วันนี้ “เดลินิวส์”นำบทความจากเพจกรมอนามัย ได้ออกมาชี้แจงประเด็นการใช้ “กิ๊บหนีบผม” ทำให้เสี่ยงเกิดโรคผมร่วงจากการดึงรั้ง เป็นเรื่องจริง แต่เป็นการเพิ่มความเสี่ยง โดย “กิ๊บหนีบผม” ไม่ได้เป็นสาเหตุโดยตรงเสมอไป แต่เป็นพฤติกรรมการใช้ที่สร้างแรงดึงรั้งหรือแรงกดทับอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน ที่เป็นปัจจัยเสี่ยงทางการแพทย์ ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับภาวะผมร่วงจากการดึงรั้งที่เกิดจากแรงตึงของทรงผมและอุปกรณ์ต่างๆ โดยมี รายละเอียดชี้แจงเพิ่มเติมดังนี้
ภาวะผมร่วงจากการดึงรั้ง (Traction Alopecia) เป็นภาวะผมร่วงที่เกิดจากการที่รูขุมขน (Hair Follicles) ถูกดึงรั้งอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน ทำให้เกิดการอักเสบและเสียหาย ซึ่งอาจนำไปสู่ผมร่วงถาวรในบางกรณี
สาเหตุหลัก มักเกิดจากทรงผมหรือการใช้อุปกรณ์ที่สร้างแรงตึงอย่างมาก เช่น การมัดผมหางม้าหรือมวยผมที่ ตึงแน่น การถักเปียหรือการทำเดรดล็อกที่ แน่นมาก การต่อผมที่มีน้ำหนักมาก หรือมีการติดที่ ดึงรั้ง การใช้กิ๊บหนีบผม (Hair Clips/Claws) หรือคลิปต่อผม ที่มีการหนีบแน่นเกินไป หรือใช้ในตำแหน่งเดิมซ้ำๆ เป็นประจำ
อาการและการป้องกัน หากการใช้กิ๊บหนีบผมทำให้รู้สึก ตึง เจ็บ หรือปวดหนังศีรษะ นั่นคือ สัญญาณเตือนว่าควรรีบเปลี่ยนทรงผมหรือคลายความแน่น เพราะอาการปวดหรือตึงแสดงถึงแรงดึงที่มากเกินไป
ข้อควรปฏิบัติเพื่อลดความเสี่ยง เพื่อป้องกันผมร่วงจากการดึงรั้งจากการใช้กิ๊บหนีบผม ควรปฏิบัติหลีกเลี่ยงการรวบผมที่แน่นเกินไป ไม่ควรดึงผมตึงเมื่อใช้กิ๊บ เปลี่ยนตำแหน่งการหนีบ หลีกเลี่ยงการใช้กิ๊บในตำแหน่งเดิมซ้ำๆ เป็นประจำ ควรเปลี่ยนจุดที่หนีบ เพื่อให้เส้นผมบริเวณนั้นได้พัก เลือกกิ๊บที่เหมาะสม เลือกกิ๊บที่ยึดผมได้ดีโดยไม่ต้องหนีบแน่นจนเกินไป และใช้วัสดุที่ไม่คมหรือทำร้ายเส้นผม ไม่นอนหลับพร้อมกิ๊บ ควรถอดกิ๊บออกก่อนเข้านอนทุกครั้งเพื่อลดแรงกดทับและการดึงรั้งในเวลานาน



