เมื่อวันที่ 20 พ.ย. 68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากกรณีที่นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายกฎหมาย ให้สัมภาษณ์แสดงความเห็นในประเด็นอำนาจการยุบสภาของนายกรัฐมนตรี หลังจากที่มีการยื่นญัตติอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 151 ต่อสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมีสาระความสำคัญ ระบุว่า “ถ้าพิจารณาตัวหนังสือของ มาตรา 151 ที่ใช้คำว่า เมื่อได้มีการเสนอญัตติตามวรรคหนึ่งแล้ว จะมีการยุบสภาผู้แทนราษฎรไม่ได้ ก็อาจจะบอกว่ายื่นญัตติไม่ไว้วางใจก็ห้ามยุบสภาแล้ว ยื่นปั๊บก็ห้ามยุบปุ๊บ ไม่ต้องดูอย่างอื่น นี่เป็นการตีความที่ง่ายแบบตัวอักษรล้วนๆ ไม่ได้ดูอย่างอื่นเลย คนไม่ต้องเรียนกฎหมายก็พูดได้ ดูจะง่ายเกินไป แต่ต้องอ่านให้จบวรรค เขาบอกว่าห้ามยุบสภา เว้นแต่จะมีการถอนญัตติ หรือการลงมติไม่ได้คะแนนเสียงเกินกึ่งหนึ่ง ก็จะเข้าใจได้ว่า จะเริ่มห้ามยุบได้ต่อเมื่อญัตตินั้นถูกต้อง ครบถ้วนสมบูรณ์ บรรจุระเบียบวาระและแจ้งให้นายกรัฐมนตรีทราบตามข้อบังคับการประชุม”

ล่าสุดนั้นมีการเผยแพร่เนื้อหาจากวารสารศาลรัฐธรรมนูญ ปีที่ 6 เล่มที่ 16 เดือน ม.ค.- เม.ย. 2547 หน้าที่ 100 ซึ่งอ้างถึงความเห็นของ นายบวรศักดิ์ ในฐานะเลขานุการคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ และสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ปี 2540 ซึ่งถูกบันทึกไว้ในรายงานการประชุมคณะกรรมาธิการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ ครั้งที่ 20/2540 ในหัวข้อ 1.5 การห้ามยุบสภาผู้แทนราษฎรในระหว่างที่มีการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2540 นับเป็นรัฐธรรมนูญฉบับแรกที่ได้บัญญัติห้ามยุบสภา ในระหว่างที่มีการเสนอญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี

ซึ่งความเห็นของนายบวรศักดิ์ ที่ถูกเผยแพร่ในเอกสารดังกล่าว ระบุว่า การที่รัฐธรรมนูญบัญญัติห้ามยุบสภา ในระหว่างที่เสนอญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจนายกฯ นั้น ในการพิจารณาของ กมธ.พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ ส.ส.ร. ให้เหตุผลว่า “เมื่อมีการเพิ่มกลไกทำให้การแก้ปัญหาเรื่องเสถียรภาพ ประสิทธิภาพ ภาวะความเป็นผู้นำของนายกฯ ให้ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจได้ยากกว่ารัฐมนตรี ควรเพิ่มข้อจำกัดตัดทอนอำนาจของนายกรัฐมนตรี ลงไปว่า ระหว่างญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจอยู่ในสภา นายกรัฐมนตรีจะยุบสภาไม่ได้จนกว่าญัตตินั้นจะลงมติแล้ว

เพราะไม่เช่นนั้นพอมีการยื่นญัตติดังกล่าวนายกรัฐมนตรี อาจเห็นว่าชื่อนายกรัฐมนตรีคนใหม่ รวมทั้งเสียงข้างมากในสภา อาจทำให้ตนแพ้ญัตติไม่ไว้วางใจและชิงยุบสภาเสียก่อน ถ้าอย่างนั้นมันก็เกิดการเสียดุลขึ้นในระบบรัฐสภา คือ ฝ่ายนิติบัญญัติไม่มีทางไม่ไว้วางใจฝ่ายบริหารได้เลย ไม่มีทางอภิปรายได้ เพราะนายกรัฐมนตรียุบสภาได้ตลอดเวลา.