เสียวหมี่ ประกาศผลการดำเนินงานไตรมาสที่สาม รายรับรวมในไตรมาสที่สามอยู่ที่ 1.131 แสนล้านหยวน ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 22.3% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อนหน้า และนับเป็นไตรมาสที่สี่ติดต่อกันที่รายรับของกลุ่มบริษัททะลุ 1 แสนล้านหยวน ขณะที่กำไรสุทธิที่ปรับแล้วทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 11.3 พันล้านหยวน โดยเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดถึง 80.9% (YoY) ซึ่งสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้อย่างมาก นอกจากนี้ รายรับรวมในช่วงสามไตรมาสแรกของปีนี้อยู่ที่ 3.404 แสนล้านหยวน และกำไรสุทธิที่ปรับแล้วอยู่ที่ 32.8 พันล้านหยวน ซึ่งสูงกว่ายอดรวมของปีที่แล้ว

กลุ่มธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะ (EV), AI และโครงการริเริ่มใหม่อื่นๆ ประสบความสำเร็จอย่างโดดเด่น โดยทำรายรับจากการดำเนินงานเป็นบวกครั้งแรกที่ 0.7 พันล้านหยวน ซึ่งนับเป็นสัญญาณที่ดีของการพัฒนาที่ยั่งยืนในอนาคต รายรับจากกลุ่มธุรกิจนี้อยู่ที่ 29.0 พันล้านหยวน ซึ่งเพิ่มขึ้นกว่า 199% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ยิ่งไปกว่านั้น ยอดการส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะของเสียวหมี่ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมียอดส่งมอบรายไตรมาสสูงสุดเป็นประวัติการณ์ถึง 108,796 คัน

ธุรกิจสมาร์ทโฟนยังคงเป็นเสาหลักที่แข็งแกร่ง โดยมีรายรับสูงถึง 46.0 พันล้านหยวน การจัดส่งสมาร์ทโฟนทั่วโลกอยู่ที่ 43.3 ล้านเครื่อง และยังคงรักษาตำแหน่ง อันดับหนึ่งในสาม ของแบรนด์สมาร์ทโฟนชั้นนำทั่วโลกไว้ได้เป็นไตรมาสที่ 21 ติดต่อกัน กลยุทธ์สินค้ากลุ่มพรีเมียม (premiumization) ประสบความสำเร็จอย่างสูง โดยสมาร์ทโฟนเรือธงระดับพรีเมียมอย่าง Xiaomi 17 Series มียอดขายในเดือนแรกเพิ่มขึ้นประมาณ 30% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า ส่วนแบ่งตลาดของสมาร์ทโฟนระดับพรีเมียมในจีนแผ่นดินใหญ่ยังเพิ่มขึ้น 5.6 จุดเปอร์เซ็นต์

กลุ่มผลิตภัณฑ์ IoT และไลฟ์สไตล์ก็มีการเติบโตที่มั่นคง โดยมีรายรับอยู่ที่ 27.6 พันล้านหยวน และจำนวนอุปกรณ์ IoT ที่เชื่อมต่อบนแพลตฟอร์ม AIoT ของเสียวหมี่ทะลุ 1.0 พันล้านเครื่อง (1,035.5 ล้านเครื่อง) ในขณะเดียวกัน รายรับจากบริการอินเทอร์เน็ตพุ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 9.4 พันล้านหยวน เพิ่มขึ้น 10.8% (YoY) โดยมีฐานผู้ใช้บริการรายเดือน (MAU) ทั่วโลกเกิน 740 ล้านราย และในจีนแผ่นดินใหญ่แตะ 187.3 ล้านราย

นอกจากนี้ เสียวหมี่ยังคงมุ่งมั่นในการลงทุนในเทคโนโลยีหลักพื้นฐานอย่างต่อเนื่อง โดยค่าใช้จ่ายด้านการวิจัยและพัฒนา (R&D) ในไตรมาสที่สามอยู่ที่ 9.1 พันล้านหยวน ซึ่งเป็นการลงทุนรายไตรมาสที่สูงสุดเท่าที่เคยมีมาและเพิ่มขึ้น 52.1% (YoY) บริษัทคาดการณ์ว่าการลงทุน R&D รวมในปี 2568 จะสูงกว่า 30.0 พันล้านหยวน ณ วันที่ 30 กันยายน 2568 บุคลากรด้านงานวิจัยและพัฒนาของเสียวหมี่นั้นมีจำนวนสูงสุดเป็นประวัติการณ์ถึง 24,871 คน

ความสำเร็จครั้งนี้ตอกย้ำถึงความสามารถในการดำเนินงานอันยอดเยี่ยมของกลุ่มบริษัท และความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี การเปิดตัวระบบปฏิบัติการรุ่นใหม่ Xiaomi HyperOS 3 พร้อมกับโรงงานเครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะภายในบ้านแห่งแรก ถือเป็นการเสริมสร้างขีดความสามารถในการผลิตอัจฉริยะอย่างครบวงจร ซึ่งจะมอบการสนับสนุนทางเทคนิคที่ดีขึ้นสำหรับสมาร์ทโฟนระดับพรีเมียม, รถยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะ และผลิตภัณฑ์ระบบนิเวศของเสียวหมี่ต่อไป