สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองโจฮันเนสเบิร์ก ประเทศแอฟริกาใต้ เมื่อวันที่ 23 พ.ย.ว่าแถลงการณ์ร่วมของสมาชิกกลุ่มประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ 20 แห่ง หรือ จี20 ที่เมืองโจฮันเนสเบิร์ก มีเนื้อหาเกี่ยวกับการคัดค้าน “แผนการฝ่ายเดียว” ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ที่มุ่งยุติสงครามในยูเครน แต่มีเงื่อนไขที่ฝ่ายยุโรปมองว่า เป็นการเอื้อประโยชน์ต่อรัสเซีย


แถลงการณ์ระบุว่า แผนการของทรัมป์ยังคงจำเป็นต้องได้รับ “การหารือเพิ่มเติม” เนื่องจากแนวทางที่เสนอตอนนี้ทำให้ยูเครน “เปราะบาง” อีกทั้งบางประเด็นของแผนการทั้ง 28 ข้อ จำเป็นต้องได้รับ “ความยินยอม” จากสมาชิกสหภาพยุโรป ( อียู ) และองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ ( นาโต )


ขณะที่ประธานาธิบดีไซริล รามาโฟซา ผู้นำแอฟริกาใต้ ซึ่งเป็นเจ้าภาพการประชุมจี20 ประจำปีนี้ กล่าวว่า ความเป็นพหุภาคียังคงเป็นกุญแจสำคัญสำหรับความร่วมมือระหว่างประเทศ การประสานงานและความเป็นหุ้นส่วน


ด้านประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ผู้นำฝรั่งเศส กล่าวว่า ความแตกแยกในจุดยืนทางภูมิรัฐศาสตร์ ส่งผลกระทบต่อจุดยืนของจี20 ที่เน้นเรื่องเศรษฐกิจ และรอยร้าวที่เกิดขึ้น อาจทำให้การรรวมตัวครั้งนี้ถึงขั้นต้องสิ้นสุด


การประชุมสุดยอดจี20 ปีนี้ ที่เมืองโจฮันเนสเบิร์กถูกบั่นทอนคุณค่าลงไปมา จากการบอยคอตของสหรัฐ จีนส่งนายหลี่ เฉียง นายกรัฐมนตรี เข้าร่วมแทนประธานาธิบดีสี จิ้นผิง และนายมักซิม โอเรชกิน รองหัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่ประจำทำเนียบเครมลิน ร่วมการประชุมแทนประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย ซึ่งมีหมายจับของศาลอาญาระหว่างประเทศ ( ไอซีซี )


ในภาพร่วม สมาชิกจี20 ร่วมกันรับรองปฏิญญาโจฮันเนสเบิร์ก ซึ่งครอบคลุมถึงสภาพภูมิอากาศ พลังงาน ความยั่งยืนของหนี้สิน และข้อตกลงแร่ธาตุสำคัญ พร้อมกับการเรียกร้องร่วมกันเพื่อสันติภาพที่ “เป็นธรรม” ในยูเครน สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก ( ดีอาร์คองโก ) ซูดาน และปาเลสไตน์.

เครดิตภาพ : AFP