สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม เมื่อวันที่ 20 พ.ย. ว่า การประกาศใช้กฎหมายห้ามนำเข้าสินค้าที่ขับเคลื่อนการตัดไม้ทำลายป่า ซึ่งถูกชะลอมาแล้ว 1 ปี จะถูกเลื่อนออกไปจนถึงสิ้นปี 2569 ภายใต้แผนการที่ได้รับการสนับสนุนจากประเทศสมาชิกอียูส่วนใหญ่ แม้กฎระเบียบดังกล่าวยังต้องได้รับการอนุมัติจากรัฐสภายุโรป (อีพี) ก็ตาม

นอกจากนี้ สมาชิกอียูหลายประเทศ นำโดยเยอรมนีและออสเตรีย ยังสนับสนุนให้มีการพิจารณาทบทวนกฎหมายที่ครอบคลุม ในเดือน เม.ย. ปีหน้า ก่อนที่จะมีผลบังคับใช้

ด้านนายปิแอร์-ฌอง โซล บราซิเยร์ จากกลุ่มสิ่งแวดล้อม “เฟิร์น” กล่าวว่า ความเคลื่อนไหวข้างต้น “ส่งสัญญาณหายนะในทุกระดับ” และเรียกการโต้เถียงเกี่ยวกับกฎหมายฉบับนี้ว่าเป็น “ภาพล้อเลียนของการกำหนดนโยบายที่ไร้ประสิทธิภาพของอียู”

“เรากำลังสร้างความไม่มั่นคงให้กับบริษัทที่ลงทุนหลายล้านยูโร เพื่อปฏิบัติตามกฎระเบียบ และในตอนนี้ มันเปิดโอกาสให้ฝ่ายนิติบัญญัติของอียู สามารถลบล้างข้อความนี้ได้” โซล บราซิเยร์ กล่าวเตือน

อนึ่ง กฎหมายต่อต้านการตัดไม้ทำลายป่า ซึ่งเป็นที่รู้จักกันในชื่อ “อียูดีอาร์” และได้รับการรับรองเมื่อปี 2566 ได้รับการยกย่องจากกลุ่มสิ่งแวดล้อม ว่าเป็นความก้าวหน้าครั้งสำคัญในการต่อสู้เพื่อปกป้องธรรมชาติ และการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ

อย่างไรก็ตาม กฎหมายฉบับดังกล่าวเผชิญกับการต่อต้านอย่างหนักจากประเทศคู่ค้า ไม่ว่าจะเป็น บราซิล และสหรัฐ รวมถึงประเทศสมาชิกอียูบางประเทศที่โต้แย้งว่า ธุรกิจต่าง ๆ จะประสบปัญหาจากขั้นตอนที่ยุ่งยาก และต้นทุนที่เพิ่มขึ้น.

เครดิตภาพ : AFP