เนื่องด้วย คุณประวิช จรรยาสิทธิกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทภูเก็ตสแควร์ จำกัด ผู้บริหารศูนย์การค้าจังซีลอน ป่าตอง ภูเก็ต กล่าวว่า ในช่วงปลายปีนี้ ศูนย์การค้าจังซีลอน ได้ปรับแผนการตลาดให้เข้ากับสถานการณ์ปัจจุบันช่วงไว้อาลัย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ให้มีความเหมาะสมมากขึ้น และเพิ่มเติมกิจกรรมที่เป็นประโยชน์สร้างสรรค์ต่อสังคม โดยการตกแต่งบรรยากาศในช่วงเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่นี้ “จังซีลอน” ยังคงมีแนวคิดที่จะสนับสนุนศิลปินไทยได้ออกแบบผลงานศิลปะสู่สายตาชาวต่างชาติจากทั่วโลก และในขณะเดียวกันยังคงให้ความสำคัญกับ “Sustainable Growth” พร้อมสรรสร้างกิจกรรมให้สอดคล้องกับเป้าหมาย โดยจัดตกแต่งศูนย์การค้า ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Eco Wonderland” การนำขยะจากทะเลและวัสดุเหลือใช้ในครัวเรือน มาอัพไซเคิลเป็นผลงานศิลปะสุดงดงาม พร้อมจับมือศิลปินไทยร่วม “คอลแลบ” ได้แก่

“คุณปุ๋ย – กิติพงษ์ โง้วศิริ” ศิลปินชาวภูเก็ต The Love Art Studio จาก Phuket Art Village (ศูนย์ศิลปะร่วมสมัยและวัฒนธรรมชุมชนของเหล่าศิลปินในจ.ภูเก็ต) ที่มาร่วมสร้างสรรค์ผลงาน “Art Installation and Interactive Sustainable” ศิลปะจัดวางขนาดใหญ่ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Invisible  Livable” การเดินทางของ “ขยะจากทะเล” สู่การพลิกฟื้นคืนชีวิต ด้วยการนำกลับมาสร้างคุณค่าและนำกลับมาใช้เป็น “วัสดุ” ผ่านการออกแบบและตีความหมายใหม่ สู่ผลงานภายใต้พื้นที่ของคำว่า “บ้าน” จากวัสดุต่างๆ ที่ไม่เคยมีใครมองเห็น กลับกลายเป็นความอบอุ่น ความปลอดภัย และความน่าอยู่ ส่งผ่านมุมมองที่แตกต่างกัน ตามประสบการณ์ ความรู้สึก ของผู้มาเยือนแต่ละคน โดยผลงานศิลปะจัดวางนี้ จัดขึ้นภายใต้โครงการ Art for Oceanและเป็นกิจกรรมคู่ขนานไปกับ งานมหกรรมศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ (Thailand Biennale Phuket 2025)ภายใต้แนวคิด “นิรันดร์กัลป์” ซึ่งเป็นหนึ่งในความร่วมมือจากภาคเอกชนภายในจังหวัดภูเก็ต ที่จะจัดแสดงตั้งแต่วันนี้ – 30 เม.ย.69

“คุณเอ๋ – วิชชุลดา ปัณฑรานุวงศ์” หรือ “WISHULADA” ศิลปินนักขับเคลื่อนประเด็นสิ่งแวดล้อม (Social Activist Artist) ผู้เปลี่ยน “ขยะ” ให้เป็นงาน “ศิลปะ” อย่างยั่งยืน (Turning Trash to Sustainable Art) ด้วยความเชี่ยวชาญในด้านศิลปะสื่อผสม การใช้เทคนิคและวิธีการที่หลากหลาย นำมาสร้างสรรค์งานที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวเป็น “Jungceylon x Wishulada ผลงานการนำวัสดุเหลือใช้ หรือขยะ เช่น ฝาขวดน้ำพลาสติก ขวดพลาสติก เสื้อผ้า หรือเศษผ้าเก่า ฯลฯ มาอัพไซเคิลเป็นผลงานประติมากรรมสุดงดงาม ภายใต้แนวคิด Coral Chronicles” การเปลี่ยนขยะไร้ค่าให้กลายเป็นงานศิลป์ทรงคุณค่าเฉกเช่นเดียวกันกับการฟื้นฟูแนวปะการังที่เคยเสื่อมโทรมให้กลับคืนสู่ความอุดมสมบูรณ์อีกครั้ง เสมือนบันทึกแห่งท้องทะเลภูเก็ต บอกเล่าผ่านผลงานที่ผสานทั้ง “ศิลปะ การท่องเที่ยว และสิ่งแวดล้อม” เข้าด้วยกันอย่างลงตัว ด้วยการนำขยะชนิดต่างๆ มาประดิษฐ์ร้อยเรียงสร้างสรรค์เป็นชิ้นงาน Art Sculptureขนาดใหญ่ ซึ่งไฮไลท์ของงาน คือ “วาฬโอมูระ”สัตว์ทะเลที่ใกล้จะสูญพันธุ์ และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสัตว์ป่าสงวนของประเทศไทย นอกจากนี้ยังได้นำลวดลายของสถาปัตยกรรมชิโน – โปรตุกิสอันทรงคุณค่า และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวของจังหวัดภูเก็ต มาออกแบบกราฟิกสัตว์ทะเลหายาก 9ชนิด ได้แก่ เต่ามะเฟืองหอยมุกขาวปลานกแก้วฉลามเสือดาวกระเบนราหูกุ้งมังกร 7 สีพะยูนม้าน้ำ และแมงกะพรุนนำมาตกแต่งเพื่อเสริมบรรยากาศภายในศูนย์การค้า เพิ่มความสวยงาม สร้างบรรยากาศ และสีสันของเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่นี้ ให้สวยแปลกตากว่าทุกๆ ปี โดยจะเริ่มตั้งแต่วันนี้ – 15ม.69

สำหรับการจัดแสดงผลงานของทั้ง 2 ศิลปินนี้ เกิดขึ้นจากจุดเชื่อมโยงเดียวกัน นั่นคือความยั่งยืนและการเชื่อมโยงชุมชน (Sustainable Growth & CSR Campaign) ซึ่งเป็นแนวทางที่ศูนย์การค้าจังซีลอน ให้ความสำคัญกับความรับผิดชอบขององค์กรต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะทรัพยากรทางทะเล โดยมุ่งเน้นส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน กระตุ้นให้เกิดความตระหนักถึงการจัดการขยะ พร้อมสร้างจิตสำนึกในการรักษาสิ่งแวดล้อมทางทะเลแก่นักท่องเที่ยวและชุมชน ผ่านโครงการต่างๆ ของศูนย์การค้า อาทิ การนำวัสดุเหลือใช้มาสร้างสรรค์เป็นงานศิลปะในโครงการ Art For Ocean,โครงการกิจกรรม CSRจังซีลอน จิตอาสา, โครงการ “JUNGCEYLONX CIRCULAR ”โดยนำผ้าเหลือใช้มา Recycle แล้วนำมาผลิตเสื้อยูนิฟอร์มให้กับพนักงานทุกระดับชั้นและการผลิตของพรีเมียม จากวัสดุ Recycle อาทิ เสื้อกระเป๋าพวงกุญแจ เป็นต้น เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน และสร้างภาพลักษณ์ที่ดีทั้งต่อธุรกิจและสังคม

คุณประวิช กล่าวต่อว่า ด้วยปัญหาสภาวะเศรษฐกิจที่ถดถอยทั้งภายในและต่างประเทศ และความไม่แน่นอนของภูมิรัฐศาสตร์โลก ซึ่งมีผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงของตลาดการท่องเที่ยวและนักท่องเที่ยว จังซีลอนมีการปรับตัวและปรับแผนการตลาดในปี 69 เพื่อรับมือกับความเปลี่ยนแปลงที่มีผลต่อจำนวนนักท่องเที่ยว Lifestyle และ Spending Patternที่เปลี่ยนไป โดยใช้กลยุทธ์ทางการตลาดแบบผสมผสาน(Integrated Marketing) มุ่งเน้นกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ ทั้งกลุ่ม Gen Zและกลุ่มครอบครัวใหม่ที่นิยมการท่องเที่ยว ชอบหาประสบการณ์ที่แปลกใหม่และการขยายกลุ่มนักท่องเที่ยวในตลาดใหม่ๆ อาทิ กลุ่มประเทศตะวันออกกลาง เป็นต้น และกลยุทธ์ Tourist Destination Marketingสร้างประสบการณ์เหนือระดับให้กับผู้มาเยือน เน้นการผสานความเป็นไทยและสากล(Thai Culture + Global) เพื่อสร้างภาพลักษณ์อันดีและประสบการณ์ที่แตกต่าง น่าประทับใจ เพื่อให้จังซีลอนเป็นจุดหมายปลายทางที่ไม่ใช่แค่ Shopping Centerแต่เป็น “ต้องไปเยือน” สำหรับนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติ นอกจากนั้น เรายังใช้ AI และData Analytics เป็นตัวขับเคลื่อนการตลาด เพื่อทำให้การสื่อสารการตลาดมีประสิทธิภาพสูงขึ้น และสร้างประสบการณ์ที่เชื่อมต่อทุกช่องทางทั้ง Online to OfflineและOffline to Onlineรวมถึงการใช้ Social Mediaที่หลากหลายแพลตฟอร์มและการเลือกใช้ Influencerและ KOCให้ตรงกลุ่มเป้าหมาย เพื่อให้การสื่อสารถึงกลุ่มนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกได้อย่างครอบคลุม และเรียลไทม์มากขึ้น และสำหรับการทำ Partnership Campaignจังซีลอนยังคงร่วมมือกับพาร์ทเนอร์สำคัญมากมายในปี 69 นี้ อาทิ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.),Visa International, WeChat Pay, Air Asiaและ VietJet Airเป็นต้น เพื่อร่วมกันสร้างสรรค์อีเว้นท์และแคมเปญสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ อาทิ Chinese Golden Week, Amazing Thailand Grand Salesและ Pride Month เป็นต้น รวมถึงแคมเปญที่กระตุ้นการจับจ่ายของนักท่องเที่ยวผ่าน Online Paymentต่างๆ และในไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ บริษัทฯ ได้ใช้งบประมาณสำหรับจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดรวมกว่า 17 ล้านบาท สำหรับต้อนรับนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกที่จะเดินทางเข้ามาที่ศูนย์การค้า โดยได้ดำเนินการปรับปรุงพื้นที่ พร้อมทั้งดึงร้านค้าใหม่ๆ แบรนด์ชั้นนำเพิ่มมากขึ้น เพื่อสร้างความหลากหลาย และตอบรับทุกไลฟ์สไตล์ของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ซึ่งก็ได้ทยอยเปิดไปแล้วในช่วงต้นไตรมาสที่ 4  ได้แก่  EVEANDBOY, El Gaucho Argentinian Steakhouse, Bonchon และ Doughlicious เป็นต้นและที่กำลังจะเปิดต่อเนื่องในช่วงปลายปีนี้ ได้แก่ Shake Shack, Machida Shoten และ GAGA ฯลฯนอกจากนั้น บริษัทพร้อมเดินหน้าจัดกิจกรรมหลักช่วงปลายปี 68นี้ ได้แก่ โปรโมชั่น Hot Sales “Black Friday”ลดกระหน่ำทั่วทั้งศูนย์การค้าสูงสุดถึง 90%และเมื่อช้อปครบทุก 4,000 บาทขึ้นไป รับฟรีทันที Shopping Bag Black Pink Collection”ตั้งแต่วันที่ 25พ.– 1.68 ต่อด้วยกิจกรรมวันพ่อแห่งชาติกิจกรรม Santa’s Around the World Troop ขบวนพาเหรดซานตาคลอสในชุดประจำชาติแสนน่ารัก, การแสดงดนตรีไทยร่วมสมัยโดยขุนอินทร์ ประกอบการแสดงนาฏศิลป์อันงดงาม และปิดท้ายด้วยแคมเปญพิเศษ “Eco Wonderland Promotion”เมื่อช้อปครบ 3,000บาท และ 5,000 บาทขึ้นไปสามารถร่วมสนุกกับกิจกรรมสร้างสรรค์ผลงานชิ้นเดียวในโลกกับการตกแต่งเสื้อ T-Shirtและ Shopping Bagที่ผลิตจากขวดน้ำพลาสติครีไซเคิล ตั้งแต่วันที่ 20 ธ.. 68 – 1 ม.69

โดยในช่วงเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่นี้ ศูนย์การค้าจังซีลอน ได้ขยายเวลาเปิดให้บริการให้แก่นักช้อปนักท่องเที่ยวได้ใช้ช่วงเวลาแห่งความสุขนี้ได้อย่างเต็มที่มากขึ้น ในเวลา 11.00 – 23.00นเริ่มตั้งแต่วันที่ 25พ.ย. 68 – 1 ม.ค. 69 ซึ่งคาดว่าจะทำให้มีทราฟฟิกเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 20%และสามารถเพิ่มยอดขายให้แก่ร้านค้าภายในศูนย์ได้ 15 – 20% คุณประวิช กล่าว