มหาวิทยาลัยกรุงเทพ (ม.กรุงเทพ) ยกระดับการศึกษาครั้งใหญ่ เพื่อแก้ปัญหาช่องว่างระหว่างโลกวิชาการและโลกธุรกิจ ที่ทำให้บัณฑิตจบใหม่ต้องใช้เวลาเรียนรู้งานนาน โดยการสร้าง “Ecosystem” ที่ทำงานร่วมกับภาคธุรกิจชั้นนำมากมาย ในการร่วมพัฒนาหลักสูตรตั้งแต่ต้นทาง ไม่ใช่แค่การส่งนักศึกษาไปฝึกงาน

ผศ.สรรเสริญ มิลินทสูต รองอธิการบดีอาวุโสด้านวิชาการ เปิดเผยว่า “ม.กรุงเทพ วางตำแหน่งเป็น มหาวิทยาลัยสร้างสรรค์ (Creative University) ที่เน้นให้บัณฑิตมีความคิดสร้างสรรค์ที่นำไปปฏิบัติจริงได้ ภายใต้กรอบการทำงานของอุตสาหกรรม โดยมีเป้าหมายสร้างคนที่มีทัศนคติแบบมืออาชีพ และทักษะที่ปฏิบัติได้จริงตลอด 4 ปี”

5 หลักสูตรใหม่แห่งอนาคตที่เน้นการ “ปฏิบัติจริง” และ “โจทย์ธุรกิจจริง”

ม.กรุงเทพได้เปิดตัว 5 หลักสูตรใหม่ ที่ถูกออกแบบมาเพื่อสร้างบุคลากรที่ตลาดต้องการอย่างเร่งด่วน

1. Culinary Arts and Restaurant Service Management ปั้น “เชฟผู้ประกอบการ” ที่ไม่เพียงทำอาหารอร่อย แต่สามารถคิดค้น สร้างแบรนด์ และบริหารจัดการร้านอาหารได้อย่างยั่งยืน

โดยแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มสาขา เพื่อตอบโจทย์ความหลากหลายของอุตสาหกรรมอาหาร

Thai Cuisine ครอบคลุมอาหารไทยทั้งหมด ตั้งแต่ตำรับดั้งเดิม, อาหารชาววัง, งานแกะสลัก, สตรีทฟู้ด ไปจนถึงขนมไทย

International Cuisine ครอบคลุมอาหารนานาชาติ เช่น เวียดนาม, จีน, ญี่ปุ่น, เกาหลี, อินเดีย, ตะวันตก, อาหารฮาลาล และเบเกอรี่

F&B Management มุ่งเน้นการพัฒนาธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม เช่น การจัดการธุรกิจร้านอาหารและธุรกิจจัดเลี้ยง การพัฒนาออกแบบผลิตภัณฑ์อาหาร (ตัวอย่างเช่น อาหารแพลนท์เบส (Plant-Based), อาหารสุขภาพ) การออกแบบระบบบริการร้านอาหารและการกลยุทธ์การตลาดดิจิตัลสำหรับธุรกิจอาหาร

ดร.ดารณี อาจหาญ ผู้อำนวยการหลักสูตร Culinary Arts and Restaurant Service Management และ อ.พสุรมย์ กิมสวัสดิ์ ที่ปรึกษาคณะมนุษยศาสตร์และการจัดการการท่องเที่ยว มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ร่วมกับอธิบายว่า “นอกจากวิธีการประกอบอาหารแต่ละเมนู นักศึกษาจะได้ศึกษาทฤษฎีอาหาร โภชนาการ การคิดต้นทุน การปฏิบัติการการบริการในร้านอาหาร โดยหลักสูตรจะมีการออกแบบการเรียนรู้ของนักศึกษาร่วมกับภาคอุตสาหกรรมในการรับโจทย์จริง เริ่มต้นตั้งแต่ออกแบบคอนเซปต์และเมนูของร้านอาหารขึ้นมาใหม่ ภายใต้งบประมาณและต้นทุนจริง จนไปถึงกระบวนการทำงานในครัวและการให้บริการเพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีเลิศให้กับลูกค้า”

2. Virtual Production and Immersive Experience Design หลักสูตรแรกในไทยที่ตอบโจทย์ความต้องการของสตูดิโอใหญ่ (เช่น Kantana, The Studio Park) เน้นผู้เชี่ยวชาญด้าน Virtual Production สำหรับภาพยนตร์ และ Immersive Experience Design สำหรับอุตสาหกรรมอื่น เช่น การแพทย์ (จำลองการผ่าตัด)

ดร.พีรชัย เกิดสินธุ์ ผู้ช่วยอธิการบดีสายวิชาการ และรักษาการคณบดีคณะดิจิทัลมีเดียและศิลปะภาพยนตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เผยว่า “นอกจากอุตสาหกรรมบันเทิงอย่างภาพยนตร์ คอนเสิร์ต และอีเวนท์ ที่กำลังต้องการบุคลากรทางด้านนี้อย่างมากแล้ว เทคโนโลยี Virtual Production ก็ยังเป็นอนาคตของวงการแพทย์แบบ Telemedicine และ AR รวมถึงการทำงานร่วมกับ AI ด้วย”

3. Film, Series and Global Content Production and Business (นานาชาติ) – สร้าง Creative Producer/Showrunner ที่ไม่เก่งแค่โปรดักชัน แต่ยังเข้าใจ โมเดลธุรกิจ การระดมทุน และการทำตลาดคอนเทนต์สู่สากล

ดร.พีรชัย อธิบายว่า “หลักสูตรจะปั้นนักศึกษาที่เชี่ยวชาญงานโปรดักชัน แต่มีจุดแข็งเรื่องธุรกิจ เข้าใจโมเดลธุรกิจ เข้าใจห่วงโซ่อุปทาน และการทำงานในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ด้วย”

4. บริหารธุรกิจ – สอนด้วยภาษาจีนและอังกฤษ ปลูกฝัง “วิธีคิดแบบซีอีโอจีน” เพื่อรับมือกับการขยายตัวของบริษัทจีนในไทยและภูมิภาค ซึ่งเป็นโอกาสมหาศาลสำหรับคนรุ่นใหม่ ครอบคลุมตั้งแต่สาขาการค้าระหว่างประเทศ สาขาการตลาด สาขาโลจิสติกส์ สาขาอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ และอุตสาหกรรมบันเทิง

ดร.นิธิวดี จรรยาสวัสดิ์ คณบดีวิทยาลัยนานาชาติจีน และหัวหน้าหลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาการจัดการธุรกิจระหว่างประเทศ (มุ่งเน้นธุรกิจจีน) เผยข้อมูลว่า “ปัจจุบันในไทยมีบริษัทจีนเข้ามาดำเนินธุรกิจแล้วกว่า 500 บริษัท แค่ในพื้นที่ EEC ก็ต้องการคนทำงานมากกว่า 150,000 ตำแหน่ง ทั้งระดับเทคนิคและระดับปริญญาตรี ยังไม่พูดถึงบริษัทไทยที่ทำงานร่วมกับบริษัทข้ามชาติจีน ที่ต้องการคนทำงานที่เข้าใจ และเชี่ยวชาญในการทำงานร่วมกับชาวจีน”

5. AI Engineering and Entrepreneurship หลักสูตรความร่วมมือระหว่าง ม.กรุงเทพ และ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (KMITL) เน้นสร้าง “วิศวกร AI ที่มีหัวใจผู้ประกอบการ” ให้เรียนรู้การสร้างไอเดียธุรกิจ และนำเสนอต่อลูกค้าจริงตั้งแต่ปีหนึ่ง หลักสูตรนี้จะเรียน 2 ปีแรก ณ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง และเรียน 2 ปีหลัง ณ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ

อ.ภัทรารัตน์ ตั้งนิสัยตรง ผู้อำนวยการหลักสูตรวิศวกรรมปัญญาประดิษฐ์ และการเป็นผู้ประกอบการ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ อธิบายว่า “หลักสูตรนี้ถูกออกแบบมาเพื่อแก้เพนพ้อยท์ให้กับวิศวกรในตลาดแรงงานไทย ไม่ให้เก่งแค่ภาษาคอมพิวเตอร์อย่างเดียว แต่เติมด้วยทักษะทางด้านธุรกิจ การตลาด การเงิน บัญชีและการสื่อสาร สร้างสปิริตของผู้ประกอบการให้นักศึกษา สามารถจบมาเป็นทั้งวิศวกรและเจ้าของธุรกิจได้ในคนเดียว”

ทาง ผศ.ดร.ดวงธิดา นันทาภิรัตน์ ผู้ช่วยอธิการบดีสายนานาชาติ และรักษาการคณบดีหลักสูตรนานาชาติและวิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เปิดเผยเพิ่มเติมว่า “65% คือสัดส่วนของ นักศึกษาต่างชาติ ใน Bangkok University International Programs โดยนักศึกษาเหล่านี้มาจาก 61 สัญชาติทั่วโลก และไม่ใช่แค่นั้น เพราะคณาจารย์ก็มาจาก 19 ประเทศทั่วโลกเช่นเดียวกัน จึงทำให้ International Programs สามารถส่งมอบสิ่งแวดล้อมและสังคม ที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม เหมาะแก่การบ่มเพาะนักศึกษาให้มีความยืดหยุ่น และปรับตัวเข้ากับสังคมใหม่ได้ตลอดเวลา ขณะเดียวกัน ก็มอบสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ที่จำเป็นกับโลกอนาคต ไม่ว่าจะเป็น Alibaba Cloud Academy AI Lab แห่งเดียวในไทย ห้องเรียนที่เปิดให้เข้าถึง Alibaba Cloud ฯ พร้อมเรียนรู้การทำงานจริงจากพาร์ทเนอร์บริษัทชั้นแนวหน้าของประเทศ”

ขณะที่อีกหนึ่งหลักสูตรยอดนิยมของมหาวิทยาลัยกรุงเทพ

การตลาดดิจิทัล (Digital Marketing) – ที่เน้น “ลงมือทำจริง 70%” จากโจทย์ของลูกค้าในภาคอุตสาหกรรม นักศึกษาต้องทำวิจัยตลาดจริง วางแผนจริง สะสมผลงานมืออาชีพ และมีโอกาสถูกดึงตัวไปทำงานตั้งแต่ยังไม่เรียนจบ

ทาง ดร.กิตติภูมิ ศุภมนตรี ผู้อำนวยการหลักสูตรการตลาดดิจิทัล กล่าวว่า “นักศึกษาจะถูกหล่อหลอมให้คิดอย่างรอบด้าน และปฏิบัติได้จริงภายใต้ข้อจำกัดทางธุรกิจ ทำให้บัณฑิตของ ม.กรุงเทพ มีความคิดสร้างสรรค์ที่ไม่ใช่ไอเดียเพ้อฝัน แต่เป็นสินทรัพย์ของโซลูชันที่นำไปใช้ได้จริง และพร้อมเป็นบุคลากรที่โลกอนาคตต้องการ”

ทั้งนี้ นอกจากหลักสูตรที่เข้มข้น ม.กรุงเทพ ยังให้ความสำคัญกับ “แคมปัสไลฟ์” เพื่อเติมเต็มประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับนักศึกษา ด้วยคอนเซ็ปต์ Universe within a University ที่พักนักศึกษาแห่งแรกในไทย ที่เน้นการสร้าง Safe Zone และ Community มีพื้นที่ส่วนกลางหลากหลาย ทั้ง Reading Pod, Game Room, Co-Kitchen และพื้นที่ภายนอก Atrium, Courtyard, สวนดาดฟ้า, ลานสเก็ตบอร์ด เพื่อรองรับทุกไลฟ์สไตล์ และการจัดกิจกรรมเสริมสร้างชุมชน มีห้องพักดีไซน์เรียบง่ายพร้อมฟังก์ชันครบครัน อยู่ห่างจากอาคารเรียนเพียง 5 นาที

หลักสูตรใหม่ และการปรับปรุงภูมิทัศน์การอยู่อาศัย เป็นการยกระดับการศึกษาครั้งใหญ่ของมหาวิทยาลัยกรุงเทพ เพื่อมุ่งเน้นการสร้างการศึกษาเพื่ออนาคต และการลงมือปฏิบัติจริง ให้นักศึกษา จบแล้ว ทำงานได้ทันทีเป็นบุคลากรแห่งอนาคตให้กับโลก.