สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 22 พ.ย. ว่ารายงานประจำปีว่าด้วยการปฏิบัติด้านสิทธิมนุษยชนของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ ซึ่งจัดทำอย่างต่อเนื่อง ตลอดระยะเวลานานเกือบ 50 ปีที่ผ่านมา พยายามนำเสนอข้อมูลที่ครอบคลุมเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนในต่างประเทศ ซึ่งมักสร้างความโกรธเคืองให้กับรัฐบาลหลายชาติ

ในโทรเลขถึงสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาทั่วโลก นายมาร์โก รูบิโอ รมว.การต่างประเทศของสหรัฐ ได้เรียกร้องให้มีการรายงานเหตุการณ์สำคัญหลายประการ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของรายงานประจำปีที่ปรับปรุงใหม่และกระชับยิ่งขึ้น

นายทอมมี พิกอตต์ รองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐ กล่าวว่าในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา อุดมการณ์ทำลายล้างใหม่ ๆ ได้เปิดช่องให้การละเมิดสิทธิมนุษยชนได้รับการคุ้มครอง พร้อมเสริมว่า รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะไม่ยอมให้การละเมิดสิทธิมนุษยชน เช่น การทำร้ายร่างกายเด็ก กฎหมายที่ละเมิดเสรีภาพในการพูด และการจ้างงานที่เลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติ เกิดขึ้นโดยไม่มีการตรวจสอบ

รายงานขอให้สถานเอกอัครราชทูต และสถานกงสุลสหรัฐ รายงานเกี่ยวกับประเทศ ซึ่งอนุญาตให้มีการ “ทำร้ายร่างกายเด็กด้วยสารเคมี หรือการผ่าตัดเพื่อเปลี่ยนแปลงเพศกำเนิด” รวมถึงติดตามนโยบายผลักดันความเสมอภาคระหว่างเชื้อชาติ และการปฏิบัติพิเศษที่พิจารณาจากเชื้อชาติ เพศ หรือวรรณะ

ในรายงานฉบับนี้ รูบิโอยังสั่งให้สถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลสหรัฐ ติดตามการละเมิดเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น ซึ่งเป็นอีกหนึ่งประเด็นสำคัญของรัฐบาลวอชิงตัน

ก่อนหน้านี้ นายเจ.ดี. แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐ เคยวิพากษ์วิจารณ์เยอรมนี กรณีจำกัดการเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น ของพรรคทางเลือกเพื่อเยอรมนี (เอเอฟดี) ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายขวาจัด และตำหนิทางการสหราชอาณาจักร ที่ลงโทษผู้โพสต์เนื้อหาโจมตีผู้อพยพ.

เครดิตภาพ : AFP