เมื่อวันที่ 20 พ.ย. เกิดเหตุการณ์ระทึกขวัญที่ชุมชนริมแม่น้ำน่าน ต.ท่าสัก อ.พิชัย จ.อุตรดิตถ์ หลังบ้านเรือนของประชาชนซึ่งเป็นอาคารพาณิชย์เก่าแก่ พังถล่มลงไปในแม่น้ำน่านทั้งหลัง และบ้านเรือนที่อยู่ติดกันอีกกว่า 6 หลังคาเรือนก็เริ่มทรุดตัวตาม

ภายใต้การอำนวยการของนายนิตย์นิชัย บุญสุวรรณ นายอำเภอพิชัย เจ้าหน้าที่จาก อบจ. เทศบาล และกู้ภัย ได้เร่งอพยพประชาชนกว่า 40 หลังคาเรือนที่อาศัยอยู่บริเวณตลาด 100 ปี ออกจากพื้นที่โดยด่วนและประกาศให้เป็น “พื้นที่ภัยพิบัติฉุกเฉินและอันตราย” ห้ามผู้ไม่เกี่ยวข้องเข้าโดยเด็ดขาด

นางพูลสุข สันตินรนนท์ อายุ 62 ปี เจ้าของบ้านเลขที่ 104 หมู่ 1 ต.ท่าสัก ซึ่งเป็นอาคารพาณิชย์ 3 ชั้น แบบครึ่งไม้ครึ่งปูนที่พังถล่มลงไปในแม่น้ำน่าน กล่าวว่า เมื่อวันที่ 19 พ.ย.ที่ผ่านมา มีสัญญาณเตือนเกิดดินทรุดตัวรอบๆ บ้าน จึงตัดสินใจตัดเชือกสลิงที่ยึดตัวบ้านออก จากนั้นก็มีเสียงลั่นของเสาและตัวบ้าน จึงรีบขนทรัพย์สินต่างๆ ออก เนื่องจากบ้านหลังดังกล่าวเป็นโกดังเก็บของที่ใช้ขาย จากนั้นตนเองก็ไปอาศัยบ้านญาติ จนกระทั่งเวลา 02.30 น. หลานโทรศัพท์แจ้งว่าบ้านไม่เหลือแล้วนะ พังถล่มทั้งหลัง โชคดีที่ตัดสินใจออกจากบ้านก่อนเกิดเหตุ ตั้งแต่น้ำน่านลดลงดินตลิ่งหลังบ้านก็ทรุดตัวต่อเนื่อง

นายอำเภอพิชัย ระบุว่า สาเหตุมาจากช่วงพายุบัวลอยที่ผ่านมา น้ำในแม่น้ำน่านสูงขึ้นและกัดเซาะตลิ่งอย่างต่อเนื่อง เมื่อน้ำลดลงดินจึงอ่อนตัวและทรุดตัวจนกัดเซาะถึงฐานรากของที่อยู่อาศัย สำหรับมาตรการช่วยเหลือเร่งด่วน ได้สั่งอพยพประชาชนที่อาจได้รับผลกระทบออกจากพื้นที่ทั้งหมด และจัดตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราว พร้อมโรงครัว และประสานโยธาธิการ ผังเมืองจังหวัด เข้าตรวจสอบโครงสร้างอาคารที่เหลืออย่างละเอียดว่ายังมีความมั่นคงแข็งแรงพอที่จะพักอาศัยต่อได้หรือไม่ ขณะที่ อบจ.อุตรดิตถ์ นำเครื่องจักรเข้ารื้อย้ายซากปรักหักพัง พร้อมเตรียมมาตรการให้ความช่วยเหลือเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบต่อไป