นายดิษฐเดช วัฒนาพร รองผู้ว่าการด้านปฏิบัติการ การยางแห่งประเทศไทย (กยท.)  กล่าวว่า จากสถานการณ์ฝนตกหนักต่อเนื่องในพื้นที่หลายจังหวัดทางภาคใต้ ได้แก่ จ.นครศรีธรรมราช จ.พัทลุง จ.ชุมพร จ.สุราษฎร์ธานี จ.ตรัง จ.สงขลา และ จ.สตูล ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมและน้ำป่าไหลหลากเข้าพื้นที่การเกษตรอย่างรุนแรง โดยเฉพาะพื้นที่ปลูกยางพารา กยท. คาดว่าจะมีปริมาณผลผลิตยางที่ได้รับผลกระทบ รวมกว่า 10,296.93 ตัน

 กยท. ติดตามสถานการณ์ดังกล่าวอย่างใกล้ชิด โดย กยท. ได้เปิดศูนย์พักพิงและจุดบริการจอดรถแก่ผู้ประสบภัย ซึ่งสามารถเข้ามารับความช่วยเหลือได้ ณ ที่ทำการ กยท. ในพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช ได้แก่ กยท. เขตภาคใต้ตอนกลาง และ กยท. สาขาทุ่งสง (โทร. 0-7541-1032), กยท. สาขาร่อนพิบูลย์ (โทร. 0-7544-1212) และ กยท. สาขาฉวาง (โทร. 0-7548-1130) ในพื้นที่ จ.พัทลุง ได้แก่ กยท.จ.พัทลุง และ กยท. สาขาเมืองพัทลุง (โทร. 0-746-1248), กยท. สาขาบางแก้ว (โทร. 0-7461-0490), กยท. สาขาควนขนุน (โทร. 0-7468-1623), กยท. สาขาป่าบอน (โทร. 0-7484-1540) และศูนย์เรียนรู้ยางพารา จ.พัทลุง (โทร 0-7460-1533)

อย่างไรก็ตาม หลังสถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติ กยท. จะส่งเจ้าหน้าที่เข้าสำรวจความเสียหายสวนยางที่ประสบภัยและประเมินระดับความเสียหายของต้นยาง พร้อมให้คำแนะนำแก่เกษตรกรชาวสวนยางอย่างใกล้ชิดเพื่อฟื้นฟูสภาพสวนยางหลังน้ำลด ลดความเสียหายในระยะยาว ตลอดจนมาตรการเยียวยาตามสวัสดิการเพื่อเกษตรกรชาวสวนยาง มาตรา 49 (5) แห่งพระราชบัญญัติการยางแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2558 โดยกรณีที่สวนยางของเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนกับ กยท. ประสบภัยจนเสียสภาพสวน หรือต้นยางได้รับความเสียหายเกิน 20 ต้น/แปลง จะได้รับเงินช่วยเหลือรายละไม่เกิน 3,000 บาท นอกจากนี้ กยท. ยังมีเงินทุนกู้ยืมดอกเบี้ยต่ำเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรชาวสวนยาง รายละไม่เกิน 50,000 บาท สำหรับนำไปใช้ปรับปรุงสวนยาง ที่อยู่อาศัย เครื่องมือ รักษาพยาบาลตนเอง ตลอดจนเป็นทุนในการประกอบอาชีพเสริมต่อไป