฎร ซึ่งได้รับความเสียหาย หรือได้รับผลกระทบจากการดำเนินการตามนโยบายของรัฐด้านที่ดินและทรัพยากรธรรมชาติ พร้อมคณะ ได้เดินทางมาเป็นประธานการประชุมเพื่อรับฟังความเห็นจากภาคประชาชนในพื้นที่

การประชุมฯ ในวันนี้ นายกีรติวัฒน์ ธีระวัฒนา ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง รักษาราชการแทนนายอำเภอวังน้ำเขียว เป็นผู้กล่าวรายงานและนำกล่าวต้อนรับคณะ โดยมีพี่น้องประชาชนกว่า 300 คน เข้าร่วมแสดงความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์และเข้มข้น ทั้งนี้ตัวแทนชาวบ้านได้ยื่นหนังสือให้กับพ.ต.อ.ทวีเพื่อสะท้อนปัญหาที่ได้รับผลกระทบ

พ.ต.อ.ทวีเปิดเผยถึงความคืบหน้าของการพิจารณาร่างกฎหมายว่า คณะกรรมาธิการวิสามัญฯ ได้ประชุมกันอย่างต่อเนื่อง และมีแผนที่จะนัดประชุมรับฟังความเห็นเพิ่มเติม เพื่อให้ร่างกฎหมายฉบับนี้สามารถอำนวยความยุติธรรมได้สูงสุด และเกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติ ความผาสุกของประชาชนโดยรวม

คณะกรรมาธิการฯ คาดหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะสามารถเสนอร่างกฎหมายนี้ต่อสภาผู้แทนราษฎรในวาระ 2 และวาระ 3 ในวันที่ 12 ธ.ค.68 ที่จะมีการเปิดสมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎร (สามัญประจำปีครั้งที่ 2)” พ.ต.อ. ทวี กล่าวและว่าเหตุผลที่เลือก อ.วังน้ำเขียว ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ ต้องการดูพื้นที่จริงเพื่อให้กฎหมายที่จะออกมาสามารถให้ความยุติธรรมกับทุกฝ่ายได้ โดยร่างกฎหมายดังกล่าวจะครอบคลุมประชาชน 2 กลุ่มใหญ่ คือ 1.กลุ่มผู้ได้รับการผ่อนผันตามเงื่อนไขของมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 30 มิ.ย.2541  หรือ 2.ผู้ที่มีภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่ในบริเวณพื้นที่สงวนหวงห้ามนั้นเพื่อตนเองก่อนมีคำสั่ง คสช. ที่ 66/2557

โดยไม่มีลักษณะที่เข้าข่ายเป็นนายทุน ซึ่งปัญหาในพื้นที่ อ.วังน้ำเขียว มีประชาชน 353 คน ถูกจับกุมและดำเนินคดี ทั้งที่อยู่ในระหว่างรอการพิสูจน์สิทธิ์ตามมติ ครม. ที่ผ่านมา ข้าราชการไม่ได้ดำเนินการพิสูจน์สิทธิ์ตามเวลาที่ควรจะเป็น ทำให้ประชาชนต้องรอความยุติธรรมมานานกว่า 20 ปี

หลักการพื้นฐานที่สำคัญคือ ประชาชนที่อยู่ก่อนการประกาศเขตห้าม ควรได้รับการพิสูจน์สิทธิ์โดยรวดเร็ว ไม่ใช่ปล่อยให้รอความยุติธรรมที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด โดยในเจตนารมณ์ของกฎหมายว่า ไม่ได้มาเพื่อส่งเสริมให้นายทุนบุกรุกป่า แต่มาเพื่อ คุ้มครองสิทธิชุมชน ของผู้ที่อยู่มาก่อนอย่างชอบธรรม โดยเฉพาะกรณีที่ป่าเกิดขึ้นจากฝีมือชาวบ้านปลูกเอง หากกฎหมายนี้มีผลบังคับใช้ จะเป็นทางที่อำนวยความยุติธรรมให้แก่ประชาชนที่ถูกตัดสินจำคุกให้ได้สิทธิ์คืน

เราเอาตามเกณฑ์ที่รัฐบาลให้สิทธิ์ไว้เดิม ไม่ได้มีอะไรเพิ่มขึ้น ที่ผ่านมาถูกจับเพราะมติ ครม. ไม่ใช่ตัวกฎหมาย เมื่อไปถึงศาลก็ต้องมาติดคุก แต่ถ้ากฎหมายนี้ออก จะถือเป็นทางที่อำนวยความยุติธรรมให้ เราต้องให้ความสำคัญความเป็นคน เป็นมนุษย์ เพราะทุกคนควรจะได้รับการคุ้มครองว่าประเทศใดก็ตามหากไม่สามารถปฏิรูปร่วมกันโดยใช้ที่ดินหรือความยุติธรรมได้ ประเทศนั้นจะมีแต่ความขัดแย้งและความเจริญจะไม่มี

การลงพื้นที่รับฟังความเห็นในครั้งนี้ จึงเป็นไปเพื่อรับฟังเสียงสะท้อนของประชาชน เพื่อนำไปปรับปรุงร่างกฎหมายให้เกิดความยุติธรรมสูงสุดก่อนเสนอเข้าสู่การพิจารณาของสภาฯ ต่อไป