เมื่อวันที่ 21 พ.ย. ที่กระทรวงการต่างประเทศ นายนิกรเดช พลางกูร อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงถึงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ว่า การสำรวจและวางหมุดชั่วคราวพื้นที่บ้านหนองจาน และบ้านหนองหญ้าแก้ว จ.สระแก้ว นั้น ชุดสำรวจร่วมของคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (เจบีซี) ไทย-กัมพูชา เริ่มลงพื้นที่สำรวจและวางหมุดชั่วคราวในหลักเขตแดนที่ 42-47 เมื่อวันที่ 19 พ.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งการดำเนินการเป็นไปด้วยดี และบริเวณหลังดังกล่าวเป็นพื้นที่ฝ่ายไทยและกัมพูชาให้ความสำคัญ เรื่องนี้สะท้อนให้เห็นว่ากลไกทวิภาคี โดยเฉพาะอย่างยิ่งเจบีซี ยังทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นายนิกรเดช กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ กองทัพบกนำคณะผู้ช่วยทูตทหารต่างประเทศประจำประเทศไทย จาก 17 ประเทศ รวม 20 คน ลงพื้นที่ จ.สระแก้ว เมื่อวันที่ 19 พ.ย. ที่ผ่านมา สำหรับการลงพื้นที่ครั้งนี้ เป็นความพยายามของฝ่ายไทย เพื่อให้ทราบข้อมูลและข้อเท็จจริง เสริมสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง และครบถ้วนให้แก่ประเทศต่างๆ เห็นว่าไทยพยายามดำเนินการแก้ไขส่งเสริมสันติภาพ การปฏิบัติการตามข้อตกลงในปฏิญญาร่วม รวมถึงฝ่ายกัมพูชาเป็นฝ่ายที่ละเมิดข้อตกลง และรวมถึงพยายามบิดเบือนข้อเท็จจริง ทั้งนี้ คณะผู้ช่วยทูตทหารต่างประเทศฯ ได้รับฟังบรรยายสรุปสถานการณ์การปฏิบัติงานด้านความมั่นคงของประเทศไทย เพื่อป้องกันความปลอดภัยของประชาชนไทย รวมถึงได้สำรวจการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ที่จุดผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับเมืองปอยเปต ประเทศกัมพูชา อีกทั้งคณะดังกล่าวได้รับฟังการบรรยายสรุปสถานการณ์ และการปราบปรามกระบวนการอาชญากรรมข้ามชาติในพื้นที่ จากนั้นได้เดินทางที่บ้านหนองจาน เพื่อตรวจเยี่ยมการเก็บกู้ทุ่นระเบิด รวมถึงสังเกตการณ์บริหารกันจัดการพื้นที่ชายแดนที่บ้านหนองหญ้าแก้ว และประเมินความเสียหายจากการยั่วยุของฝ่ายกัมพูชาที่เข้ามาฝั่งไทย เมื่อวันที่ 12 พ.ย. ที่ผ่านมา
นายนิกรเดช กล่าวว่า สำหรับการเผยแพร่ข้อมูลเท็จและข้อมูลบิดเบือนโดยฝ่ายกัมพูชา ยังดำเนินอย่างต่อเนื่อง ซึ่งตามข่าวเมื่อวันที่ 19 พ.ย. ที่ผ่านมา กระทรวงกลาโหมกัมพูชาออกมาให้ข้อมูลว่าคณะผู้สังเกตการณ์อาเซียน (เอโอที) ฝ่ายกัมพูชาที่อยู่ระหว่างการลงพื้นที่ตรวจสอบสถานการณ์ใน จ.โพธิสัตว์ ตรงข้ามกับบ้านชำราก จ.ตราด ที่ต้องยุติการปฏิบัติภารกิจ เพราะได้ยินเสียงคล้ายอาวุธมาจากฝั่งไทยนั้น กองทัพเรือของไทยได้ตรวจสอบและยืนยันแล้วว่าไม่มีการใช้อาวุธ หรือปฏิบัติการใดจากฝ่ายไทย โดยผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์เห็นว่าเสียงดังกล่าวคล้ายเสียงประทัด มากกว่าเสียงจากอาวุธปืน ซึ่งอาจเป็นการสร้างสถานการณ์โดยฝ่ายกัมพูชา จึงขอความร่วมมือให้ประชาชนเพิ่มความระมัดระวัง และใช้วิจารณญาณในการบริโภค หรือ ส่งต่อข้อมูลข่าวสารจากเรื่องราวของฝ่ายกัมพูชา โดยสามารถตรวจสอบจากแหล่งข่าวทางการของฝ่ายไทยโดยตรง
เมื่อถามถึงรายงานข่าวที่ว่าทหารกัมพูชานำกำลังไปล้อมรอบบริเวณเนิน 745 ช่องบก จ.อุบลราชธานี นายนิกรเดช กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงาน



