เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 17 พ.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกรรมาธิการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม ให้สัมภาษณ์ถึงการเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญเพื่อพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ จะเปิดวันใด ว่า การจะเปิดวันใดอยู่ที่กรรมาธิการว่าจะพิจารณาเสร็จเมื่อใด หากเสร็จภายในต้นเดือน ธ.ค. ก็สามารถเปิดประชุมสมัยวิสามัญได้ ก่อนเปิดสมัยประชุมสามัญวันที่ 12 ธ.ค. ตนดูไทม์ไลน์คร่าวๆ และได้หารือกับคณะกรรมาธิการแล้วว่าการโหวตวาระ 3 ต้องแล้วเสร็จก่อนช่วงปีใหม่ หมายความว่าหากเปิดสมัยประชุมวิสามัญวันที่ 9-11 ธ.ค. ยังสามารถลงมติวาระ 3 ก่อนช่วงปีใหม่ได้อยู่ และนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และรมว.มหาดไทย ยืนยันว่าพร้อมเปิดประชุมสมัยวิสามัญให้ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้การพิจารณาของกรรมาธิการเดินหน้าไปได้พอสมควรแล้ว ในมาตรา 256/1 ที่เป็นหัวใจของการแก้รัฐธรรมนูญได้ผ่านมติเสียงข้างมากแล้ว ส่วนมาตรการอื่นคงใช้เวลาไม่มาก คงเดินหน้าได้เร็วมากขึ้น คาดว่าภายในเดือน พ.ย. น่าจะแล้วเสร็จ แต่หากไม่แล้วเสร็จก็น่าจะเสร็จต้นเดือน ธ.ค.
เมื่อถามว่า การตั้งคำถามประชามติจะเริ่มดำเนินการเมื่อใด นายภราดร กล่าวว่า เรามองว่าการตั้งคำถามประชามติควรเริ่มต้นจากรัฐสภาตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ หลังการลงมติวาระ 3 ต้องมีญัตติจากรัฐสภาว่าจะมีคำถามที่ 1 อย่างไร ส่วนคำถามที่ 2 ต้องเป็นไปตามรัฐธรรมนูญมาตรา 256(8) เพราะการแก้ไขครั้งนี้ เราได้เพิ่มหมวด 15/1 เข้าไปที่ต้องให้มีการทำประชามติ และรัฐสภาต้องมีมติเพื่อส่งให้คณะรัฐมนตรี เพื่อไปทำคำถามประชามติร่วมกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)
เมื่อถามว่า กระบวนการนี้จะเดินหน้าไปถึงเดือน ม.ค. ใช่หรือไม่ นายภราดร กล่าวว่า “อยู่แล้ว เพราะจากไทม์ไลน์ลงมติวาระ 3 ช่วงก่อนปีใหม่ หลังเปิดปีใหม่จะส่งเรื่องมาที่ ครม. แล้วหลังจากนั้นอีก 2-3 วัน ก็จะประชุม ครม. เพื่อมีมติให้ทำประชามติแล้วส่งเรื่องไปที่ กกต. ช้าที่สุดไม่เกินกลางเดือน ม.ค.”
เมื่อถามว่า การทำประชามติจะทันไทม์ไลน์ของ กกต. ที่ขอเวลาเตรียมความพร้อมไว้ 75 วันหรือไม่ นายภราดร กล่าวว่า เมื่อสองสัปดาห์ก่อน เลขาฯ กกต. แจ้งแล้วว่าขอเวลา 75 วัน โดยย้อนจากวันที่ 29 มี.ค. 69 ซึ่งจะตรงกับวันที่ 15 ม.ค. 69 ครม. จำเป็นต้องมีมติภายในวันดังกล่าวเพื่อส่งให้กับ กกต.
เมื่อถามว่า มองอย่างไรที่พรรคเพื่อไทยโจมตีว่าสูตร 20 หยิบ 1 จะทำให้เกิดการล็อกสเปกคณะกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญ นายภราดร กล่าวว่า อะไรก็ไม่ดีไปหมดหรอก จริงๆ สูตรนี้ได้มีการหารือกันนอกรอบ ตนได้อภิปรายเรื่องนี้ตามร่างของพรรคภูมิใจไทยมาตั้งแต่วาระ 1 แต่พรรคเพื่อไทย และพรรคประชาชน มองว่าจะทำให้สภาร่างรัฐธรรมนูญเป็นสีใดสีหนึ่ง ตนเลยยอมถอยแล้วใช้สูตรของพรรคประชาชน ในวันนั้นพรรคเพื่อไทย ก็บอกว่าแบบนี้ก็พูดคุยกันได้ แล้วพยายามทำทุกอย่างให้การแก้รัฐธรรมนูญเดินต่อได้
เมื่อถามว่า หากใช้สูตรนี้ต้องไปดูหลังการเลือกตั้งใช่หรือไม่ นายภราดร กล่าวว่า ทั้งหมดอยู่ที่ผลการเลือกตั้ง ทุกพรรคการเมืองต้องไปรณรงค์กับประชาชนเพื่อให้ได้ สส. มากที่สุด เพื่อหยิบกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญให้ได้มากที่สุด จึงอยู่ที่การตัดสินใจของประชาชน ย้ำว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ใช่แค่การเลือก สส. แต่เป็นการเลือกเพื่อให้หยิบกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญด้วย
เมื่อถามว่า คุณสมบัติคนจะมาทำหน้าที่ร่างรัฐธรรมนูญจะกำหนดอย่างไร คนโดนตัดสิทธิทางการเมืองสามารถเป็นได้หรือไม่ นายภราดร กล่าวว่า อยู่ระหว่างการเจรจากันอยู่ในชั้นกรรมาธิการ ส่วนจะได้ข้อสรุปอย่างไรค่อยว่ากันอีกที



