จากกรณีที่ ‘รมต.แต๋ม’ ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ ดีใจที่การส่งออกไทยเดือน เม.ย.2569 ได้กลับมาเป็นบวกอีกครั้ง หลังจากติดลบมาเป็นเวลา 8 เดือนติดต่อกัน โดยยกสินค้ามา 3 ชนิดคือ ทุเรียน ส่งออกเพิ่มขึ้น 109.5% เงาะ ส่งออกเพิ่มขึ้น 92.8% และลิ้นจี่ ส่งออกเพิ่มขึ้น 70.0%

‘ผอ.ต้น’ นายเดชรัต สุขกำเนิด ผู้อำนวยการนโยบายพรรคประชาชน (ปชน.) ดึงว่า อย่าเพิ่งดีใจไป “มีคำถามว่า ทำไมราคาที่เกษตรกรขายได้กลับลดลง โดยจากข้อมูลดัชนีราคาที่เกษตรกรขายได้ของสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร เดือนเม.ย.2569 เทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน พบว่าทุเรียนขายได้ราคาลดลง 1.7% เงาะ ราคาลดลง 22.8% และลิ้นจี่ลดลง 7.4% นั่นแปลว่า การส่งออกที่เพิ่มขึ้น ไม่ได้มีส่วนทำให้ราคาที่เกษตรขายได้เพิ่มขึ้น

“อย่าเพิ่งรีบนำเสนอผลงานจนเกินไป สินค้าเกษตรมีความซับซ้อน ทั้งความเป็นฤดูกาล ความผันผวนของปริมาณผลผลิต และอำนาจต่อรองในห่วงโซ่อุปทาน จะเป็นการดี หากคุณศุภจีช่วยเร่งให้กระทรวงพาณิชย์นำตัวเลขการส่งออกที่นำมาแสดงนี้ ขึ้นเว็บให้ประชาชนดูด้วย เราจะได้ช่วยศุภจีค้นว่ามูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรตัวใดบ้างที่ลดลง จะได้ช่วยแนะนำต่อไป เพราะการส่งออกก็มีสัญญาณลบหรือปัญหาที่จะต้องเข้าใจอย่างถ่องแท้และแก้ไขต่อไป”ผอ.ต้น กล่าว

ภารกิจนายกฯ เมื่อวันที่ 23 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 15.00 น. (ตามเวลาท้องถิ่น ณ สาธารณรัฐฝรั่งเศส ซึ่งช้ากว่าประเทศไทย 5 ชั่วโมง) ของวันที่ 22 พ.ค.ที่ผ่านมา ที่สำนักงานใหญ่ องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ ( UNESCO ) ‘นายกฯหนู’ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย พบหารือกับ นายคอลิด อะห์มัด อัลอะนานี อะลี อิซ (H.E. Mr. Khaled Ahmed El-Enany Ali Ezz) ผู้อำนวยการใหญ่ยูเนสโก นายอนุทินกล่าวว่า หวังว่าวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหารจังหวัดนครศรีธรรมราช จะได้รับการพิจารณาขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญ ครั้งที่ 48 ณ สาธารณรัฐเกาหลี ในเดือน ก.ค.ปีนี้

ส่วนเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญ ยกร่างใหม่ นายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการร่างรัฐธรรมนูญของพรรคเพื่อไทย ว่า วันที่ 26 พ.ค. จะนำร่างเข้าที่ประชุมสส.พรรคเพื่อไทยเพื่อให้ร่วมลงชื่อ ซึ่งพรรคเพื่อไทยเสียงไม่พอขาด 26 เสียง ก็ต้องไปขอความร่วมมือจากพรรคการเมืองทุกพรรคให้ร่วมลงชื่อ

ร่างของพรรค จะให้มีสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) 150 คน โดย 100 คนแรกให้ประชาชนเลือกเข้ามา 300 คน แล้วให้รัฐสภาเลือกให้เหลือ 100 คน ถือเป็นการเลือกตั้งทางอ้อมที่ประชาชนมีส่วนร่วม และไม่ใช่การเลือกโดยตรง ซึ่งทำไม่ได้ตามที่ศาลรัฐธรรมนูญเคยวินิจฉัยไว้ ส่วนอีก 50 คนจะมาจากการเสนอขององค์กรต่างๆ เช่น องค์กรทางวิชาการ มหาวิทยาลัย สื่อมวลชน องค์กรทางด้านสิทธิมนุษยชน องค์กรท้องถิ่น องค์กรวิชาชีพ เพื่อให้มีความหลากหลาย ซึ่งเสนอตามจำนวนที่กำหนดไว้แล้วให้รัฐสภาเลือก เพื่อร่วมกันแล้วได้ 150 คน ทำหน้าที่ยกร่างรัฐธรรมนูญ

วางกรอบการทำงานของ ส.ส.ร. เช่น ให้มีกลไกแก้ปัญหาหลักนิติรัฐหลักนิติธรรม มีกลไกแก้ปัญหาให้องค์กรอิสระมีความอิสระอย่างแท้จริง เพื่อแก้ปัญหาของประเทศที่เป็นอยู่ รวมถึงมีข้อห้ามไม่ให้แก้ไขรัฐธรรมนูญที่เป็นการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการปกครอง ในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข

จากที่ ‘บิ๊กตู่ใหญ่’พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ประกาศล่า 50 รายชื่อ สส. พรรคร่วมฝ่ายค้าน เพื่อยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญให้ถอดถอนนายกฯหนู และ ‘รมต.นก’นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมออกจากตำแหน่ง จากเรื่องที่ดินเขากระโดง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กระบุว่า“หยุดอนุทิน ทวงคืนเขากระโดงขอ”ส้ม”เพียง 50 ชื่อเพื่อจับ”ยักษ์น้ำเงิน”ที่ส้มปล่อยออกมากลับเข้าขวด แต่ส้มไม่ช่วย มีอะไรกันหรือเปล่า อยากให้เห็นประโยชน์ของส่วนรวมเหนือนโยบายส่วนตน”

ที่วัดอุดมรังสี เขตหนองแขม ‘หัวหน้าเท้ง’ณัฐพงษ์ เรืองปัญหาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ( ปชน.) กล่าวว่า ได้ส่งสัญญาณไปหลายครั้งแล้วว่า เราระมัดระวังในการใช้กลไก เช่น ศาลรัฐธรรมนูญ ที่อาจจะไปขยายอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญ พรรค ปชน.มีจุดยืนว่า ไม่เคยใช้ช่องทางในลักษณะนี้ เพื่อให้ศาลรัฐธรรมนูญสั่งนักการเมืองที่มาจากการเลือกตั้งว่าผิดจริยธรรม เพราะมองว่าเรื่องจริยธรรม แต่ละหน่วยงานแต่ละพรรค ต้องตรวจสอบกันเอง ไม่ใช่เรื่องข้อกฎหมาย แต่ถ้าหากเป็นเรื่องข้อกฎหมาย ต้องการใช้ศาลวินิจฉัยให้

พร้อมสอนมวยว่า ไม่อยากให้กล่าวหากันออกหน้าสื่อ เพราะเป็นพรรคร่วมฝ่ายค้านด้วยกัน

ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วันที่ 28 พ.ค. มีการบรรจุระเบียบวาระเรื่องด่วน กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ทำหนังสือด่วนที่สุดถึงประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อขออนุญาตเรียกตัว ‘สส.กฤต’ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว สส.สงขลา พรรคกล้าธรรม เข้ารับทราบข้อกล่าวหาและสอบสวนปากคำในระหว่างสมัยประชุมสภา จากที่ตัวมีคดีเกี่ยวกับพนันอิเลกทรอนิกส์ออนไลน์ ความผิดฐานร่วมกันเป็นอั้งยี่ และร่วมกันมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ทั้งนี้ เนื่องจากอยู่ในช่วงสมัยประชุมสภา สส.มีอภิสิทธิ์คุ้มครอง รอดูว่า วันที่ 28พ.ค.นี้ เพื่อให้ที่ประชุมพิจารณาว่าจะอนุญาตให้ดีเอสไอเรียกตัว สส.กฤต เข้ารับทราบข้อกล่าวหาและสอบสวนปากคำหรือไม่

‘หัวหน้าเท้ง’ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค ปชน. กล่าวว่า กรณีนี้เห็นได้ชัดว่า เป็นคนที่กระทำความผิด สภาก็ไม่ควรจะปกป้อง ก่อนหน้านี้เคยมีขอตัวระหว่างสมัยประชุม และต้องอนุมัติในที่ประชุม เพื่อเป็นกลไกที่ป้องกันการกลั่นแกล้งกันทางการเมือง แต่ถ้าเจ้าตัวกระทำความผิดจริงๆ ก็ไม่มีเหตุผลที่สภาจะต้องปกป้อง

เมื่อถามว่า หลายคนมองว่าชนนพัฒฐ์อาจไม่อยู่ในประเทศแล้ว หัวหน้าพรรค ปชน.กล่าวว่า เป็นหน้าที่ของคนที่อยู่ในกระบวนการยุติธรรมก็ต้องทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา

หัวหน้าเท้ง ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่บนโลกออนไลน์วิจารณ์เรื่องที่ ‘สารวัตรโอ๊ต’พ.ต.ท. ธีรวัตร์ ปัญญาณ์ธรรมกุล อดีตผู้สมัคร สส. บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน. สามี ‘ทนายแจม’ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ สส.กทม. พรรค ปชน. แสดงความเห็นว่า “ไม่น่าเชื่อว่าคนผิดลูกผิดเมียผู้อื่นยังมีที่ยืนในสังคม” บนโพสต์เฟซบุ๊กของ ‘สส.ก๊อบ’ณัฐพล โตวิจักษณ์ชัยกุล สส.เชียงใหม่ ว่า เราไม่ได้ละเลย มีการพูดคุยกันอยู่แล้วข้างหลังบ้าน ส่วนจะมีการนำเรื่องเข้ากรรมการวินัยหรือไม่ อยู่ที่ต้องดูว่าจะมีคนร้องหรือไม่ ถ้าเป็นเรื่องที่เราเห็นได้ชัดว่ามีตัวแทนของพรรคที่ดำเนินการผิดวินัยอยู่แล้วด้วยสายตา เราจะนำเข้าอยู่แล้ว ไม่ต้องมีคนร้อง บางทีก็ไปสอบได้เอง แต่กรณีดังกล่าว ตนยังไม่ทราบข้อเท็จจริงในรายละเอียด

“เป็นเรื่องความสัมพันธ์ส่วนตัวจริงๆ อาจจะต้องใช้เวลาในการพูดคุยกันก่อน คิดว่ากรรมการวินัยเป็นคนที่ได้รับการยอมรับ น่าเชื่อถือ สามารถทำให้การครองตนของ สส. พรรคอยู่ในรูปแบบที่เหมาะสมได้ ถ้ามีการร้องจริยธรรมในสภาก็เข้าคณะกรรมการจริยธรรมสภาผู้แทนราษฎร ดำเนินการทุกอย่างไปตามหน้าที่”

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณี ‘รมต.เฮ้ง’สุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ( ทส.) ฟ้องหมิ่นประมาท ‘สส.ไอซ์’รักชนก ศรีนอก สส. บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน. ณัฐพงษ์กล่าวว่า “สุชาติเองก็เป็นคนที่เป็นบุคคลสาธารณะ การทำงานการเมืองถูกวิพากษ์วิจารณ์ได้เป็นเรื่องปกติ ไม่อยากเห็นว่าใช้เครื่องมือทางกฎหมายไปฟ้องร้อง เพื่อไม่อยากให้เกิดการตรวจสอบหรือถูกวิพากษ์วิจารณ์ เรายังมีปัญหาเรื่องข้อมูลข่าวสารที่มีการถูกบิดเบือนในโลกออนไลน์กันอีกเยอะ อยากเห็นรัฐบาลพยายามใช้เครื่องไม้เครื่องมือทางกฎหมายยุติการสร้างข่าวปลอมอย่างเข้มข้น มากกว่าที่จะฟ้องฝ่ายค้าน”

เมื่อวันที่ 22 พ.ค. 2569 นายไชยวัฒน์ จุนถิระพงศ์ อดีตอธิบดีกรมการปกครอง ได้ยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช. ) ขอให้ตรวจสอบและไต่สวนข้อเท็จจริงกรณีแต่งตั้งโยกย้าย กล่าวหา ‘อดีต รมต.อ้วน’ภูมิธรรม เวชยชัย ขณะดำรงตำแหน่งรองนายกฯ และ รมว.มหาดไทย และ ‘ปลัดป๊อบ’อรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ขณะดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงมหาดไทย กรณีโยกย้ายไชยวัฒน์ไปเป็นผู้ตรวจ ทั้งที่กำลังจะเกษียณ

ผู้ร้องระบุว่า การโยกย้ายดังกล่าวเกิดขึ้นภายหลังการมอบนโยบายในช่วงเวลาอันสั้น โดยไม่ปรากฏเหตุผลเฉพาะรายว่า ผู้ร้องมีข้อบกพร่องในการปฏิบัติหน้าที่อย่างไร ไม่มีการประเมินผลการทำงาน ไม่มีการเปิดโอกาสให้ชี้แจง และไม่มีข้อเท็จจริงที่แสดงให้เห็นว่า การย้ายออกจากตำแหน่งอธิบดีกรมการปกครองเป็นความจำเป็นแท้จริงของทางราชการ ส่งผลกระทบต่อเกียรติประวัติ ชื่อเสียง.

“ทีมข่าวการเมือง”