เมื่อวันที่ 21 พ.ย. คณะทำงานเพื่อป้องกันและปราบปรามการกระทำผิด กรณีบุคคลต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อประกอบธุรกิจหรือดำเนินกิจกรรมต่างๆ ผิดกฎหมาย จ.สุราษฎร์ธานี นำโดย พ.ต.อ.สมบัติ ฉ่ำแสง รอง ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี หัวหน้าชุดปฏิบัติฯ พ.ต.อ.อภิชาต จันทร์สำเร็จ ผกก.สภ.เกาะพะงัน พ.ต.ท.ณัฐพงษ์ ร่มไทร รอง ผกก.สภ.กาญจนดิษฐ์ บูรณาการกำลังเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องประกอบด้วย ชุดสืบสวนสอบสวน ภ.จว.สุราษฎร์ธานี, สภ.เกาะพะงัน, ตม.จว.สุราษฎร์ธานี, ตร.ท่องเที่ยว และฝ่ายปกครอง อ.เกาะพะงัน เข้าทำการตรวจสอบเป้าหมายการกระทำผิดของคนต่างด้าว ที่มีพฤติการณ์กระทำผิดกฎหมายและเข้าข่ายเป็นนอมินี

ทั้งนี้ได้เข้าตรวจสอบบริเวณไซต์งานก่อสร้างโครงการวิลล่าแห่งหนึ่งในพื้นที่หมู่ 8 ต.เกาะพะงัน อ.เกาะพะงัน มีเนื้อที่รวมประมาณ 4 ไร่ อยู่ติดกับชายทะเล ใกล้เกาะม้า สถานที่ท่องเที่ยวสำหรับดำน้ำดูปะการังน้ำตื้นชื่อดังของเกาะพะงัน ด้านหน้ามีร้านอาหารที่เปิดให้บริการนักท่องเที่ยวและประชาชนทั่วไป และมีสำนักงานขายของโครงการ จากการตรวจสอบบริเวณไซต์งานพบว่ากำลังมีการก่อสร้างอาคารวิลล่า กว่า 20 หลัง และจับกุมแรงงานต่างด้าวสัญชาติเมียนมา ในความผิดฐานเป็นบุคคลต่างด้าวเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต 1 คน ส่วนพื้นที่ติดทะเล มีอาคารวิลล่าหรู ที่ก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว 5 หลัง

พ.ต.อ.สมบัติ ฉ่ำแสง รอง ผบก.หน.ชุดปฏิบัติการ กล่าวว่า ในการเข้าตรวจสอบครั้งนี้ เป็นการสืบสวนขยายผลจากการที่ได้จับกุมชาวอาเซอร์ไบจาน เมื่อ 4 พ.ย. 2568 ในความผิดฐานทำงาน (ช่างไฟฟ้า) โดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งจากการขยายผลมีข้อมูลน่าเชื่อว่า มี 2 บริษัทดังเป็นเจ้าของโครงการวิลล่าดังกล่าว ตั้งอยู่ติดหาดใกล้เกาะคอม้า เป็นบริษัทที่ตั้งขึ้นมาโดยกรรมการผู้จัดการเป็นชาวยูเครน ใช้คนไทยเป็นนอมินีถือหุ้นแทน มีทุนจดทะเบียนรวมกันกว่า 100 ล้านบาท และทำโครงการวิลล่าหรู ประกาศขายหลังละ 59 ล้านบาท ซึ่งปัจจุบันกำลังก่อสร้างอยู่กว่า 20 หลัง

“ในการสืบสวนของคณะทำงานฯ พบหลักฐานว่า โครงการก่อสร้างวิลล่าดังกล่าว เจ้าของบริษัท ซึ่งเป็นชาวต่างชาติ ได้มีการก่อตั้งบริษัทรับเหมาก่อสร้างแบบครบวงจรเป็นของตนเอง ส่วนใหญ่ใช้แรงงานชาวเมียนมา ซึ่งคณะทำงานฯ จะได้รวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อร้องทุกข์กล่าวโทษ กรณีการประกอบธุรกิจของชาวต่างด้าว โดยจะมีการตรวจสอบข้อมูลในทุกๆ ด้าน ทั้งการถือครองที่ดิน การเสียภาษี รวมถึงเส้นเงินของหุ้นส่วนชาวไทย” พ.ต.อ.สมบัติ กล่าว

ข่าวรายงานว่า ภายหลังหลังจากที่นายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล ผวจ.สุราษฎร์ธานี ในขณะนั้น ได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานเพื่อป้องกันและปราบปรามการกระทำผิด กรณีบุคคลต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อประกอบธุรกิจหรือดำเนินกิจกรรมต่างๆ ผิดกฎหมาย จ.สุราษฎร์ธานี ด้วยการบูรณาการกำลังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันดำเนินการกวดขันจับกุม โดยได้เริ่มต้นปฏิบัติการในพื้นที่ อ.เกาะพะงัน พบว่าผลการปฏิบัติ ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.-18 พ.ย. จำนวน 125 คดี ประกอบด้วย พ.ร.บ.ยาเสพติด 132 คดี, พ.ร.บ.คนต่างด้าวและการประกอบธุรกิจ 82 คดี, อยู่เกินกำหนด 40 คดี, พ.ร.บ.การประมง 7 คดี, ขับรถขณะเมา สุรา 5 คดี, การพนัน 2 คดี, ทิ้งปฏิกูลหรือมูลฝอย 1 คดี และลักทรัพย์ 1 คดี โดยในจำนวนนี้ มีคดีเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจของบุคคลต่างด้าว ซึ่งใช้ตัวแทนอำพราง หรือ นอมินี ดำเนินธุรกิจก่อสร้างวิลล่าและเปิดให้บริการเป็นโรงแรมที่พัก มีมูลค่าเกินกว่า 100 ล้าน ถึง 4 คดี เป็นของชาวอิสราเอล 3 ราย และชาวฝรั่งเศส 1 ราย