เมื่อวันที่ 16 พ.ย. พล.ต.ต.ชูธเรศ ยิ่งยงดำรงสกุล ผบก.ตม.6 ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.นฤวัต พุทธวิโร ผกก.ตม.จว.สุราษฎร์ธานี พร้อมเจ้าหน้าที่สืบสวน ตม.จว.สุราษฎร์ธานี เข้าจับกุมตัว นายออซ อาบูเดียน หรือ MR.OZ ABUDYAN สัญชาติอิสราเอล เนื่องจากเป็นผู้ที่มีพฤติการณ์การกระทำความผิดฐานฉ้อโกงและหลอกลวงอย่างต่อเนื่องทางออนไลน์ ผ่านทางแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียและแอปพลิเคชันสื่อต่างๆ โดยมีผู้เสียหายเป็นชาวอิสราเอลจำนวนหลายราย มีมูลค่าความเสียหายหลายสิบล้านบาท

การเข้าจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ได้รับการประสานจากสำนักงานผู้ช่วยทูตฝ่ายตำรวจและความมั่นคงภายใน สถานเอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย โดยขอให้จับกุมตัว นายออซ อาบูเดียน เพื่อส่งกลับไปดำเนินคดียังประเทศอิสราเอล เนื่องจากเป็นผู้ที่มีพฤติการณ์การกระทำความผิดฐานฉ้อโกงและหลอกลวงอย่างต่อเนื่องทางออนไลน์ ผ่านทางแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียและแอปพลิเคชันสื่อต่างๆ
โดย นายออซ อาบูเดียน ได้หลบหนีมากบดานในประเทศไทย มีพฤติกรรมเปลี่ยนที่พักไปเรื่อยๆ เพื่อหลบหนีการติดตามจากเจ้าหน้าที่ในระหว่างที่อยู่ในประเทศไทย จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองได้สืบทราบว่าปัจจุบัน นายออซ อาบูเดียน ได้หลบหนีมากบดานอยู่ในพื้นที่ อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี จึงได้เข้าจับกุมตัวได้ดังกล่าว

จากการสอบถาม นายออซ อาบูเดียน ให้ข้อมูลว่า ตนเองได้หลอกขายตั๋วคอนเสิร์ต ตั๋วฟุตบอลแมตช์สำคัญ และตั๋วอื่น ๆ ทางช่องทางออนไลน์ให้กับคนชาติเดียวกัน โดยที่ตั๋วนั้นไม่มีตั๋วอยู่จริงหรือเรียกว่าตั๋วผี โดยมีเหยื่อหลงเชื่อโอนเงินมาจำนวนมาก เมื่อตนรู้ว่ามีผู้เสียหายเข้าแจ้งความจึงได้เดินทางหลบหนีมากบดานในพื้นที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ ได้แก่ ภูเก็ต พัทยา และเกาะสมุย จากการตรวจสอบโทรศัพท์ของ นายออซ อาบูเดียน พบว่ามีข้อมูลภาพถ่ายตั๋วคอนเสิร์ตนักร้องชื่อดังในประเทศอิสราเอล เตรียมที่จะหลอกขายให้กับเหยื่ออีกหลายใบ
พ.ต.อ.นฤวัต พุทธวิโร ผกก.ตม.จว.สุราษฎร์ธานี จึงได้เสนอ พล.ต.ต.ชูธเรศ ยิ่งยงดำรงสกุล ผบก.ตม.6 พิจารณาเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร โดยเจ้าหน้าที่จะดำเนินการผลักดันนายออซ อาบูเดียน ส่งกลับตามกฎหมายคนเข้าเมืองไปดำเนินคดีที่ประเทศอิสราเอล ขณะที่ พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม.ได้กล่าวว่าได้สั่งการให้ตรวจคนเข้าเมืองทุกจังหวัด คุมเข้มกวดขันคนต่างด้าวที่อยู่ในพื้นที่ให้ปฏิบัติตนตามกฎหมายของประเทศไทย เคารพและยอมรับการอยู่ในสังคมร่วมกับคนไทย และจับกุมคนต่างชาติที่กระทำความผิดทุกกรณี.



