เมื่อวันที่ 25 พ.ย. นายรุจิภาส มีกุศล สมาชิกวุฒิสภา จังหวัดสุรินทร์ โฆษกคณะกรรมาธิการการกฎหมายและการยุติธรรม วุฒิสภา พร้อมด้วยนายลาภิศ นามไพร ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ คณะกรรมาธิการการกฎหมายและการยุติธรรม วุฒิสภา นางวิภาวี นามเดช เลขานุการประจำคณะกรรมาธิการการกฎหมายและการยุติธรรม วุฒิสภา ลงพื้นที่ไปติดตามสถานการณ์การเกิดการระบาดของโรคปากเท้าเปื่อย (FMD) อย่างรุนแรงในวัวควาย พื้นที่ตำบลบุฤาษี อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ พบยอดวัว-ควาย ตายแล้วมากกว่า 300 ตัว

นายถวัลย์ โชติช่วง อายุ 73 ปี เจ้าของฟาร์มวัว “โชติช่วงฟาร์ม” กล่าวว่า ตนอยากให้ทางจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ช่วยเหลือในเรื่องยารักษาโรควัว-ควาย ชาวบ้านต้องหาซื้อยาฉีดเอง ตัวละร้อยบาทขึ้นต่อเข็ม ตัวละ 2 เข็ม นอกจากนี้พอวัว-ควายตาย ชาวบ้านต้องเสียเงินจ้างรถมาขุดหลุมฝังเองอีก 2,000 บาท บางคนก็ไม่มีเงิน อยากให้เยียวยาตรงนี้ หมู่บ้านนี้ตายไป 9 ตัว ปศุสัตว์อำเภอได้แต่มาพ่นยาฆ่าเชื้อเท่านั้น ยังไม่มีการเยียวยาอะไร

ด้านนายธีรภาพ ปลาดลาภ กำนันตำบลบุฤาษี กล่าวว่า เบื้องต้นตนได้ประสานผู้ใหญ่บ้านทุกหมู่บ้านช่วยประชาสัมพันธ์ และลงพื้นที่ไปช่วยดูแลชาวบ้าน ทั้งในเรื่องการเบิกยาวัคซีนต่างๆ ในการระรักษาจากปศุสัตว์อำเภอได้ฟรี ซึ่งปศุสัตว์ก็ได้ลงพื้นที่ แต่เนื่องด้วยหมอที่ลงพื้นที่ต้องระมัดระวัง อาจจะทำให้มีโอกาสที่โรคระบาดตามไปได้ ถ้าไม่มีการฆ่าเชื้อที่ดี โดยเฉพาะรองเท้าที่เดินไปตามคอก ชาวบ้านก็ให้เอาวัวออกมาและฉีดยา ไม่ให้เชื้อกระจายไปพื้นที่อื่น ส่วนที่ฝังก็ให้เก็บภาพถ่ายไว้ เวลามีการเยียวยาจะได้มีข้อมูลหลักฐาน และอย่าลืมไปลงทะเบียนไว้กับปศุสัตว์ด้วย หากไม่ลงทะเบียนอาจจะติดขัดในเรื่องการช่วยเหลือเยียวยาได้

ขณะที่ นายจำเริญ แหวนเพรช รองผู้ว่าราชการจังหวัด รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ จะได้มีการลงนามในวันนี้ 25 พ.ย. 68 เพื่อประกาศเป็นพื้นที่เฝ้าระวังโรคระบาดสัตว์ทั้งจังหวัด ซึ่งจะมีการเข้าควบคุมตรวจสอบอย่างเข้มข้นสูงสุดต่อไป รวมไปถึงการเยียวยากับเกษตรที่ได้รับผลกระทบด้วย.