เมื่อวันที่ 17 พ.ย. ที่พรรคประชาธิปัตย์ ร.ต.อ.พงศกร ขวัญเมือง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า พรรคประชาธิปัตย์เดินหน้าทำการเมืองสุจริต ขจัดทุนเทา ผู้มีอิทธิพล รวมถึงการแก้ปัญหาสแกมเมอร์ ผ่านแคมเปญ “เปิดฟ้าใหม่ไล่เมฆเทา” ของพรรค หลังสหรัฐอเมริกา กำลังออกร่างกฎหมายการต่อต้านสแกมเมอร์ และมีแบล็กลิสต์ 43 รายชื่อ ซึ่งหาก 43 คนดังกล่าว เกี่ยวข้องกับประเทศไทย ก็จะต้องดำเนินการโดยเร็ว เพื่อไม่ให้ประเทศไทยถูกตรวจสอบจากนานาชาติ และตกเป็นเป้าสายตานานาชาติเป็นแหล่งฟอกเงิน โดยยืนยันว่า ไม่ได้มุ่งหวังโจมตีทางการเมือง แต่เพื่อประโยชน์สาธารณะ
ร.ต.อ.พงศกร กล่าวอีกว่า จากการตรวจสอบของคณะทำงานพรรคประชาธิปัตย์ พบการกระทำต้องสงสัยของบุคคล อาทิ นายยิม เลี๊ยก นักธุรกิจชาวกัมพูชา, นายเบนจามิน เมาเออร์เบอร์เกอร์ นักธุรกิจ และล็อบบี้ยิสต์ รวมถึงยังเชื่อมโยงบริษัท และสถาบันการเงิน ทั้งในไทยและต่างประเทศ เช่น B.I.C. BANK CAMBODIA และ B.I.C. BANK LAOS ที่มีพฤติกรรมต้องสงสัย เช่น บริษัทที่มีทุนจดทะเบียน 330 บาท แต่สามารถซื้อบริษัทที่มีทุนขนาดใหญ่ และกู้เงินได้มากกว่า 600 ล้านบาท หรือรวมถึงบริษัทที่หลีกเลี่ยงกฎหมาย พยายามนำต่างด้าวมาเป็นนอมินีถือหุ้นอย่างซับซ้อน เพื่อให้เกินร้อยละ 49 ตามที่กฎหมายไทยจำกัด หรือเชื่อมโยงบริษัทพลังงานใหญ่ของประเทศ ซึ่งเกี่ยวพันกับอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการคนหนึ่ง

โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์จะใช้หลักสากลมาตรวจสอบ โดยเฉพาะธุรกรรมการเงิน เพื่อให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ยื่นต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของรัฐตรวจสอบ เช่น คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เพื่ออายัดเส้นทางการเงินของบุคคลที่เกี่ยวข้อง ซึ่งอาจมีความเชื่อมโยงถึงการเมือง เพราะหลายเหตุการณ์มีการตั้งข้อสังเกต มีบุคคลพยายามเข้ามาถือหุ้นบริษัทพลังงานไทย และยังอาจโยงถึงความขัดแย้งไทย-กัมพูชา และความสูญเสียทรัพย์สินของประชาชนด้วย และเมื่อพรรครวบรวมข้อมูลเสร็จสิ้น หัวหน้าพรรคจะมีการแถลงข้อเรียกร้อง และข้อเสนอของพรรคต่อไป
ร.ต.อ.พงศกร กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์ดำเนินการตรวจสอบเรื่องนี้ตลอด ตั้งแต่สมัยรัฐบาลพรรคไทยรักไทย แต่ในช่วงระยะเวลาเปลี่ยนผ่าน อาจไม่ได้ดำเนินการ แต่เราถือเป็นหน้าที่ของพรรคการเมืองในการช่วยกันตรวจสอบ โดยเฉพาะอุดมการณ์ของพรรคประชาธิปัตย์ ที่ยึดถือการเมืองสุจริต จึงต้องการทำให้เป็นตัวอย่างการเมืองสุจริต เพราะหากการเมืองไม่สุจริต ก็จะเป็นปัญหาอย่างที่เกิดขึ้น เช่น ดีลลับ เรื่องเทา หรือความขัดแย้งระหว่างประเทศ ยืนยันว่า พรรคจะทำเพื่อประโยชน์ประเทศ หลังจากนี้ พรรคจะมีการเปิดเผยข้อมูลเหล่านี้อีกครั้ง เพื่อให้สังคมเห็นความเชื่อมโยง และให้หน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการต่อไป



