เมื่อวันที่ 17 พ.ย. 68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า “นายไทภัทร ธนสมบัติกุล” ซึ่งเป็นพ่อของ “คุณหมอกฤตไท ธนสมบัติกุล” โดยเป็นเจ้าของเพจสู้ดิวะ ได้ออกมาโพสต์ข้อความเรียกร้องให้เร่งออก พ.ร.บ.อากาศสะอาด โดยย้ำว่าปัญหา PM2.5 รุนแรงขึ้นทุกปี แต่มาตรการที่มีอยู่ไม่เคยแก้ได้จริง เผย จำไว้อากาศสะอาดคือสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานที่จะได้หายใจ
โดยเจ้าของโพสต์ ระบุข้อความว่า “ปลายฝนต้นหนาว ฝุ่นพิษ PM2.5 กำลังบุกมาเต็มท้องฟ้า ที่ผ่านมาเราพึ่งพาได้แค่การขอความร่วมมือไม่เผา การแจกหน้ากากอนามัย การพ่นน้ำไล่ฝุ่น การตั้งวอร์รูม บรา ๆ ๆ ซึ่งมันไม่ได้ช่วยอะไรเลย จริงๆ แล้วเครื่องมือที่สำคัญที่สุดในการจัดการปัญหา PM2.5 แบบถอนรากถอนโคน คือ กฎหมาย พ.ร.บ.อากาศสะอาด ที่ภาคประชาชนเขาช่วยกันผลักดันจนหืดขึ้นคอ แต่ป่านนี้ก็ยังไม่คลอดออกมา เพราะติดพวกเห็นประโยชน์ของกลุ่มตนมีมากกว่าสุขภาพของเรา เข้ามาหน่วงเหนี่ยวหรือแก้ไขตัดทอนสาระสำคัญออกไป”

อีกทั้ง “พ.ร.บ.อากาศสะอาด มันไม่ใช่แค่ข้อความ แต่มันคือเข็มทิศและดาบอาญาสิทธิ์ ที่จะบอกว่าใครต้องรับผิดชอบ ต้องทำอะไร ต้องมีมาตรฐานแค่ไหน ถ้ามักง่ายสร้างมลพิษแล้วชิ่งหนีจะต้องถูกลงโทษอย่างไร และข้อมูลต่างๆ ต้องเปิดเผยให้ประชาชนเข้าถึงได้อย่างโปร่งใส เลิกเล่นเกม “ถ่วงเวลา” เสียที ผมรู้ พวกท่านก็รู้ ข่าวคราวความคืบหน้าของร่าง พ.ร.บ. เนี่ย มันผ่านสภาล่างไปได้แล้ว แต่ตอนนี้มันไปติดอยู่ที่ไหน มันกำลังถูก “ดอง” หรือ “เตะถ่วง” อยู่หรือเปล่า”
“มีเสียงกระซิบมาหนาหูว่า “กลุ่มทุนใหญ่” หรือ “ผู้ประกอบการมลพิษสูง” ที่คุ้นเคยกับการทำมาหากินแบบมักง่ายไม่สนใจผลกระทบที่ตัวเองก่อไว้ กำลังใช้ทุกวิถีทางเพื่อ “เบรค” กฎหมายฉบับนี้ พวกเขากลัวอะไรกันนักหนา กลัวจะต้องลงทุนติดตั้งเครื่องกรองฝุ่น กลัวต้องจ่ายค่าธรรมเนียมจัดการมลพิษ กลัวว่าถ้ากฎหมายออกมา ประชาชนจะมีสิทธิ์ฟ้องร้อง หรือเรียกให้เจ้าหน้าที่ที่มีอำนาจเข้ามาตรวจสอบและสั่งปิดได้ทันที สุขภาพประชาชน ไม่ใช่ “ราคาต่อรอง” รู้มั้ยว่า พวกท่านกำลังเอา “เศษเงิน” ที่ได้จากความมักง่าย มาแลกกับ “ลมหายใจ” ของลูกหลานเราทั้งประเทศ มันบาปกรรมจริง ๆ เลย”
นอกจากนี้ “ฝุ่นพิษ PM 2.5 ไม่ได้เลือกชนชั้นนะครับ มันไม่ได้เกรงใจนักธุรกิจใหญ่ หรือนักการเมืองที่นั่งสบายอยู่ในห้องแอร์ แต่มันกำลังทำลายปอด ทำลายสมองของลูกเล็กเด็กแดง ทำลายสุขภาพของคนเฒ่าคนแก่ มูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจจากการรักษาพยาบาล และการท่องเที่ยวที่พังทลาย มันมากกว่าผลกำไรส่วนตนของพวกท่าน หลายร้อยหลายพันเท่า มันคุ้มค่ามั้ย การมีกฎหมาย พ.ร.บ.อากาศสะอาด ที่เข้มแข็ง มันคือการสร้าง สนามแข่งขันที่เป็นธรรม ให้กับทุกคน ไม่ใช่การเอาเปรียบใคร แต่มันคือการทำให้คนที่ทำถูกกฎหมาย ได้รับการคุ้มครอง และคนที่ไม่รับผิดชอบก็ต้องจ่าย และต้องแก้ไข ถึงทุกภาคส่วน และผู้มีอำนาจ นี่คือเวลาที่ต้อง “กัดไม่ปล่อย” ครับ”
“ถึงวุฒิสภา และกลไกของรัฐ ท่านคือความหวังสุดท้ายที่กฎหมายจะไม่ถูกดอง จงเร่งพิจารณาร่าง พ.ร.บ. ฉบับที่ดีที่สุดนี้โดยคำนึงถึงสิทธิของประชาชนเป็นที่ตั้ง ไม่ใช่ผลประโยชน์ของกลุ่มทุนใดๆ ปัญหาฝุ่นพิษนี้รอไม่ได้ครับ อีกทั้ง ถึงภาคธุรกิจที่มีจิตสำนึก จงรวมตัวกันเป็นพลังออกมาสนับสนุนกฎหมายฉบับนี้อย่างเปิดเผย เพื่อแยกตัวเองออกจากพวกเห็นแก่ตัว และแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมอย่างแท้จริง และถึงพี่น้องประชาชน (เราทุกคน) อย่าหยุดส่งเสียง ขอให้ช่วยกันส่งข้อมูล และสนับสนุนภาคประชาชนที่กำลังสู้ในทุกช่องทาง กฎหมายนี้เป็นของพวกเรา เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานในการหายใจ ถ้าเราไม่ช่วยกันเฝ้าดู กฎหมายนี้อาจ “ตกไป” แล้วเราก็ต้องวนกลับไปสู่วงจรอุบาทว์ของฝุ่นพิษกันอีกปีแล้วปีเล่า”
อย่างไรก็ตาม “จำไว้อากาศสะอาดคือสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานที่จะได้หายใจ ใครที่จงใจถ่วงสุขภาพของเรา เพื่อผลประโยชน์ส่วนตน จงรีบถอยออกไป และขอให้ผู้มีอำนาจเร่งออกกฎหมายนี้ต่อไปอย่างรวดเร็ว เพราะสุขภาพชีวิตที่ดีของเราทุกคน มันประเมินค่าไม่ได้ รอไม่ได้ ช่วยแชร์ให้ด้วยครับ”
ขอบคุณข้อมูล : ไทภัทร ธนสมบัติกุล



