เมื่อวันที่ 17 พ.ย. ผู้สื่อข่าวเดลินิวส์ ประจำจังหวัดสระแก้ว ได้สัมภาษณ์ นายบำรุง ล้อเจริญวัฒนะชัย ประธานหอการค้าจังหวัดสระแก้ว เกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดนไทย ทางด้านจังหวัดสระแก้ว ภายหลังจากการที่มีการปิดด่านผ่านแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งในส่วนของจังหวัดสระแก้ว มีด่านผ่านแดนถาวร 2 ด่าน และจุดผ่อนปรนการค้า 3 ด่าน และหลังจากมีการปิดด่านมาแล้ว รวมระยะเวลาประมาณ เกือบ 6 เดือน
โดยสินค้าที่ส่งออกไปนั้นมีแทบจะทุกอย่างทุกประเภท แล้วส่วนใหญ่พ่อค้าแม่ค้าชายแดนอยู่ได้เพราะการค้าชายแดน โดยสำหรับมูลค่าการค้าชายแดนหลังจากที่มีการปิดด่านมา มูลค่าประเมินความเสียหายได้ยากเพราะเป็นตัวเลขที่สูง มูลค่านับหมื่นล้านบาทต่อเดือน

ส่วนอยากให้รัฐบาลช่วยเหลืออะไรบ้าง ก็ไม่ขอพูดในตรงนี้ แต่อย่างเช่นการที่ว่าจะทำการเยียวยาคนชายแดน ก็ไม่เห็นมีการเยียวยา หรือกระตุ้นการค้าใดๆ ก็เห็นแต่มาจัดงานในพื้นที่ชายแดน ก็ยังเป็นเงินภาษีชาวบ้านอยู่ดี ออแกไนซ์ก็ดำเนินการไปกันหมด แต่ถ้าด่านชายแดนยังปิด ประชาชนก็อยู่ยากอยู่ดี เพราะคนในพื้นที่ส่วนใหญ่ก็ค้าชายแดนเป็นส่วนใหญ่ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็อยู่ที่นายกรัฐมนตรี เพราะว่าถ้ายังทำตามกระแสข่าว ยังกลัวคะแนนการเมืองตก และสุดท้ายในปัจจุบันการส่งออกก็มีการส่งไปทางเรือกันอยู่ดีซึ่งก็ทำให้ต้นทุนการส่งออกเพิ่มขึ้นไปอีก
ขณะเดียวกัน นายอุกฤษฏ์ วงษ์ทองสาลี ประธานหอการค้าจังหวัดจันทบุรี เปิดเผย ความเสียหายขับเคลื่อนผ่านชายแดนกัมพูชาจันทบุรี ตลอดทั้งปี มูลค่าสี่หมื่นล้านบาท ขับเคลื่อนชายแดนกัมพูชาความเสียหายครั้งนี้น่าจะร่วมหมื่นล้านแล้ว ในการค้าขายเป็นความเสียหายโดยตรงของแรงงานแต่ความเสียหายที่กำลังจะเกิดขึ้นตอนนี้จะเป็นความเสียหายจากแรงงาน เราใช้แรงงานจากกัมพูชาในการทำเรื่องการเกษตรเป็นเรื่องของทุเรียน มังคุด แล้วตอนนี้เรากำลังจะเข้าใกล้ฤดูของลำไยแล้ว ซึ่งเราจะมีอยู่ประมาณสามแสน ตันปีนี้ ซึ่งในอุตสาหกรรมลำไยในสวนลำไยเราจะใช้คนร่วมสองหมื่นคนได้ในการขับเคลื่อน

อย่างไรก็ตามไม่ว่าสถานการณ์ของชายแดนเป็นอย่างไรหรือว่าจะเป็นเรื่องการตัดสินใจของรัฐบาลเป็นอย่างไร สิ่งที่รัฐบาลต้องช่วยกันในการทำงานในครั้งนี้คือหาแรงงานทดแทนให้เกษตรกรได้เร็วที่สุด ไม่งั้นแล้วเราจะมีความเสียหายทางการเกษตรเยอะมาก คำว่าแรงงานทดแทนพูดกันง่าย เรามีกัมพูชา เรามีลาว แม้กระทั่งคนไทยที่อยู่ภายในประเทศ สิ่งต่างๆ เหล่านี้เราต้องร่นขบวนการให้เอามาซึ่งแรงงานต่างด้าวในไทยนี้เพื่อให้ทันท่วงทีของฤดูกาลที่กำลังจะเกิดขึ้น แล้วก็ทำเรื่องง่ายให้เป็นเรื่องยากเพราะทางเกษตรกรทางชาวสวนต้องเอาแรงงานนี้มาแทนต่อ
เพราะว่าการเก็บลำไยในสตรีมการเก็บลำไยในภาคตะวันออก ภาคเหนือก็จะมีกระบวนการความละเมียดมากกว่า การสอนก็ต้องเอามาสอนเรื่องของขั้นตอนกฎกติกาต้องไปเซ็นชื่อไปตอกบัตรอะไรต่างๆ เราต้องทำให้มันรวดเร็วที่สุดเพราะฉะนั้นแล้วมันจะไม่ทันเวลาซึ่งของพวกนี้มันเป็นเรื่องของกฎกติกา เราอยู่ในช่วงเวลาของรัฐบาลที่มีกิโยตินกฎหมาย การขยับเรื่องของการขยับเขย่า เราต้องใช้โอกาสนี้ กฎหมายต่างๆ กฎหมายที่แสดงถึงความยืดเยื้อไม่เหมาะสมอะไรต่างๆ ทุกอย่างที่เสียเวลาเราต้องทำในช่วงนี้



