นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ประกอบด้วยสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และหอการค้าไทย และสมาคมธนาคารไทย เปิดเผยว่า กกร. ได้ร่วมกับองค์กรต่างๆ ภาคธุรกิจ เช่น สภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สภาตลาดทุนไทย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หน่วยงานวิชาการ และภาครัฐ เช่น คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) รวมแล้วไม่ต่ำกว่า 200,000 บริษัท คิดเป็น 80-90% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ได้ร่วมเป็นคณะทำงานซีโร่ คอร์รัปชั่น : กกร. และเพื่อนไม่ทน ซึ่งเป็นคณะทำงานที่ กกร. จัดตั้งขึ้นมา เนื่องจากทุกคนเห็นตรงกันว่า เบื่อหน่าย และไม่ทนต่อปัญหาคอร์รัปชั่น ที่เป็นตัวถ่วงสำคัญของภาคเศรษฐกิจ

ทั้งนี้ คณะทำงานจะเร่งรวบรวมข้อเสนอจากภาคธุรกิจและภาคประชาสังคม จัดทำเป็นข้อเสนอเชิงนโยบายที่จะนำเสนอต่อนายกรัฐมนตรี เพื่อให้พิจารณานำไปปฏิบัติ ซึ่งปัญหาคอร์รัปชั่น ทำให้นักลงทุนไม่มา ฉุดความเชื่อมั่น และความสามารถแข่งขันของประเทศ ที่เห็นชัดตอนนี้จีดีพีไทยโตแค่ 1-2% ถ้าไม่มีคอร์รัปชั่นอาจโตเพิ่มได้อีก 2% หรือโตได้ถึง 3-4% และต้นทุนคอร์รัปชั่น ยังถูกผลักไปในต้นทุนสินค้าด้วย ถ้าไทยไม่เร่งแก้ปัญหานี้ ต่อไปเราจะพังครืนทั้งระบบได้
นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ต้นทุนจากคอร์รัปชั่นฝังลึกในทุกกลไก โดยเฉพาะประมูลงานภาครัฐ เช่น การก่อสร้างจ่ายสินบนทางตรงอาจสูงถึง 20-30% ของมูลค่า โดยข้อมูลจากสมาคมธนาคารไทยระบุว่า เศรษฐกิจไทยมีเศรษฐกิจนอกระบบอยู่ถึง 48% ของจีดีพี หรือเศรษฐกิจเกือบครึ่งของระบบเศรษฐกิจหลุดเข้าไปอยู่ใต้ดินผิดกฎหมาย ปัญหาคอร์รัปชั่นที่สะสมมานาน บวกกับระบบราชการล้าหลังและกฎหมายที่ไม่โปร่งใส ทำให้หลายประเทศแซงหน้า ไทยกลายเป็นหนึ่งในฐานฟอกเงินใหญ่ที่สุดในภูมิภาค และอาจติดระดับโลก หากยังมีระบบนิเวศที่ไม่โปร่งใส จะดึงดูดได้เพียงนักลงทุนสีเทา หรือสีดำ จึงต้องส่งสัญญาณให้ชัดว่า ไทยต้อนรับเฉพาะนักลงทุนคุณภาพ โดยยกเลิกกฎหมาย ปรับปรุงกฎระเบียบให้กระชับ โปร่งใส และตรวจสอบได้
นายมานะ นิมิตรมงคล ประธานองค์กรต่อต้านต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) กล่าวว่า รูปแบบการคอร์รัปชั่น ที่เกิดมากที่สุด คือ การเรียกรับสินบน เพื่ออำนวยความสะดวก หากวัดเป็นมูลค่าความเสียหายจากปัญหาคอร์รัปชั่น จะอยู่ที่ปีละไม่ต่ำกว่า 500,000 ล้านบาท แบ่งเป็นคอร์รัปชั่นจากการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ปีละ 200,000-300,000 ล้านบาท รวมทั้งการทิ้งร้างของโครงการก่อสร้างที่ชนะการประมูลอีกราว 100,000 ล้านบาท ที่เหลือเป็นการซื้อขายตำแหน่ง สิทธิสัมปทาน ความสมยอมภาคธุรกิจต่างๆ ทางแก้ได้เปิดให้แอปพลิเคชันให้ร้องเรียนโดยตรง โดยจะปิดชื่อผู้ถูกร้องเรียน และสามารถติดตามผลได้ และใช้เอไอช่วยตรวจสอบการทุจริตต่างๆ รวมทั้งให้รัฐเปิดเผยข้อมูลตามมาตรฐานสากล



