ศึกเทควันโด “แบงค็อก 2025 เวิลด์ เทควันโด กรังด์ปรีซ์ ชาลเลนจ์” ที่อินดอร์ สเตเดียม หัวหมาก โดยรายการนี้ ประเทศไทย รับหน้าที่เจ้าภาพต้อนรับนักกีฬาจากทั่วโลกในการชิงชัยกันทั้งหมด 8 รุ่น ล่าสุด เมื่อวันที่ 21 พ.ย.ที่ผ่านมา เปิดฉากแข่งขันวันแรก มีชิงชัย 2 รุ่น คือ 49 กก.หญิง กับ 68 กก.ชาย

รุ่น 49 กก.หญิง ไทยส่งนักกีฬา 4 คน โดย “อิม” พัชรกัญน์ พูลเกิด เจ้าของเหรียญทอง “เอเชียน คลับ เทควันโดแชมเปี้ยนชิพ 2025” ที่จีน ได้บายรอบแรก แลประเดิมรอบ 16 คน ชนะ เมลินา จิออจิโอ ที่เฉือนดาวรุ่งของไทย “บัว” ปานบัว โมรมัต 2-1 ยก ไปได้ ซึ่ง พัชรกัญน์ ชนะไป 2-0 ยก (6-0, 5-1) เข้ารอบก่อนรองชนะเลิศ มาดวลกับ “แนต” ชุติกาญจน์ จงกลรัตนวัฒนา ที่ได้บายรอบแรก เช่นกัน ก่อนที่รอบ 16 คน จะเตะชนะ กาลินา เมดเวเดวา นักกีฬาจากชาติเป็นกลาง 2-0 ยก (6-4, 9-9 ชนะคะแนนดิบ)

รอบก่อนรองชนะเลิศ พัชรกัญน์ ที่ทำได้ดีกว่าเบียดเอาชนะ ชุติกาญจน์ 2-0 ยก (1-0, 0-0 ชนะคะแนนดิบ) แต่น่าเสียดายที่ในรอบตัดเชือก เจ้าตัวไปพ่ายให้กับ ฟู่ เสี่ยวหลู เจ้าของเหรียญทองแดง ศึกชิงแชมป์โลก 2025 จากจีนหวุดหวิด 1-2 ยก (3-1, 2-4, 0-4) ทำให้ต้องไปชิงเหรียญทองแดง กับ มาธา มาญา จากสหรัฐฯ​ อย่างไรก็ตาม เป็นจอมเตะสาวไทย ที่เอาชนะไป 2-0 ยก (3-1, 0-0 ชนะคะแนนดิบ) คว้าเหรียญทองแดงมาครอง โดยนับเป็นการประเดิมเหรียญแรก ให้ไทยด้วยในทัวร์นาเมนต์นี้ พร้อมรับเงินรางวัล 1,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 32,510 บาท

ทางด้าน “กีตาร์” กมลชนก สีเคน เจ้าของรองแชมป์โลก 2023 ในรุ่น 46 กก. อีกหนึ่งความหวังของไทย ที่ได้บายรอบแรก พลิกพ่าย เลลู คาซาโนวา จากอุซเบกิสถาน 0-2 ยก (5-10, 0-2) จอดป้ายแค่รอบ 16 คน เท่านั้น

รุ่น 68 กก.ชาย ไทย ส่ง 4 คน โดย “บอล” ณภัทร ศรีติมงคล เจ้าของเหรียญทองแดง กีฬามหาวิทยาลัยโลก 2025 ที่จีน ลงสนามรอบแรก (รอบ 64 คน) แพ้ มุน จินโฮ จากเกาหลีใต้ 0-2 ยก (1-6, 1-12) ขณะที่ “บิว” ธนภูมิ เฟื่องน้อย แพ้ จาง จุ้น อดีตแชมป์โลก 2019 และเหรียญทองแดง โอลิมปิกเกมส์ 2020 0-2 ยก (5-9, 7-14) ตกรอบแรก เช่นกัน

ส่วน “ไออ้อน” กฤตยชญ์ พร้อมปัจจุ ดาวรุ่งดีกรีเหรียญทองแดง ศึกเยาวชนโลก 2024 สู้เต็มที่ แต่มาแผ่วช่วงท้ายทั้ง 2 ยก แพ้ ดามีร์ ชูเลนอฟ จากคาซัคสถาน 0-2 ยก (6-7, 5-8) ตกรอบ 64 คน ด้าน “ตังค์” นิธิกร ลำเภา ตกรอบ 64 คนเช่นกัน หลังแพ้ นาวีน จากอินเดีย 0-2 ยก (9-17, 8-8 แพ้คะแนนดิบ)

หลังเกม “อิม” พัชรกัญน์ เปิดเผยว่า พอใจกับเหรียญทองแดงที่ทำได้ เพราะคว้าเหรียญไม่ได้มาหลายแมตช์แล้ว แต่ก็แอบเสียดายเล็กน้อย ที่พ่ายคู่แข่งช่วงท้ายในรอบรองชนะเลิศ อย่างไรก็ตาม เหรียญทองแดงครั้งนี้ ถือว่าช่วยสร้างความมั่นใจได้มา ก่อนแข่งขันซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ซึ่งตนก็ตั้งเป้าจะคว้าเหรียญทองให้ได้ โดยตนจะลงแข่งขันในรุ่น 46 กก. ส่วนคู่แข่งสำคัญมองว่าจะเป็นอินโดนีเซียและเวียดนาม

ทางด้าน ผศ.พิมล ศรีวิกรม์ นายกสมาคมกีฬาเทควันโดแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า เป็น 10 ปีแล้ว ที่ประเทศไทย ไม่ได้จัดกิจกรรมระดับนานาชาติเลย ส่วนใหญ่จะเป็นการส่งนักกีฬาไปแข่งขันต่างประเทศ การเป็นเจ้าภาพครั้งนี้ ถือเป็นโอกาสของนักกีฬาไทย ที่จะได้ลงแข่งขันเพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์ ซึ่งเราในฐานะเจ้าภาพได้โควตาเต็มพิกัดในการส่งนักกีฬาลงรุ่นละหลายคน ซึ่งครั้งนี้เราส่งรวม 22 คน ส่วนต่างประเทศมือดี ๆ ก็มากันเยอะ อย่างเช่น สเปน ที่นำทัพมาโดย อาเดรียนา เซเรโซ อิเกลเซียส ที่เคยชิงเหรียญทอง กับ “เทนนิส” พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ ในศึกโอลิมปิกเกมส์ 2020 ขณะเดียวกันตนยังมองว่าทัวร์นาเมนต์นี้ยังสร้างเม็ดเงินมหาศาลให้เกิดขึ้นในเศรษฐกิจไทยอีกด้วย ส่วนเป้าหมายรายการนี้ เราก็อยากเห็นนักกีฬาไทยคว้าเหรียญทองให้ได้ ส่วนจะกี่เหรียญต้องรอดูกัน

ขณะที่ นายธนฑิตย์ รักตะบุตร เลขาธิการสมาคมกีฬาเทควันโดแห่งประเทศไทย ในฐานะประธานจัดการแข่งขัน เผยว่า การจัดแข่งขันรายการนี้ เราได้รับคำชื่นชมจากสหพันธ์เทควันโดโลก และชาติที่เข้าร่วมเป็นอย่างมาก ต้องขอบคุณทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐและเอกชนที่ให้การสนับสนุนสมาคม และทำให้การแข่งขันรายการนี้เกิดขึ้นได้ โดยการแข่งขันจะมีขึ้น 21-24 พ.ย.นี้ เปิดเข้าชมฟรี แฟนกีฬาสามารถเข้ามาชมได้ฟรีที่สนาม หรือหากไม่สะดวกมาชม สามารถชมสดได้ที่สดผ่าน www.bugaboo.tv