เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 21 พ.ย. ที่ อาคารกระทรวงยุติธรรม ชั้น 10 ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม เป็นประธานเปิดงานโครงการงานเวทีสาธารณะ “เห็นคุณค่าทุกชีวิต เดินหน้ากับร่างพระราชบัญญัติขจัดการเลือกปฏิบัติต่อบุคคล พ.ศ. …..” โดยร่างกฎหมายดังกล่าว กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม จะเสนอร่างกฎหมายดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อผลักดันเป็นกฎหมายขับเคลื่อนสังคมที่เท่าเทียมและขจัดการเลือกปฏิบัติ อันเป็นการส่งเสริมการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนโดยไม่เลือกปฏิบัติ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนานาชาติและคำนึงถึงหลักปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน

โดยภายหลังการเปิดงานแล้วเสร็จ ผู้สื่อข่าวได้สอบถาม พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม ถึงประเด็นที่ปลัดกระทรวงยุติธรรมมีคำสั่งย้ายผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร จากกรณีพบการเอื้อประโยชน์ให้แก่ผู้ต้องขังชาวจีนเทา ว่า เรื่องนี้เหตุเกิดตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ 16 พ.ย. ที่ผ่านมา ก็ถือว่าผ่านมาแล้ว 5 วัน และในช่วงบ่ายวันนี้ ตนได้นัดหมายปลัดกระทรวงยุติธรรม อธิบดีกรมราชทัณฑ์ และคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง มาพูดคุยติดตามความคืบหน้า เพราะมันก็ล่วงเลยมา 5 วันแล้ว ซึ่งตนได้ทำหนังสือคำสั่งแจ้งให้คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ดำเนินการให้เสร็จภายในวันศุกร์ที่ 28 พ.ย. เพราะพูดตรงๆ เลย ตนมองว่าเป็นเรื่องที่รับไม่ได้ นี่คือการเหยียบย่ำกระบวนการยุติธรรม ก็ไม่ควรเกิดขึ้น อีกทั้งในวันเสาร์ที่ 22 พ.ย. นี้ เวลา 09.00 น. ตนจะพาคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงไปยังเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร เพื่อไปดูรายละเอียดข้อเท็จจริง แต่เชื่อว่าพยานหลักฐานต่างๆ เราก็เห็นกันอยู่แล้ว แต่ที่สำคัญ เราจะตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างเข้มข้น เพราะเป็นเรื่องที่เลวร้ายมาก ทำให้กระบวนการยุติธรรมเสื่อมเสียมาก

พล.ต.ท.รุทธพล เผยอีกว่า หากจะกล่าวได้หรือไม่ว่าในวันนี้ ผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงแค่ไหน เพราะถ้าหากพบความเกี่ยวข้องก็ต้องไปดูเส้นทางการเงิน ว่ามีการรับสินทรัพย์ใดหรือไม่นั้น ตนขอให้รายละเอียดเหล่านี้เป็นช่วงบ่ายวันนี้แทน เพื่อให้คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงได้เวลาทำงานก่อน แต่ตรงนี้คงต้องขอบคุณอธิบดีกรมราชทัณฑ์ เพราะได้รายงานให้ตนทราบล่วงหน้าแล้วว่ามีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้น และก็ได้มีการส่งสายไป จนเกิดการปฏิบัติการตรวจค้นจู่โจม ซึ่งก็ถือว่าการปฏิบัติก็พบว่าข้อมูลค่อนข้างตรง ในส่วนนี้ทางอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ก็จะได้เร่งดำเนินการแก้ไข แม้จะแก้ไขไปบางส่วนแล้ว แต่ก็อยากฟังในส่วนของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงด้วยว่าดำเนินการไปมากน้อยแค่ไหน

เมื่อถามว่า นายมานพ ชมชื่น ผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร เพิ่งมาปฏิบัติหน้าที่แทน นายนัสที ทองปลาด ผบ.เรือนจำฯ คนเก่าที่เกษียณอายุราชการไป ระยะเวลาเพียงเล็กน้อยที่นายมานพ มาเข้ารับตำแหน่ง เหตุใดจึงย่ามใจจนเกิดเหตุการณ์ขึ้น หรือมีการละเว้น ละเลย เพิกเฉย หรือไม่นั้น พล.ต.ท.รุทธพล ระบุว่า เรื่องนี้คงตอบไม่ได้ แต่ขอดูจากพยานหลักฐานของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อน

ต่อข้อถามว่าเหตุการณ์ดังกล่าวมีการใช้ห้องใต้บันไดของเรือนจำ และพบถุงยางอนามัยใช้แล้ว ได้รับรายงานอย่างไรหรือไม่ พล.ต.ท.รุทธพล เผยว่า ตนก็ได้รับรายงานลักษณะนี้ แต่ว่าตนขอดูรายละเอียดอย่างเป็นทางการจากคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อน หากหลังจากนี้มีอะไรเพิ่มเติม เราก็จะเร่งรัดทุกอย่างโดยเร่งด่วน ส่วนว่าจะเป็นเรื่องจริงเลยหรือไม่ ตนยังไม่ทราบ เพราะเป็นเพียงการรายงานขึ้นมาด้วยวาจา แต่ตนเชื่อว่าเวลา 5 วัน คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงคงทำอะไรได้มากแล้ว เพราะปลัด ยธ. ก็กำชับลงไปแล้ว

เมื่อถามว่ากลุ่มผู้ต้องขังจีนเทาคือคนกลุ่มประเภทคดีใดนั้น พล.ต.ท.รุทธพล เผยว่า ตนยังไม่ทราบรายละเอียด ทราบเพียงว่าเป็นกลุ่มจีนเทา และการคุมขังอะไรต่างๆ ก็พยายามปรับให้ดีที่สุด และในวันพรุ่งนี้จะได้เข้าไปดูรายละเอียดจริงๆ เลย อย่างไรก็ตาม หากผลการตรวจสอบของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง พบว่ามีการกระทำความผิดจริง จะมีแนวโน้มขยับไปสู่กระบวนการสอบสวนวินัยร้ายแรง ให้พักราชการ ออกจากราชการไว้ก่อน หรือส่งสำนวนให้ ป.ป.ช. ดำเนินการตามมาตรา 157 เลยหรือไม่นั้น ตนก็ขอให้เอาแบบเต็มที่ที่สุด เพราะอย่างที่ตนกล่าวไป มันเป็นเรื่องที่เรารับไม่ได้จริงๆ ตนรับราชการมาจนเกษียณอายุมาขนาดนี้แล้ว จนมาอยู่จุดนี้ก็เพิ่งเคยเห็นแบบนี้ ก็จะร่วมกันแก้ไข ใครทำผิดก็ว่าไปตามผิด เพราะตนเชื่อว่าพี่น้องประชาชนก็รับไม่ได้กับเรื่องนี้

เมื่อถามว่าสิ่งที่ รมว.ยุติธรรม ได้รับรายงานมีความใกล้เคียงกับที่มีการนำเสนอผ่านสื่อหรือไม่ ที่ว่ามีนางแบบสาวสวยเข้าไปด้านใน พล.ต.ท.รุทธพล ยอมรับว่าเป็นเรื่องจริงตามที่มีการรายงาน ซึ่งทางอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ได้มีการรายงานให้ตนทราบก่อนถึงวันเปิดปฏิบัติการจู่โจม และในวันปฏิบัติการก็มีการวางแผนอย่างรอบคอบและนำชุดเจ้าหน้าที่จากที่อื่นมาเสริมด้วย

เมื่อถามต่อว่าที่ผ่านมา สังคมมักพูดว่าเรือนจำคล้ายเป็นแดนสนธยาที่จะมีสิทธิพิเศษสำหรับผู้ต้องขังบางราย มองว่าเป็นนิมิตหมายที่ดีหรือไม่ที่จะได้ล้างบางคุกให้โปร่งใส พล.ต.ท.รุทธพล ยอมรับว่า ก็คงต้องดูครบทุกระบบ เพราะวานนี้ก็ไปที่จังหวัดเชียงใหม่ ไปดูระบบของทัณฑสถานหญิงเชียงใหม่ ไปพูดคุยกับเรือนจำกลางเชียงใหม่ ตนก็มองว่ามันแล้วแต่พื้นที่ด้วย เพราะถ้าบริเวณดังกล่าวนี้เขาจะบล็อกสัญญาณโทรศัพท์มือถือเลย ก็คงต้องนำมาปรับและพูดคุยกัน ตนไม่อยากให้เรื่องแบบนี้เกิดซ้ำอีก.