สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 21 พ.ย. ว่า ตัวเลขดังกล่าว ซึ่งเป็นรายงานการจ้างงานอย่างเป็นทางการฉบับสุดท้าย ก่อนการประชุมนโยบายครั้งต่อไปของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สะท้อนภาพของตลาดแรงงานที่อ่อนตัว แต่ไม่ถึงขั้นพังทลายอย่างรวดเร็ว
กระนั้น สถานการณ์ข้างต้นอาจทำให้เกิดความแตกแยกภายในเฟดมากขึ้น ว่าการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเป็นครั้งที่สามติดต่อกันในเดือน ธ.ค. มีความเหมาะสมหรือไม่ โดยเจ้าหน้าที่บางคนผลักดันให้ลดอัตราดอกเบี้ย เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ขณะที่เจ้าหน้าที่คนอื่นโต้แย้งว่า ผู้กำหนดนโยบายสามารถรอนานขึ้นอีกเล็กน้อยได้
ด้านนางแคโรไลน์ เลวิตต์ โฆษกทำเนียบขาว กล่าวยกย่องว่า ตัวเลขล่าสุดแสดงให้เห็นว่า เศรษฐกิจของสหรัฐยังคงแข็งแกร่ง
อย่างไรก็ตาม กระทรวงแรงงานสหรัฐระบุว่า แม้สหรัฐมีการจ้างงานเพิ่มขึ้น 119,000 ตำแหน่งในเดือน ก.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งสูงขึ้นอย่างมากจากเดือน ส.ค. แต่อัตราการว่างงานก็เพิ่มขึ้นเล็กน้อย จาก 4.3% เป็น 4.4%
ขณะเดียวกัน ข้อมูลเดือน ส.ค. ที่แก้ไขใหม่ เผยให้เห็นว่า สถานการณ์การจ้างงานย่ำแย่กว่าที่คาดการณ์ไว้ในตอนแรก เนื่องจากสหรัฐมีการปลดพนักงาน 4,000 คน แทนที่จะมีงานเพิ่มขึ้น 22,000 ตำแหน่งตามที่รายงานไว้
ทั้งนี้ นักวิเคราะห์หลายคนชี้ว่า แม้อัตราการว่างงานจะสูงขึ้น แต่ดูเหมือนเป็นเพราะว่า ผู้คนเข้าสู่ตลาดแรงงานมากขึ้นเพื่อหางานทำ ส่งผลให้อัตราการมีส่วนร่วมในตลาดแรงงานเพิ่มขึ้น 0.1% เป็น 62.4%
“โดยรวมแล้ว รายงานฉบับล่าสุดแสดงให้เห็นว่า ตลาดแรงงานค่อนข้างอ่อนตัว แต่ไม่ได้อ่อนแอลงอย่างรวดเร็ว” นายไมค์ ฟราตันโทนี หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์จากสมาคมนายธนาคารจำนอง กล่าว
แต่ถึงอย่างนั้น นางแนนซี แวนเดน ฮูเตน หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์จากออกซฟอร์ด อีคอนอมิกส์ เตือนว่า การจ้างงานของรัฐบาลกลางสหรัฐ มีแนวโน้มลดลงอย่างมากในเดือน ต.ค. ที่ผ่านมา.
เครดิตภาพ : AFP



