สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 24 พ.ย.ว่านางมากิ โคบายาชิ โฆษกด้านกิจการสาธารณะของรัฐบาลญี่ปุ่น กล่าวถึงการที่จีนส่งหนังสือถึงนายอันโตนิโอ กูเตร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ว่ารัฐบาลปักกิ่งจะดำเนินการป้องกันตนเองอย่างเด็ดขาดต่อญี่ปุ่น หากญี่ปุ่น “กล้าแทรกแซงทางทหารในช่องแคบไต้หวัน” นั้น รัฐบาลโตเกียว “รับทราบเนื้อหาในหนังสือฉบับดังกล่าวแล้ว” ซึ่งเนื้อหาเหล่านั้น “ไม่เป็นความจริงอย่างสิ้นเชิง”
โคบายาชิกล่าวว่า นับตั้งแต่เกิดเรื่อง ญี่ปุ่นอธิบายสาระสำคัญของคำกล่าวและจุดยืนของรัฐบาลโตเกียว ให้ฝ่ายจีนทราบซ้ำแล้วซ้ำเล่า พร้อมเสริมว่า ญี่ปุ่น “มีความมุ่งมั่นที่จะเจรจา” กับประเทศเพื่อนบ้าน แต่จุดยืนของรัฐบาลโตเกียวที่เกี่ยวข้องกับไต้หวัน “ไม่เคยเปลี่ยนแปลง”
A Japanese official blasted China’s claims that Prime Minister Sanae Takaichi has altered Japan's position on a Taiwan crisis as “entirely baseless,” calling for more dialogue to stop ties between Asia’s top economies spiraling. https://t.co/4pMGlrDSwC
— Bloomberg (@business) November 22, 2025
ขณะเดียวกัน โฆษกหญิงของรัฐบาลญี่ปุ่นกล่าวว่า จีนยังคงเป็นประเทศคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น และเป็นซัพพลายเออร์แร่ธาตุหายากหลายรายการ ซึ่งมีความสำคัญต่ออุตสาหกรรมรถยนต์ของญี่ปุ่น อย่างไรก็ตาม รัฐบาลโตเกียวพยายามลดการพึ่งพาดังกล่าว และแสวงหาทางเลือกในส่วนนี้ พร้อมทั้งทิ้งท้ายว่า “สันติภาพและความมั่นคงทั่วช่องแคบไต้หวัน มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความมั่นคงของชาติ”
ด้านสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำญี่ปุ่นได้โพสต์ข้อความบนบัญชีเอ็กซ์อย่างเป็นทางการ ว่าจีนมีสิทธิ “ปฏิบัติการทางทหารโดยตรง” โดยไม่จำเป็นต้องได้รับการอนุมัติจากคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอสซี) หากญี่ปุ่นดำเนินการใดก็ตาม ที่นำไปสู่การรุกรานอีกครั้ง โดยอ้างถึงมาตราในกฎบัตรยูเอ็น ที่เกี่ยวข้องกับ “รัฐศัตรู” ในสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง
ทั้งนี้ ความตึงเครียดครั้งใหม่ระหว่างญี่ปุ่นกับจีนทวีความรุนแรงขึ้นในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา จากการที่ทาคาอิจิ หยิบยกความเป็นไปได้ทางทฤษฎีที่ว่า ญี่ปุ่นอาจส่งกำลังทหาร หากจีนโจมตีไต้หวัน ซึ่งได้สร้างความไม่พอใจและการตอบโต้ทางเศรษฐกิจจากจีน.
เครดิตภาพ : AFP



