เมื่อวันที่ 12 พ.ค. นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์คลิปพร้อมข้อความผ่านเฟซบุ๊ก เทพไท- คุยการเมือง ในหัวข้อ ตีความ คำพูดทักษิณ “จำอะไรไม่ได้” โดยระบุว่า เมื่อวานวันที่ 11 พ.ค. 2569 เป็นวันที่นายทักษิณ ชินวัตร ได้รับการพักโทษ หลังจากถูกคุมขังในเรือนจำได้เป็นเวลา 2 ใน 3 ของโทษทั้งหมด คือถูกจำคุกมาแล้ว 8 เดือน รอพักโทษอีก 4 เดือน จึงมีการวิเคราะห์กันไปต่างๆ นานาว่า หลังจากนายทักษิณได้รับการพักโทษ และพ้นโทษไปแล้ว จะหวนกลับมาสู่การเมืองอีกหรือไม่ เพราะก่อนหน้านี้ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ลูกสาวได้ออกมาเปรยว่า อยากจะให้นายทักษิณวางมือทางการเมือง ทำให้ทุกคนต่างรอคอยว่า นายทักษิณจะออกมายืนยันหรือแสดงท่าทีต่ออนาคตทางการเมืองอย่างไรหรือไม่
นายเทพไท ระบุว่า ถ้าใครสังเกตการให้สัมภาษณ์ของนายทักษิณ หลังจากได้รับการพักโทษ แม้ว่าเป็นคำพูดที่นายทักษิณพูดสั้นๆ แต่คำพูดที่พูดออกมาเป็นการส่งนัยทางการเมืองอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เช่น เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า สุขภาพเป็นอย่างไรบ้าง นายทักษิณ ตอบว่า ไปจำศีลมา 8 เดือน จำอะไรไม่ได้ เป็นอัลไซเมอร์ไปแล้ว ซึ่งนายทักษิณต้องการจะส่งสัญญาณไปยังผู้มีอำนาจ ฝ่ายตรงข้ามของนายทักษิณ ที่เป็นไม้เบื่อไม้เมา หรือคู่ต่อสู้ทางการเมือง หรือการเมืองคนละขั้ว ต้องการส่งสัญญาณว่า ที่แล้วก็แล้วกันไป ลืมไปแล้ว จำอะไรไม่ได้ ต้องการให้มีการเริ่มต้นใหม่ ที่ผ่านมาข้อแย้งทางการเมือง ถือว่าเลิกแล้วต่อกัน
แต่ถ้าหากจะดูการเคลื่อนไหวในวันที่นายทักษิณออกจากเรือนจำ จะเห็นได้ว่ามีการระดมมวลชน เพื่อแสดงพลังทางการเมือง เพื่อให้เห็นว่า นายทักษิณยังมีมวลชนสนับสนุนอยู่ และมวลชนที่มาต้อนรับนายทักษิณ ก็ได้รับการสนับสนุนและได้รับการดูแลจากอดีตแกนนำคนเสื้อแดง หรืออดีตแกนนำ นปช. มีการแจกลอตเตอรี่ให้กับผู้มาต้อนรับ มีการทำข้าวกล่องมาแจกให้ หรือแม้แต่นายพานทองแท้ ชินวัตร ลูกชายของนายทักษิณ ก็ยังแวะมาให้กำลังใจ ทั้งนี้ยังไม่รวมถึงแกนนำอีกหลายคน ที่คอยอำนวยความสะดวก และขึ้นเวทีพูดจาปราศรัยกับกลุ่มผู้มาต้อนรับทักษิณทั้งคืน
นายเทพไท ระบุว่า ส่วนในตอนเช้าก่อนที่นายทักษิณจะออกมาจากเรือนจำ ก็เห็นภาพอดีตแกนนำสมัยพรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน และพรรคเพื่อไทย รวมถึงอดีต สส. และ สส. อีกจำนวนมาก แม้ว่าเป็นการแสดงน้ำใจ ความห่วงใยจึงมาต้อนรับก็ตาม แต่ภาพที่เห็นคือมีการเตรียมการ มีการจัดตั้ง มีการระดมมวลชนให้มาต้อนรับนายทักษิณ ซึ่งทำแบบนี้มาตลอดระยะเวลา 8 เดือน ที่นายทักษิณอยู่ในเรือนจำคลองเปรม ซึ่งจะเห็นได้จากการจัดกิจกรรมกินก๋วยเตี๋ยววันเสาร์-อาทิตย์ กินส้มตำ กินข้าวมันไก่ หรือการชุมนุมหน้าเรือนจำคลองเปรมอยู่เป็นประจำทุกสัปดาห์
ซึ่งถ้าหากนายทักษิณต้องการความเป็นส่วนตัว ไม่ต้องการให้มีการเคลื่อนไหวทางการเมือง เพื่อมาต้อนรับในวันได้รับการพักโทษ ก็สามารถส่งสัญญาณขอความเป็นส่วนตัวได้ แต่นายทักษิณกลับปล่อยให้แกนนำและมวลชนแสดงออกทางการเมือง ซึ่งต้องการแสดงให้เห็นว่า นายทักษิณยังมีมวลชนสนับสนุนอยู่ เพื่อส่งสัญญาณให้กับผู้มีอำนาจทางการเมืองได้เห็นว่า นายทักษิณไม่ใช่คนสิ้นไร้ไม้ตอก ไม่ใช่ตะเกียงที่ไร้น้ำมัน ยังมีมวลชนสนับสนุนอยู่จำนวนมาก หวังอำนาจต่อรองทางการเมือง ซึ่งภาพที่เห็น เป็นสิ่งที่ยืนยันได้ว่า “ร้อยคำพูดไม่เท่ากับหนึ่งการกระทำ”



