ไก่เบตงยะลา เกิดจากการอพยพของชาวจีนเข้ามาตั้งถิ่นฐานทำมาหากินและตั้งหลักแหล่งในอำเภอเบตง จังหวัดยะลา ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อปี พ.ศ. 2483 โดยได้นำไก่พันธุ์กวางไส จากประเทศจีน ซึ่งเป็นไก่ที่มีต้นกำเนิดมาจากไก่พันธุ์แลนซาน เข้ามาเลี้ยงด้วยและมีการผสมกับไก่พื้นเมืองไทยจนได้ลักษณะจำเพาะกลายเป็นไก่พื้นเมืองของอำเภอเบตง และมีการกระจายพื้นที่เลี้ยงไปทั่วทั้งจังหวัดยะลา
ไก่เบตง จะมีลักษณะขนสีเหลืองทอง ปีกและขนปีกสั้น หงอนเป็นหงอนจักรสีแดง ขาสีเหลืองปากเหลือง มีจุดเด่นที่หางสั้นหรือไม่มีหาง ลูกไก่เมื่อแรกเกิดจนอายุ 4 เดือน จะมีขนน้อยหรือแทบไม่มีขนเลยหลังจากนั้นถึงจะมีขนสีเหลืองทองทั้งตัว ลักษณะไก่ตัวผู้จะมีสีเหลืองอ่อน ๆ ตรงปากพร้อมกับมีจะงอยปากงุ้มที่แข็งแรงมาก ตรงส่วนหัวจะกว้างและมีขนสีเหลืองทองที่ค่อย ๆ จางไปทีละน้อยจนถึงลำตัวคล้ายสร้อยคอ มีดวงตานูนใสแจ๋วและก็มีหงอนสีดำเป็นจักร ๆ ไร้ตุ้มหู ตรงส่วนลำคอจะตั้งตรงมีลักษณะที่แข็งแรง ตรงส่วนปีกทั้งสองข้างนั้นสั้นแต่ว่าแข็งแรงมากพอสมควรและก็มีสีเหลือง บางทีอาจจะมีเส้นขนดำ ๆ 1-2 เส้นตรงแกนของขนด้วย อกกว้างแบบไก่พันธุ์เนื้อทั่วไปที่ควรจะเป็น ขนตรงบริเวณหน้าอกและ บริเวณใต้ปีกมีสีเหลืองบาง ๆ ส่วนหลังกว้างเป็นแผ่น ๆ ที่ขนานกับพื้น ขนหางบางนุ่มแต่ว่า มีหางไขสั้น ๆ อยู่ 1 เส้น ส่วนก้นนั้นเป็นรูปตัดอย่างชัดเจนมาก ลำขาใหญ่นั้นมีสีเหลืองกลมและแข็งแรงเหมาะกับลำตัวพอดี มีขนสีเหลืองปกคลุมตรงขาบาง ๆผิวหนังมีสีแดงระเรื่อเพราะไม่ค่อยจะมีขนเท่าไหร่แต่ถ้าเป็นไก่ตอนจะมีขนดกกว่านี้เยอะ ตรงส่วนหน้าขานั้นจะมีเกล็ดวางแถวแนวเป็นระเบียบสีเหลืองนิ้วเท้าเหยียดตรงแข็งแรงอีกทั้งมีเล็บสีขาวอมเหลือง
สำหรับไก่ตัวเมียจะมีโคนปากมีสีน้ำตาลเข้มที่ค่อย ๆ จางลงมาจนเป็นสีเหลืองที่ปลาย ปากพร้อมกับมีจะงอยปากที่งุ้มแข็งแรง ส่วนหัวนั้นจะกว้างอีกทั้งมีหงอนรูปถั่วสั้นติดตรงบริเวณหนังหัวพร้อมตาใสแจ๋ว ส่วนลำคอนั้นตั้งตรงแข็งแรงสีเหลืองอ่อน ๆ มีอกกว้างหนาตามลักษณะไก่เนื้อพร้อมมีขนสีเหลืองดกปกคลุมอยู่ทั่วตัว มีขนสีเหลืองดกตรงหลังและก็วางแนวขนานกับพื้น ปีกพอเหมาะกับลำตัวแข็งแรง มีขนนุ่ม ๆ สีดำอย่างประปรายตรงบริเวณส่วนปีกเต็มไปหมด ส่วนหางที่อ่อนนุ่มดกดำปนสีเหลือง ส่วนขานั้นแข็งแรงสมกับลำตัวพร้อมมีขนสีเหลืองดกปกคลุมไว้ ตรงบริเวณส่วนแข้งนั้นจะกลมสีเหลือง เกล็ดวางแถวแนวเป็นระเบียบนิ้วเท้าเหยียดตรงอย่าง แข็งแรงและก็มีเล็บเท้าสีขาวอมเหลือง ไก่ทั้งสองเพศแม้จะมีลักษณะที่ต่างกันแต่ว่ามีส่วนที่เหมือนกันอย่างเห็นเด่นชัดนั้นคือมีขนสีเหลืองทองเกือบจะทั้งตัว ไก่เบตงเป็นไก่เนื้อที่มีคนนิยมรับประทานกันมากเนื่องจากมีรสชาติที่อร่อยเนื่องจากมีลักษณะพิเศษดังนี้ตรงส่วนหนังจะมีสีเหลืองอ่อนเนื้อค่อนข้างเหลืองและก็นุ่ม ไม่ค่อยจะมีไขมันกลิ่นหอมมาก
การเลี้ยงไก่เบตงยะลา การพักไข่ เมื่อแม่ไก่เบตงยะลาออกไข่ ให้นำไข่ที่ได้เข้าในตู้พัก ใช้เวลาพัก ประมาณ 21 วัน ระยะกก นำลูกไก่ตั้งแต่แรกเกิด กกด้วยหลอดไฟฟ้า หรือเครื่องกก หรือระบบอื่นๆ เพื่อความอบอุ่นในอุณหภูมิที่เหมาะสมให้อาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการที่เหมาะสมตามอายุ และมีน้ำให้กิตลอดเวลา เมื่อลูกไก่มีอายุอย่างน้อย 21 วัน จึงนำไปเลี้ยงในคอกกก
ระยะรุ่น เมื่อไก่มีอายุมากกว่า 1 เดือน ไปจนถึง 3 เดือน เป็นการเลี้ยงแบบกักบริเวณให้อยู่ในบริเวณที่เลี้ยงซึ่งล้อมรอบด้วยอวนหรือตาข่าย โดยปล่อยให้ไก่หากินเองตามธรรมชาติ และให้เสริม ด้วยอาหารผสมหรืออาหารสำเร็จรูปตามความเหมาะสมของช่วงอายุ อย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง หรือตามความเหมาะสม และมีน้ำให้ไก่กินตลอดเวลา
ระยะขุน เมื่อไก่มีอายุ 3 – 4 เดือน จึงทำการคัดไก่ที่มีลักษณะรูปร่างที่ดี แข็งแรง นำมาเลี้ยงด้วยอาหารผสมหรืออาหารสำเร็จรูป โดยให้อาหารอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง หรือตามความเหมาะสม และมีน้ำให้ไก่กินตลอดเวลา เลี้ยงจนถึงอายุระหว่าง 5 – 7 เดือน เพศผู้จะมีน้ำหนักประมาณ 2.20 – 2.70 กิโลกรัมและเพศเมียจะมีน้ำหนักประมาณ 1.90 – 2.20 กิโลกรัม จึงจะนำเข้าสู่กระบวนการแปรสภาพ
ล่าสุดไก่เบตงยะลา” ไก่สดที่ผลิตจากไก่พื้นเมืองพันธุ์เบตง ได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนเป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) โดยกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์



