เมื่อวันที่ 18 พ.ย. นายแพทย์เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราช นครราชสีมา ได้โพสต์ข้อความระบุว่า หลายคนพยายามหาซื้อซูเปอร์ฟู้ด (Superfood) ราคาแพงจากต่างประเทศ ทั้งที่จริง ๆ แล้ว “ของดีจริง” อยู่ในครัวไทยนี่แหละครับ ใครที่ต้องการอาหารช่วยลดอักเสบ คุมไขมัน เสริมภูมิ และดูแลระบบขับถ่าย อาหารไทยบ้าน ๆ บางอย่างช่วยได้แบบตรงจุดมากกว่าที่คิด
เพียงแต่คนส่วนใหญ่ไม่รู้ว่าควรกินอย่างไรและปริมาณเท่าไหร่ วันนี้ผมเลยคัด 7 ซูเปอร์ฟู้ด (Superfood) ไทยที่ถูกมองข้าม แต่หมอหลายคนแนะนำให้กินเป็นประจำ มาพร้อมประโยชน์ ปริมาณที่เหมาะสม และข้อควรระวังที่ควรรู้ครับ
1. มะเขือพวง มะเขือพวงเป็นผักไทยเล็ก ๆ แต่คุณค่าแน่นเพราะมีไฟเบอร์สูงมาก ช่วยดักจับไขมัน ลดคอเลสเตอรอล และช่วยลดอักเสบในหลอดเลือด ทำให้เหมาะมากกับวัย 40+ ที่เริ่มมีปัญหาไขมันสูงหรือความดันโลหิตขึ้น ตัวมันยังช่วยให้ขับถ่ายดีขึ้นและทำให้อิ่มนานเพราะเส้นใยเยอะ สามารถกินเป็นผักแนมแทนของทอดหรือแป้งได้แบบไม่รู้สึกผิด แนะนำให้กินวันละ ¼–½ ถ้วย ข้อควรระวัง: ควรกินแบบลวกหรือต้ม เพราะกินดิบอาจระคายคอหรือย่อยยาก
2. กระชายดำ กระชายดำมีชื่อเรื่องช่วยให้การไหลเวียนเลือดดีขึ้น เพิ่มพลังงาน และลดอักเสบ เหมาะกับคนวัย 40–60+ ที่เริ่มมีอาการเหนื่อยง่าย ปวดเมื่อย หรืออ่อนเพลียเรื้อรัง สารออกฤทธิ์ในกระชายดำช่วยให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น ทำให้รู้สึกสดชื่นขึ้นกว่าปกติเมื่อกินประจำ ถ้ากินแบบสกัดแนะนำกินวันละ 1–2 แคปซูล หรือสด 1–2 แง่งก็พอครับ ข้อควรระวัง: คนเป็นโรคกระเพาะไม่ควรกินหลังอาหาร เพราะรสเผ็ดร้อนอาจระคายกระเพาะได้
3. ถั่วลิสงต้ม ถั่วลิสงต้มเป็น ซูเปอร์ฟู้ด (Superfood) ราคาถูก ที่คนมองข้าม ทั้งที่โปรตีน ไฟเบอร์ และไขมันดีช่วยคุมความหิวและคงระดับน้ำตาลให้เสถียร เหมาะมากกับคนคุมน้ำหนักหรือทำ IF ตัวถั่วมีค่า GI ต่ำ ทำให้กินแล้วไม่ทำให้น้ำตาลพุ่งเร็ว แนะนำกินวันละ 1 กำมือพอนะ ข้อควรระวัง: เลือกถั่วใหม่ ไม่มีกลิ่นอับ เพราะถั่วเก่าเสี่ยงมีเชื้อราที่เป็นอันตรายต่อตับครับ
4. กล้วยน้ำว้า กล้วยน้ำว้ามีไฟเบอร์และพรีไบโอติกสูง ช่วยระบบขับถ่ายและเลี้ยงแบคทีเรียดีในลำไส้ ทำให้การย่อยดีขึ้น แถมยังช่วยให้อิ่มนาน เหมาะกับคนที่อยากแทนขนมหวานด้วยของดีต่อสุขภาพ อีกจุดเด่นคือช่วยเคลือบกระเพาะ ทำให้สบายท้องมากขึ้นครับ กินแค่วันละ 1 ลูกกำลังดีครับ ข้อควรระวัง: คนคุมน้ำตาลควรกินหลังอาหาร ไม่ใช่ตอนท้องว่าง เพราะอาจทำให้น้ำตาลขึ้นเร็ว
5. มะขามป้อม มะขามป้อมอุดมด้วยวิตามินซีสูงมาก ช่วยเสริมภูมิ ลดอักเสบ และช่วยให้ผิวดูสดใสขึ้น ยังมีสารต้านอนุมูลอิสระช่วยชะลอความเสื่อมของหลอดเลือด ใครที่อยากลดหวัดและลดอาการอักเสบเรื้อรัง กินสดแค่วันละ 1–2 ผล หรือแบบชง 1 แก้วกำลังดีครับ ข้อควรระวัง: หากกินเยอะเกินอาจมีอาการท้องผูกเพราะมีความฝาดสูง
6. ไข่ผำ ไข่ผำเป็น ซูเปอร์ฟู้ด (Superfood) ไทยที่หลายคนไม่รู้ว่าคุณค่าทางโภชนาการสูงกว่าไข่ไก่ต่อกรัมเลยนะ มีโปรตีนจากพืชสูงมาก ย่อยง่าย ไขมันต่ำ และมีแร่ธาตุช่วยลดอักเสบในร่างกาย ใครต้องการเสริมโปรตีนแต่ไม่อยากเพิ่มคอเลสเตอรอล ไข่ผำยังช่วยคุมระดับน้ำตาล และช่วยเพิ่มมวลกล้ามเนื้อเบา ๆ หากกินสม่ำเสมอ แนะนำกินเป็นเมนูแกงจืด ผัด หรือตากแห้งโรยอาหารก็ได้ ปริมาณวันละ 2–3 ช้อนโต๊ะถือว่ากำลังดีครับ ข้อควรระวัง: ควรซื้อจากแหล่งสะอาด เลี่ยงแบบเก็บจากแหล่งน้ำที่ไม่แน่ใจ เพราะอาจปนเปื้อนโลหะหนักได้ครับ
7. งาดำ นี่เป็นของดีราคาถูกในครัวไทยที่มักถูกมองข้าม เพราะมีแคลเซียมสูง ช่วยเรื่องกระดูก ข้อต่อ และมีเซซามิน ช่วยลดอักเสบและคุมคอเลสเตอรอลได้ดีมาก ใครเริ่มปวดเข่า ปวดข้อ หรือไขมันเริ่มสูง การกินงาดำคั่วบด 1–2 ช้อนโต๊ะต่อวัน ช่วยให้ร่างกายดูดซึมได้ดีที่สุด หรือจะโรยข้าว โรยแกงจืด หรือใส่น้ำอุ่นผสมดื่มก็ได้ครับ ข้อควรระวัง: ต้องใช้ “งาคั่วบด” เท่านั้น งาแบบไม่บด ร่างกายดูดซึมได้น้อยมากครับ แต่ไม่ค่อยแนะนำสำหรับคนที่เป็นโรคไตนะ เพราะงามีโพแทสเซียมสูง
ซูเปอร์ฟู้ด (Superfood) ไทยไม่จำเป็นต้องแพงหรือซับซ้อน ของพื้นบ้านใกล้ตัวหลายอย่างช่วยลดอักเสบ คุมน้ำตาล เสริมภูมิ และทำให้พลังงานเสถียรได้ดีแบบยาว ๆ เพียงเลือกกินให้ถูกชนิดและปริมาณเหมาะสม ก็ช่วยดูแลสุขภาพตัวเองได้แบบมีประสิทธิภาพ ไม่ต้องพึ่งของนำเข้า หรือวิธีดูแลสุขภาพยุ่งยากใด ๆ เลยครับ
ขอบคุณเพจหมอเจด



