วานนี้ (18 พ.ค.) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานคำกล่าวของ เจมส์ ดอนต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของเครือร้านหนังสือชื่อดังสัญชาติอเมริกัน “บาร์นส์ แอนด์ โนเบิล” ขณะให้สัมภาษณ์ในรายการข่าวและทอล์คโชว์ยามเช้า “ทูเดย์โชว์” โดยยืนยันว่าทางร้านยินดีสนับสนุนการวางจำหน่ายหนังสือที่เขียนโดย “เอไอ”
ดอนต์ อธิบายว่า เขาไม่ได้มองว่าการขายหนังสือที่เขียนขึ้นโดยปัญญาประดิษฐ์คือปัญหา ตราบใดที่หนังสือนั้นไม่ได้ “ปลอมแปลง” หรือแอบอ้างว่าเป็นผลงานที่มนุษย์สร้างขึ้น และยังคงมีคุณภาพตามที่ควรจะมี รวมถึงเป็นสิ่งที่ลูกค้าหรือคนอ่านต้องการอ่าน
เขากล่าวเสริมว่า “ดังนั้น ตราบใดที่หนังสือที่เขียนโดยเอไอระบุอย่างชัดเจนว่าเป็นหนังสือที่เขียนโดยเอไอ ไม่ได้แสร้งทำเป็นอย่างอื่น และไม่ได้ไปขโมยผลงานของคนอื่นมา ตราบใดที่มีการแจ้งข้อเท็จจริงนี้อย่างชัดเจนและลูกค้าต้องการซื้อ เราก็จะนำมันมาวางขายในร้าน”
ทางด้าน เจนนา บุช เฮเกอร์ พิธีกรประจำรายการได้ตั้งข้อสังเกตว่า โดยทั่วไปแล้วหนังสือคือสิ่งที่ “มีความเป็นมนุษย์สูง” ซึ่งนี่คือเหตุผลที่หลายคนออกมาประณามการใช้เอไอในการเขียนวรรณกรรม ขณะที่คนอื่นๆ ชี้ให้เห็นถึงแนวโน้มของเอไอที่มักจะดึงข้อมูลจากผลงานของมนุษย์มาใช้ นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มคนที่ประท้วงเอไอเนื่องจากผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นต้นทุนที่ไม่ได้เกิดขึ้น หากนักเขียนเป็นมนุษย์
ในเดือนมิถุนายน ปี 2568 นักเขียนมากกว่า 70 คนได้ร่วมกันยื่นคำร้องต่อห้าสำนักพิมพ์ยักษ์ใหญ่ของสหรัฐ (เพนกวิน แรนดอม เฮาส์, ฮาร์เปอร์คอลลินส์, ไซมอน แอนด์ ชูสเตอร์, อาแชตต์ บุ๊ก กรุ๊ป และแมคมิลเลียน) เพื่อขอให้งดเว้นการออกผลงาน “หนังสือที่เขียนขึ้นโดยเครื่องจักร” ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผลงานที่สร้างขึ้นจากพื้นฐานงานเขียนเดิมของนักเขียนที่เป็นมนุษย์และเป็นผลงานที่มีลิขสิทธิ์
จดหมายดังกล่าวยังเรียกร้องให้สำนักพิมพ์ละเว้นการ “เปลี่ยนผ่าน” โดยหันไปใช้เครื่องมือเอไอแทนพนักงานที่เป็นมนุษย์ รวมทั้งให้ใช้แต่เสียงผู้บรรยายที่เป็นมนุษย์เท่านั้นสำหรับการผลิตหนังสือเสียง
เกือบหนึ่งปีต่อมาในเดือนมีนาคม สำนักพิมพ์อาแช็ตต์บุ๊กส์ได้ระงับการผลิตนวนิยายสยองขวัญเรื่อง “Shy Girl “ หลังจากที่ มีอา บัลลาร์ด ผู้เขียนนิยายเล่มนี้ถูกกล่าวหาว่าใช้เอไอในงานเขียน ซึ่งเธอได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว โดยระบุว่าบรรณาธิการที่เธอจ้างมาเป็นผู้ใช้เอไอกับผลงานของเธอ ในระหว่างที่เธอตีพิมพ์หนังสือครั้งแรกซึ่งเป็นการจัดพิมพ์ด้วยตัวเองโดยไม่ผ่านสำนักพิมพ์
อย่างไรก็ตาม หลังจากทางอาแช็ตต์สรุปผลการตรวจสอบเนื้อหา บริษัทก็ยกเลิกโครงการจัดพิมพ์หนังสือเล่มนี้
แม้จะมีการต่อต้านจากผู้อ่าน นักเขียน และสำนักพิมพ์ แต่เอไอก็ได้แทรกซึมเข้ามาในวงการหนังสือเรียบร้อยแล้ว ดอนต์กล่าวว่ามันมีความเป็นไปได้ที่หนังสือเหล่านั้นอาจจะกำลังวางขายในร้านบาร์นส์ แอนด์ โนเบิล อยู่แล้วด้วยซ้ำ
“เรามีหนังสือมากกว่า 300,000 รายการในร้านค้าทั้งหมดของเรา เราจะคิดไหมว่าบางเล่มในนั้นอาจจะเป็น ‘หนังสือเอไอ’? ซึ่งมีโอกาสเป็นไปได้ เราแค่ไม่รู้ตัวจริงๆ” ดอนต์กล่าว
อย่างไรก็ตาม ดอนต์ข้อสังเกตว่าปัญหานี้ดูเหมือนจะยังเป็นเรื่องเล็กน้อยในปัจจุบัน “ในตอนนี้ สำหรับเราแล้วดูเหมือนว่าจะเป็นไปได้ยากที่หนังสือที่เขียนขึ้นโดยเอไอเหล่านี้จะได้รับความนิยมในเชิงพาณิชย์อย่างล้นหลาม ดังนั้น ผมคิดว่ามันเป็นสิ่งที่เราควรรับมือด้วยสามัญสำนึกและการยอมรับ แต่ต้องไม่ปล่อยให้มีการปลอมแปลง (แอบอ้างว่ามนุษย์เขียน) เกิดขึ้น”
ท้ายที่สุด ดอนต์กล่าวเสริมว่า ต่อไปนี้ สิ่งสำคัญสำหรับร้านหนังสือทุกแห่งคือ การระบุให้ชัดเจนว่า เล่มไหนเป็นหนังสือที่เขียนโดยเอไอ และเปิดเผยให้ทราบว่าผู้แต่งเป็นคนที่มีตัวตนอยู่จริงหรือไม่
ที่มา : people.com
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



