เมื่อวันที่ 23 พ.ย. ที่อาคารอนาคตใหม่ พรรคประชาชนจัดกิจกรรม “รีชาร์จประชาชน Recharge the People” เป็นวันที่ 2 โดยนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวในหัวข้อ “ความมั่นคงใหม่ เศรษฐกิจใหม่ บริหารประเทศแบบใหม่ ไทย•ทัน•โลก” พร้อมเปิดชุดนโยบายแรกของพรรคประชาชน ว่า หน้าที่ของเราคือการเป็นสะพานเชื่อมทุกคนเข้าด้วยกัน มาร่วมกันทำการเมืองเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลง ถ้าตนเป็นนายกฯ จะเป็นนายกฯ อย่างไรในสไตล์วิศวะคอมพิวเตอร์ นโยบายในการสู้ศึกเลือกตั้งและการบริหารราชการแผ่นดิน คือสร้างประเทศไทยไม่มีสีเทา ประเทศไทยที่เท่าเทียม เท่าทันโลก ทั้งนี้ประเทศไทยมีปัญหาครอบครัวแหว่งกลาง 30-40% ประเทศไทยปัจจุบันเป็นรัฐที่ดูแลคนตั้งแต่เกิดจนเกษียณอย่างไร ที่บอกว่าระบบสาธารณสุขดี แต่ทำไมยังมีอัตราแม่คลอดเสียชีวิต 34 ต่อแสนประชากรมารดา มีปัญหาเด็กแคระแกร็น 13% โดยเฉพาะภาคใต้ ดังนั้นต้องพูดกันเรื่องปฏิรูปอำนาจรัฐ ให้ท้องถิ่นเพื่อแก้ไขปัญหา

นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า ส่วนวัยเรียนหลุดออกนอกระบบการศึกษาว่า 1 ล้านคน จากการสำรวจ 10 ล้านคน คิดเป็น 10% ขณะที่วัยทำงานพบข้อมูลเสียชีวิตบนถนน 1.8 หมื่นคนต่อปี กว่า 74% ขี่จักรยานยนต์ เพราะคนเหล่านี้ไม่มีเงินมากกพอที่จะผ่อนรถเก๋ง ยิ่งไม่ใส่ใจระบบขนส่งสาธารณะ ซึ่งต้องบอกว่าการตัดถนนอย่างเดียวไม่เพียงพอ ดังนั้นถ้าหน้าที่รัฐบอกดูแลผู้ป่วยอย่างเท่าเทียม ให้สิทธิพื้นฐาน ลงทุนสูงขึ้นทั้งขนส่งสาธารณะ ซึ่งปัจจุบันรัฐละเลยเรื่องนี้มาก ต้องย้ำว่า วัยแรงงานสำคัญมาก แต่ก็มีวัยแรงงานจำนวนมากที่ต้องไปเกณฑ์ทหาร ทำให้เรามีประชากรที่หลุดออกจากระบบแรงงานไปเยอะ
นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า ขณะที่ประเทศไทยต้องการแรงงานเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่เราคิดว่าต้องลงไปแก้ไข แต่สิ่งที่เราอยากสร้างคือ ประเทศไทยที่คนทุกคนไม่ว่าจะเกิดมารวยหรือจน เกิดที่จังหวัดใดก็ตามรู้สึกอยากมีลูก ไม่ได้รู้สึกว่ามีลูกยากเพราะค่าเทอมแพง ลูกเกิดมาในประเทศนี้แล้วจะแข็งแรง โตไปจะมีอนาคตหรือไม่ แต่เด็กทุกคนต้องมีสุขภาพดี การศึกษาได้มาตรฐาน งานดีมีคุณภาพ ผู้สูงวัยเกษียณได้อย่างสบายใจ หากจะบอกว่า ปัญหาที่เกิดขึ้น เรารู้อยู่แล้วว่ารัฐดูแลเราไม่เพียงพอ แต่หากดูในภาพรวมของประเทศ ซึ่งตนเปรียบเทียบว่าประเทศไทยเหมือนแพลตฟอร์มหนึ่ง คนจะนิยมใช้ นักลงทุนอยากเข้ามาคือเป็นแพลตฟอร์มที่มีสภาพแวดล้อมที่ดี เพื่อดึงดูดนักพัฒนาแอปพลิเคชัน และคนเข้ามาใช้งาน

นายณัฐพงษ์ กล่าวอีกว่า สุดท้ายสิ่งที่จำเป็นคือเรื่องของกฎระเบียบไม่ให้มีแอปสแปมต่างๆ เข้ามา ซึ่งมันคือสภาพแวดล้อมที่จะทำให้เกิดแพลตฟอร์มหนึ่งขึ้นมา ซึ่งหากเราเปรียบประเทศเป็นแพลตฟอร์มๆ หนึ่ง ระดับฮาร์ดแวร์คือถนน ประปา สวนสาธารณะ ขนส่งสาธารณะ ขยะ ไฟฟ้าสะอาด อินเทอร์เน็ต เราต้องเปิดโอกาสให้คนด้านบนไปต่อยอดได้ง่าย ซึ่งระบบการเมืองมีหน้าที่จัดสรรทรัพยากรของรัฐ และระบบยุติธรรม มีหน้าที่ขององค์กรที่กำกับกฎหมายและกติกาในสังคม และคนที่ให้บริการสาธารณะขั้นพื้นฐานกับประชาชน เพื่อให้คนที่เกิดมาในประเทศนี้สามารถเติบโตขึ้นได้ง่าย กลไกนั้นคือระบบราชการ ซึ่งถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานของรัฐ หากรัฐทำได้ดีก็จะทำให้พวกเราเติบโตได้ง่ายขึ้น

นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อไปว่า ทั้งนี้เรื่องการสร้างความเชื่อมั่นเป็นเรื่องสำคัญ โดยเฉพาะการขาดความเชื่อมั่นต่อรัฐ วิธีในการกอบกู้ความเชื่อมั่นและความเชื่อใจของรัฐ คือ โปร่งใส ประสิทธิภาพ ประชาชน และเครื่องมือทางดิจิทัลถือเป็นเครื่องมือสำคัญในการกอบกู้ความเชื่อมั่นของรัฐได้ ในการที่จะทำให้รัฐโปร่งใสมีประสิทธิภาพ และมีส่วนร่วมจากประชาชน นอกจากนั้นสิ่งสำคัญในประเทศไทยคือการปฏิรูปที่ดิน เพื่อสร้างโอกาสสร้างตัวเลือกให้กับเกษตรกร ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญ ในการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ
นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อไปว่า สิ่งสำคัญคือรัฐบาลที่จะทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างเกิดขึ้นจริงควรจะมีหน้าตาอย่างไร สำหรับตนคิดว่าหน้าตาของรัฐบาลที่จะทำทุกอย่างให้สำเร็จด้วย มี 3 ข้อคือ 1. เอาจริง มีเจตจำนงทางการเมือง 2.เราต้องมีโฉมหน้ารัฐบาลที่มีความรู้ความสามารถ เหมาะกับตำแหน่งงาน ไม่ได้มาจากโควตาทางการเมือง 3. การวางบทบาทของไทยในเวทีโลกได้ เช่น เรื่องของนโยบายทางการทูต การไม่ยึดข้าง แต่ยึดหลักการ เอาผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นตัวตั้ง ส่วนคณะทำงาน ด้านฝ่ายบริหาร จะมีการเริ่มทยอยเปิดตัวมากยิ่งขึ้น และกระแสข่าวที่มีการนำข้อมูลจากแขกรับเชิญในงานของเรามาเป็นแคนดิเดตรัฐมนตรีนั้น ขอยืนยันว่าเป็นเฟคนิวส์ ขอให้รอให้มีการเปิดอย่างเป็นทางการก่อน
นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า สำหรับแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี 3 คนของพรรคประชาชน ประกอบด้วย 1.นายณัฐพงษ์ 2.น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคฝ่ายนโยบาย และ 3.นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร รองหัวหน้าพรรคฝ่ายยุทธศาสตร์ สุดท้ายการจะแก้ไขปัญหาต่างๆ ได้ หนีไม่พ้นคนที่อยู่สูงสุดของประเทศต้องเอาจริงในเรื่องนี้ หากคนที่อยู่ในพรรคพวกของตัวเองทำผิดกฎหมาย คุณก็ต้องกล้าจัดการ เพราะเมื่อไรก็ตามที่คุณไม่กล้าจัดการ ก็จะไม่สามารถเปลี่ยนโครงสร้างทั้งโครงสร้างได้ ซึ่งตนมี น.ส.ศิริกัญญา และนายวีระยุทธ ช่วยดูแลในการทำงานต่างๆ ตนขอประกาศคำมั่นสัญญาว่าตนจะดูแลทำให้ไทย ไม่เทา และจะกำจัดธุรกิจคอร์รัปชันให้หมดไป

“นี่คือโฉมหน้าการทำงานของพวกเราในอนาคต เราทำงานเป็นทีม ที่บอกลำดับต่างๆ เพราะเราเชื่อว่าการเสนอตัวในการเลือกตั้งเราไม่อยากให้เป็นนายกฯ กล่องสุ่ม ไม่ใช่ให้ประชาชนเข้าคูหาเลือกตั้งแล้วไปเลือกกันเอง ว่าตกลง 3 คนนี้ใครจะเป็นนายกฯ คนถัดไป เราต้องการตรงไปตรงมากับประชาชน ตอนเข้าคูหาคุณต้องรู้เลยว่าหากไม่เกิดอุบัติเหตุทางการเมือง ใคร คือเบอร์ 1 เบอร์ 2 และเบอร์ 3 แต่หากมีอะไรเกิดขึ้นนี่ก็คือโฉมหน้าของพวกเรา รวมถึงเราจะทำงานกันเป็นทีม เพื่อส่งต่อประเทศไทยที่ไม่เทา เท่ากัน และทันโลกไปด้วยกัน” นายณัฐพงษ์ กล่าว



