เมื่อวันที่ 17 พ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วานนี้ (16 พ.ย. 68) พล.ต.ต.สินเลิศ สุขุม ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต พร้อมด้วย พ.ต.อ.ชาตรี ชูแก้ว ผกก.สภ.เมืองภูเก็ต ชุดสืบสวน สภ.เมืองภูเก็ต ร่วมกันแถลงผลจับกุม น.ส.ขนภา (สงวนนามสกุล) หรือ “มุข” อายุ 31 ปี พร้อมของกลางสินค้าหลากหลายชนิด เช่น สบู่ ครีมทาตัว ยาสระผม ครีมบำรุงผิว และเครื่องสำอาง จำนวนนับหมื่นชิ้นมูลค่ารวมกว่า 3.1 ล้านบาท

ทั้งนี้ สืบเนื่องจาก เจ้าหน้าที่สืบทราบมาว่ามี “มิจฉาชีพ” ส่งของไปยังบ้านเรือนประชาชนก่อนจะเรียกเก็บเงินปลายทาง ทั้งที่ประชาชนไม่ได้สั่งซื้อแต่อย่างใด บางรายหลงเชื่อคิดว่าญาติพี่น้องสั่งซื้อ จึงยอมจ่ายเงินให้ มารู้ภายหลังว่าถูกหลอกเสียเงินไปแล้วหลายราย ต่อมาเจ้าหน้าที่ตรวจสอบสิ่งผิดกฎหมาย อาคารพาณิชย์แห่งหนึ่ง พื้นที่ ต.รัษฎา อ.เมือง จ.ภูเก็ต ที่ถูกเช่าไว้เป็นโกดังเก็บสินค้าต้องสงสัย พบกล่องกระดาษบรรจุสิ่งของวางเรียงรายเป็นจำนวนมาก โดยมีผู้ต้องสัยที่เป็นหญิงสาวและคนงานจำนวนหนึ่งกำลังก้มหน้าก้มตาแพ็คสิ่งของใส่กล่องกระดาษอยู่

เจ้าหน้าที่แสดงตัวเพื่อขอเข้าตรวจค้น พบ น.ส.มุข และกลุ่มคนงาน จึงควบคุมตัวไปสอบสวน ก่อน น.ส.มุข จะให้การรับสารภาพ อ้างว่าเป็นเจ้าของสินค้าท้งหมด มีการว่าจ้างคนงานมาแพ็กสิ่งของเพื่อจัดส่งไปยังบ้านเรือนประชาชนทั่วประเทศ ก่อนจะเรียกเก็บเงินปลายทาง ทำให้มีเงินหมุนเวียนแต่ละวันนับแสนบาท สำหรับการได้มาของ “ชื่อ-ที่อยู่” จัดส่งนั้น น.ส.มุข ให้การอ้างว่า ได้ซื้อรายชื่อลูกค้ามาจากบริษัทขนส่งเอกชน รายชื่อละ 1 บาท จากนั้นได้ปริ้นชื่อลูกค้าแล้วติดหน้ากล่องกระดาษที่ภายในมีสินค้าชนิดต่าง ๆ โดยผ่านบริษัทขนส่งเอกชนอีกทอด เพื่อนำส่งไปยังบ้านเรือนประชาชนทั่วประเทศ

เบื้องต้นแจ้งข้อหา “…ขายเครื่องสำอางที่มิได้จดแจ้ง มีความผิดตามมาตรา 32(1) โทษตามมาตรา 78 วรรค 1 ปรับไม่เกิน 20,000 บาท และขายเครื่องสำอางที่ฉลากไม่ใช้ข้อความภาษาไทย มีความผิดตามมาตรา 22 วรรค 2(2) และ มาตรา 32(4) โทษตามมาตรา 68 วรรค 2 จำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ..” อย่างไรก็ตามคดีนี้อยู่ระหว่างการสอบสวนขยายผล หากพบความผิดเพิ่มเติมก็จะมีการแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมต่อไป.