การค้าชายแดนระหว่างไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน กัมพูชา ลาว เมียนมา มาเลเซีย ตลอดจนการค้าผ่านแดน นับว่ามีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจในภูมิภาค โดยมีมูลค่าในแต่ละปี สูงเกินกว่า 2 ล้านล้านบาท อย่างไรก็ตาม หากโฟกัสไปเฉพาะกับ กัมพูชา
สถานการณ์ในปีนี้สะท้อนปัญหาอย่างชัดเจน โดยช่วงครึ่งปีแรก การค้าชายแดนไทย–กัมพูชายังเติบโตอย่างแข็งแกร่ง มูลค่าผ่านจุดชายแดนเพิ่มขึ้นประมาณ 11.2% และใน 5 เดือนแรกไทยส่งออกไปกัมพูชามากกว่า 63,000 ล้านบาท ขณะที่ไทยนำเข้าจากกัมพูชากว่า 17,600 ล้านบาท ภาพนี้สะท้อนว่าไทยยังได้ประโยชน์ทางการค้าที่สำคัญกับกัมพูชา
อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่ปลายเดือนมิถุนายน เมื่อรัฐบาลไทยประกาศปิดจุดผ่านแดนชายแดนกัมพูชาในหลายจังหวัดด้วยเหตุผลด้านความมั่นคง การปิดด่าน 18 แห่งนี้ มีผลทันทีต่อการค้าชายแดนดังนี้
- เดือนกรกฎาคม การค้าชายแดนไทย–กัมพูชา “ลดลงเกือบ 100%” เหลือเพียง 376 ล้านบาท แยกเป็นส่งออกลดลงเหลือ 370 ล้านบาท และนำเข้าเหลือเพียง 6 ล้านบาท
- เดือนสิงหาคม ยอดการค้าชายแดนเหลือเพียง 10 ล้านบาท ติดลบ 99.9% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า เป็นผลจากการดำเนินมาตรการจำกัดจุดผ่านแดนและควบคุมการขนส่ง
- เดือนกันยายน ลดลงอย่างหนักเช่นกัน เหลือเพียง 11 ล้านบาท ติดลบ 99.9%
นอกจากนี้ รายงานประเมินของหลายหน่วยงานระบุว่าการปิดด่านนานต่อเนื่องไปสิ้นปี อาจทำให้ไทยสูญรายได้จากการส่งออกชายแดนไปกัมพูชากว่า 60,000 ล้านบาท โดยปกติไทยและกัมพูชามีการค้าระหว่างกันเฉลี่ย 15,000 ล้านบาทต่อเดือน นอกจากนี้ ธุรกิจชายแดน ด่านค้าท้องถิ่น เกษตรกร พ่อค้าแม่ค้าในเขตชายแดน ยังได้รับความเสียหายอีกด้วย
สรุปแล้ว ความขัดแย้งชายแดนทำให้การค้าชายแดนหดตัวรุนแรงในช่วงปลายครึ่งปี ส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจที่สำคัญต่อธุรกิจท้องถิ่นและการส่งออกไทยระหว่างประเทศ หากสถานการณ์ไม่ได้คลี่คลาย ความเสียหายอาจยืดเยื้อและกินลึกมากกว่าที่คาดไว้เมื่อต้นปี



