วันที่ 20 พ.ย. นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง เปิดเผยว่า รัฐบาลมุ่งมั่นที่จะสร้างความเชื่อมั่นว่าฐานะการคลังของประเทศยังอยู่ในเกณฑ์ดีและได้ดำเนินการตามแผนเพื่อเสริมสร้างศักยภาพทางการคลัง โดยแผนการคลังระยะปานกลาง ได้ผ่านความเห็นชอบจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) จะแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของประเทศ
ซึ่งปัจจุบันประเทศไทยมีตัวเลขขาดดุลการคลังอยู่ที่ -4.4% ของจีดีพี ซึ่งเกินกว่าเกณฑ์ 3% และจะปรับลดตัวเลขขาดดุลให้ต่ำกว่า 3% ของจีดีพี ภายในปี 2572 ซึ่งถือเป็นการปรับลดที่รวดเร็วกว่าในอดีต เพื่อสร้างความเชื่อมั่น
สำหรับองค์ประกอบของแผนการคลังระยะปานกลาง ประกอบด้วย แผนในการปฏิรูปภาษี, แผนในการลดรายจ่าย, แผนในการใช้เงินกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อเน้นการลงทุน และแผนเรื่องวินัยการคลัง
ส่วน กรณีการพิจารณาขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ยืนยันเป็นไปตามแผนการคลังระยะปานกลาง โดยการขึ้นภาษีคาดว่าจะเกิดขึ้นในช่วงปี 2571 การตัดสินใจขึ้นภาษีจะทำได้ต่อเมื่อเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวและกลับมาโตเต็มศักยภาพ
อย่างไรก็ตาม หากมีการขึ้นจะเป็นการทยอยขึ้น ตั้งแต่ปี 2571 เป็นต้นไป โดยยืนยันว่าในปี 2569-2570 จะยังไม่มีแผนการปรับขึ้นภาษี VAT แต่อย่างใด (ปัจจุบัน VAT อยู่ที่อัตรา 7%) และยอมรับว่า “วันนี้ ประเทศไทยยังไม่พร้อม” สถานการณ์เศรษฐกิจไทยยังไม่พร้อมที่จะขึ้นภาษี VAT
ดังนั้นในแผนความยั่งยืนทางการคลังจึงได้ใส่ไว้ในแผนคือ การทยอยปรับขึ้น VAT ในปี 2571 แต่ขึ้นอยู่กับแผนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจใน 2 ปีนี้ ที่จะทำให้เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวได้อย่างมีศักยภาพได้ ซึ่งคาดว่าเศรษฐกิจเติบโตเต็มศักยภาพในปี 2571 อาจเป็นเวลาที่จะทยอยขึ้นได้ โดยสำคัญคือ รอจังหวะให้พร้อม แต่หาก ณ เวลานั้นเศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัวพอที่จะขึ้น VAT ได้ ก็จะต้องมีมาตรการอื่นมาทดแทน เช่น การเพิ่มรายได้ประเทศในส่วนอื่น หรือการลดรายจ่าย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามแผนการคลังระยะปานกลางที่ได้ผ่านความเห็นชอบเป็นมติ ครม. เมื่อวันที่ 18 พ.ย. ที่ผ่านมา ได้ระบุถึงการเพิ่มรายได้ผ่านการปรับปรุงโครงสร้างภาษีกลุ่ม Sin Tax ตลอดจนเก็บอากรขาเข้าจากสินค้ามูลค่าไม่เกิน 1,500 บาท ควบคู่กับการดำเนินมาตรการเทียบเท่ากับการทยอยยกเลิกการปรับลดอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT เพดานอัตรา 10%) 1.5% เป็น จัดเก็บอัตรา 8.5% ในปีงบประมาณ 2571 และอีก 1.5% เป็น จัดเก็บอัตรา 10% ในปีงบประมาณ 2573
ทั้งนี้ ในกรณีการทยอยยกเลิกการปรับลดอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม รัฐบาลจะต้องเสนอมาตรการเพื่อบรรเทาผลกระทบที่อาจเกิดกับประชาชนและระบบเศรษฐกิจไปในคราวเดียวกัน



