ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 17 พ.ย. ช่วงหัวค่ำซึ่งได้เกิดอุบัติเหตุบริเวณถนนสายหลักขาเข้าเชียงคำหน้าโรงสีข้าวในพื้นที่ ต.น้ำแวน อ.เชียงคำ จ.พะเยา โดยรถจักรยานยนต์พุ่งชนท้ายรถ 6 ล้อบรรทุกข้าวเปลือกจนเป็นเหตุให้ นายวันชัย เต็มเปี่ยม (บิดา) อายุ 34 ปี น.ส.ณัฐธิดา เต็มเปี่ยม (มารดา) อายุ 38 ปี และด.ญ.เอริตา เต็มเปี่ยม (ลูกสาว) อายุ 7 ปี ซึ่งกำลังเรียนอยู่ชั้น ป.2 โรงเรียนบ้านแวน อ.เชียงคำ เสียชีวิตในที่เกิดเหตุทันทีทั้ง 3 ราย ทั้งนี้มีรายงานว่าภายในครอบครัวนี้ยังมีบุตรชายอีก 1 คนคือ ด.ช.ชารักษ์ เต็มเปี่ยม อายุ 11 ปี ที่เหลือเพียงคนเดียวในบ้านแต่ก็ได้มีตายายคอยดูแล ทั้งนี้เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความเศร้าโศกเสียใจให้ทุกครอบครัวและญาติ ๆ รวมทั้งผู้ที่รู้ข่าวเรื่องนี้เป็นอย่างมาก เพราะถือว่าเป็นเหตุการณ์แรกที่เกิดขึ้นภายใน อ.เชียงคำที่มีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุเกือบยกครัวแบบนี้ 

ล่าสุดทาง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ทราบข่าวก็ได้โทรศัพท์สั่งการให้ทาง นายอาทิตย์ มานัสสา ผู้เชี่ยวชาญประจำตัว ร.อ.ธรรมนัส พร้อมกับทีมงานนำพวงหรีดและเงินช่วยเหลือเบื้องต้นไปยังบ้านของครอบครัวดังกล่าวทันที โดยได้มีทาง นายอนุรักษ์ ปะกินำหัง ส.อบจ.พะเยา เขต 3 อำเภอเชียงคำ กำนัน – ผู้ใหญ่บ้านและปลัด อบต.น้ำแวน รอให้การต้อนรับในครั้งนี้ด้วย

นายอาทิตย์ เปิดเผยว่า หลังจากที่ทาง ร.อ.ธรรมนัส ทราบเรื่องราวทีเกิดขึ้นนี้ก็รู้สึกสะเทือนใจเพราะว่าเหตุการณ์ดังกล่าวได้เสียชีวิตเกือบยกครัวเหลือเพียงบุตรชาย 1 รายเท่านั้น ก็ได้มีโทรศัพท์สั่งการมายังตนให้นำเงินจำนวน 3 หมื่นบาท พร้อมกับพวงหรีดมามอบให้กับทางครอบครัวผู้เสียชีวิต

นอกจากนี้ได้มีการพูดคุยถึงเรื่องของการส่งเสียการเรียนของด.ช.ชารักษ์  ว่าทางรองนายกฯจะช่วยเหลือทุนการศึกษาเดือนละ 2,000 บาท จนจบการเรียนและจะส่งเสียในการเรียนจนกว่าตัวของน้องจะเรียนจบปริญญาตรีและมีงานทำ ในส่วนเรื่องของคดีนั้นก็คงปล่อยให้ทางตำรวจได้มีการสอบสวนโดยละเอียด นอกจากนั้นในเรื่องของถนนจุดเกิดอุบัติเหตุนั้นตอนนี้ได้มีการประสานกรมทางหลวงพะเยา ปภ.จ.พะเยาและอบต.น้ำแวนถึงการแก้ไขกับเรื่องที่เกิดขึ้นเพื่อที่จะไม่ให้เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นซ้ำ 2 ได้ต่อไป

ด้านพระครูอภิวัฒนกิตติ์ เจ้าอาวาสวัดพระนั่งดิน ต.เวียง อ.เชียงคำ จ.พะเยา ก็ได้ลงพื้นที่เพื่อนำเงินช่วยเหลือเรื่องการศึกษาให้กับด.ช.ชารักษ์ จำนวน 5,000 บาท พร้อมทั้งชุดสังฆทานและผ้าไตรอีกจำนวนหนึ่งเพื่อใช้ในงานฌาปนกิจศพครั้งนี้ ได้กล่าวว่า สำหรับอาตมาที่เดินทางมาครั้งนี้ก็ด้วยสงสารตัวของเด็กชายรายนี้ที่ต้องสูญเสียพ่อแม่และน้องสาวเหลือตัวเพียงคนเดียวแต่ก็ยังมีตายายคอยดูแลอยู่ แต่ทั้งนี้ก็ห่วงสภาพจิตใจว่าอนาคตจะเป็นอย่างไรด้วย สำหรับการมาครั้งนี้ตนเองซึ่งเป็นพระสงฆ์นั้นมองว่าการช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยากใช่เพียงจะเป็นของหน่วยงานราชการหรือนักการเมือง แต่พระสงฆ์เช่นเราก็สามารถช่วยเหลือได้ตามกำลังเพราะบางครั้งสงฆ์ก็ต้องพึ่งชาวบ้าน แต่เมื่อชาวบ้านตกทุกข์ได้ยากสงฆ์เช่นเราก็ควรที่จะลงไปช่วย อย่างน้อยก็เป็นการให้กำลังใจผู้ที่กำลังสูญเสียอยู่ในตอนนี้ให้มีกำลังใจขึ้นมาอีกแรง