เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 24 พ.ย. บริเวณหน้าเรือนจำกลางคลองเปรม ถนนงามวงศ์วาน กรุงเทพมหานคร บรรยากาศการเข้าเยี่ยม นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นไปอย่างคึกคัก โดยเป็นการเข้าเยี่ยมครั้งที่ 19 นับตั้งแต่ถูกคุมขังภายในเรือนจำ ขณะที่สมาชิกครอบครัวซึ่งร่วมเดินทางมาเยี่ยมในวันนี้ประกอบด้วย น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หรือ “อิ๊งค์” อดีตนายกรัฐมนตรี บุตรสาวคนเล็ก, น.ส.พินทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์ หรือ “เอม” บุตรสาวคนกลาง และนายณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ หรือ “พงศ์” สามีของ น.ส.พินทองทา ทั้งสามคนเดินทางมาด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ก่อนยกมือไหว้สื่อมวลชนและกลุ่มคนเสื้อแดงที่รอให้กำลังใจอยู่ด้านหน้าเรือนจำ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทนายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความส่วนตัวของนายทักษิณ เดินทางตามมาภายหลังเพื่อร่วมเข้าเยี่ยมด้วย กระทั่งเวลา 11.25 น. น.ส.แพทองธาร ได้ออกมาให้สัมภาษณ์สั้นๆ โดยกล่าวถึงกรณีที่อัยการได้ยื่นอุทธรณ์คดี ม.112 ว่า ประเด็นรายละเอียดขอให้เป็นหน้าที่ของทนายวิญญัติ เป็นผู้ชี้แจง ส่วนประเด็นที่ตนได้นำพวงมาลัยดอกมะลิเข้าไปกราบบิดานั้นเป็นธรรมเนียมของครอบครัว เนื่องจากเพิ่งผ่านวันเกิดของคุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ เมื่อวันที่ 22 พ.ย. ที่ผ่านมา ปกติหากอยู่พร้อมหน้ากัน ก็จะกราบทั้งบิดาและมารดาในวันเดียวกัน ดังนั้นวันนี้จึงนำพวงมาลัยมากราบนายทักษิณ ที่เรือนจำแทน

เมื่อถามถึงบรรยากาศการพูดคุยกับนายทักษิณ น.ส.แพทองธาร ระบุเพียงว่า เป็นการสนทนาตามปกติ ก่อนโบกมือทักทายสื่อมวลชนและผู้สนับสนุนที่มารอหน้าเรือนจำ พร้อมเดินทางกลับด้วยรถยนต์ส่วนตัว โดยมี น.ส.พินทองทา และนายณัฐพงศ์ ขึ้นรถออกไปพร้อมกัน

ในช่วงเช้า บริเวณด้านหน้าเรือนจำยังมีประชาชนกลุ่มคนเสื้อแดงเดินทางมารอให้กำลังใจเช่นทุกครั้ง โดยนางเพ็ญ พินิจอักษร ตัวแทนกลุ่มผู้สนับสนุน ซึ่งเดินทางมาจากจังหวัดศรีสะเกษ ได้นำไก่ย่างโอทอปห้าดาวของตำบล พร้อมกระติบข้าวเหนียวจำนวน 3 ไม้ มามอบให้ น.ส.แพทองธาร โดยระบุว่าเป็นการนำของฝากจากบ้านเกิดมามอบให้ “นายกฯ ในดวงใจ” เพื่อแสดงความผูกพันและความจงรักภักดี พร้อมกล่าวว่าครั้งหนึ่งในยุครัฐบาลนายทักษิณ เป็นผู้ผลักดันโครงการโอทอป จนทำให้ชาวบ้านมีรายได้และคุณภาพชีวิตดีขึ้น จึงตั้งใจเดินทางมามอบของฝากด้วยตัวเองในวันนี้.



