จากสถานการณ์น้ำท่วมใหญ่ใน 10 จังหวัดภาคใต้ ได้แก่  จ.ประจวบคีรีขันธ์ จ.ชุมพร จ.สุราษฎร์ธานี จ.นครศรีธรรมราช จ.ตรัง จ.พัทลุง จ.สตูล จ.สงขลา จ.ปัตตานี จ.นราธิวาส และ จ.ยะลา  และโดยเฉพาะอำเภอหาดใหญ่ จ.สงขลา ที่จมบาดาลหนักหน่วงสุดในรอบหลาย สิบปี 

ธนาคารแห่งประเทศไทย ได้กำชับให้สถาบันการเงิน สถาบันการเงินเฉพาะกิจ และผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อรายย่อยที่มิใช่สถาบันการเงิน เร่งให้ความช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้อย่างเต็มที่ ซึ่งในส่วนของธนาคารของรัฐ ได้ออกมาตรการช่วยเหลือล่าสุด มาดังนี้

ธนาคารออมสิน

ออกมาตรการ พักชำระหนี้อัตโนมัติ ไม่คิดดอกเบี้ย นาน 3 เดือน เพื่อบรรเทาภาระหนี้ของลูกค้าธนาคารออมสิน จำนวนกว่า 100,000 ราย

– มาตรการพักชำระหนี้ นาน 3 เดือน – ครอบคลุมลูกหนี้สินเชื่อทุกกลุ่ม (ยกเว้นบางประเภทตามเงื่อนไข*) โดยมีหลักเกณฑ์สำคัญ คือ

– พักชำระหนี้อัตโนมัติ ทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย เป็นเวลา 3 เดือน สำหรับลูกหนี้ที่มีภูมิลำเนา ที่อยู่อาศัย หรือสถานที่ประกอบอาชีพในพื้นที่ภัยพิบัติตามประกาศของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) โดยดอกเบี้ยในช่วงเวลาพักชำระหนี้ธนาคารยกให้ทั้งหมด ลูกหนี้ไม่ต้องชำระภายหลัง ส่วนเงินต้นที่พักไว้จำนวน 3 งวด จะถูกรวมไปชำระในงวดสุดท้าย ซึ่งหากไม่สามารถชำระปิดบัญชีได้ ลูกหนี้สามารถขอปรับโครงสร้างหนี้และขยายระยะเวลาการผ่อนชำระหนี้เพิ่มเติม โดยไม่เสียประวัติเครดิต

 – นอกจากนี้ ธนาคารยังออกมาตรการผ่อนปรนหลักเกณฑ์เงื่อนไขตั๋วสัญญาใช้เงิน (P/N) ของลูกหนี้สินเชื่อเพื่อการประกอบธุรกิจสำหรับผู้ประสบภัยพิบัติที่มีสถานะ Non-NPLs และมีภูมิลำเนา ที่อยู่อาศัย สถานที่ประกอบอาชีพ สถานที่ประกอบธุรกิจ ที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ ที่มีตั๋วสัญญาใช้เงิน (P/N) ที่ครบกำหนด สามารถขยายวันครบกำหนดใช้เงิน 1 ครั้ง/ฉบับ ออกไปอีก 90 วัน

 

ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)

จัดมาตรการเร่งด่วน เพื่อดูแลและบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ลูกค้า

  • มาตรการเสริมสภาพคล่องและฟื้นฟูให้ลูกค้า วงเงินรวม 20,000 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนให้เกษตรกรลูกค้าที่ได้รับความเดือดร้อนสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนอัตราดอกเบี้ยต่ำในการนำไปสร้างหรือซ่อมแซมที่อยู่อาศัย โรงเรือนการเกษตร เครื่องมือ เครื่องจักรกลการเกษตร
  • โครงการสินเชื่อเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายฉุกเฉิน เพื่อเสริมสภาพคล่องเกษตรกรในด้านค่าใช้จ่ายทั่วไป เช่น ค่าอุปโภคและบริโภคที่จำเป็น อัตราดอกเบี้ย 0% นาน 6 เดือนแรก เดือนที่ 7 เป็นต้นไป คิดอัตราดอกเบี้ย MRR (ปัจจุบัน MRR เท่ากับ 6.625%) วงเงินกู้รายละไม่เกิน 50,000 บาท
  • โครงการสินเชื่อฟื้นฟูและพัฒนาคุณภาพชีวิต เพื่อเป็นค่าลงทุนในการซ่อมแซมบ้านเรือนและทรัพย์สิน  ค่าซ่อมเครื่องมือและอุปกรณ์การเกษตรที่ได้รับความเสียหายจาก    ภัยพิบัติ รวมถึงเป็นค่าใช้จ่ายในการทำการเกษตรรอบใหม่ วงเงินรายละไม่เกิน 500,000 บาท อัตราดอกเบี้ย MRR-2  

 ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.)

ออก 7 มาตรการ ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้ โดยมีไฮไลท์สำคัญ

  • มาตรการที่ 1 : สำหรับลูกค้าปัจจุบัน ลดเงินงวดและอัตราดอกเบี้ยเงินกู้เป็นระยะเวลา 1 ปี โดยพักชำระหนี้นาน  3 เดือน พร้อมลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้เหลือ 0% ต่อปี 3 เดือนแรก เดือนที่ 4 – 12 คิดอัตราดอกเบี้ยเพียง 2.00% ต่อปี  พร้อมลดเงินงวดลง 50% ของเงินงวดที่ชำระในปัจจุบัน เมื่อครบระยะเวลาให้ความช่วยเหลือ ลูกค้าสามารถกลับไปใช้ อัตราดอกเบี้ยเงินกู้เดิมต่อไป และลูกค้าที่ต้องการกู้เพื่อซ่อมแซมที่อยู่อาศัยสามารถเข้าร่วมโครงการสินเชื่อซ่อม – แต่ง  และสินเชื่อซ่อม- แต่ง Plus วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 3 แสนบาทต่อราย ระยะเวลาการกู้นานสูงสุด 5 ปี  
  • มาตรการที่ 2  สำหรับลูกค้าปัจจุบันและลูกค้าใหม่ กู้เพิ่มเพื่อซ่อมแซม หรือปลูกสร้างทดแทนหลังเดิม วงเงินกู้สูงสุดต่อราย ต่อหลักประกันไม่เกิน 2 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยเดือนที่ 1 – 3 เท่ากับ 0% ต่อปี พร้อมปลอดชำระเงินงวด,  อัตราดอกเบี้ยเดือนที่ 4 – 24 เท่ากับ 2.00% ต่อปี, อัตราดอกเบี้ยปีที่ 3 เท่ากับ MRR-3.30% ต่อปี (2.945% ต่อปี), ปีที่ 4 เท่ากับ MRR-2.40% ต่อปี (3.845% ต่อปี) และปีที่ 5 จนถึงตลอดอายุสัญญา กรณีลูกค้ารายย่อย เท่ากับ  MRR-0.50% ต่อปี, ลูกค้าสวัสดิการ เท่ากับ MRR-1.00% ต่อปี และกู้เพื่อซื้ออุปกรณ์หรือสิ่งอำนวยความสะดวก  
  • มาตรการที่ 3  สำหรับลูกค้าสถานะ NPL ที่หลักประกันได้รับความเสียหาย ให้ประนอมหนี้ระยะเวลาไม่เกิน 1 ปี

ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย  หรือ SME D Bank

  • มาตรการ “พักชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ย” สำหรับลูกค้าธนาคารที่ได้รับผลกระทบทางตรงและทางอ้อม  สำหรับกลุ่มเงินกู้ยืมแบบมีระยะเวลา (Term Loan) สูงสุดไม่เกิน 12 เดือน สัญญาเบิกเงินทุนหมุนเวียนประเภทตั๋วสัญญาใช้เงิน (P/N) และสินเชื่อแฟคตอริ่ง ขยายระยะเวลาชำระตั๋วสัญญาใช้เงินออกไปอีกสูงสุด 180 วัน และสามารถพักชำระดอกเบี้ยได้
  • มาตรการ “เติมทุนฉุกเฉิน เพื่อซ่อมแซมฟื้นฟูกิจการ”  วงเงินกู้ 10% ของวงเงินเดิม ขั้นต่ำ 30,000 บาท ถึงสูงสุด 200,000 บาท (บุคคลธรรมดา สูงสุด 100,000 บาท และนิติบุคคล สูงสุด 200,000 บาท)  อัตราดอกเบี้ย MLR ต่อปี ระยะเวลากู้ 3 ปี ปลอดชำระเงินต้น 12 เดือน ไม่ต้องมีหลักประกัน ยกเว้นค่าธรรมเนียม ลดกระบวนการนำส่งเอกสารในการช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบทางตรงเป็นการเร่งด่วน
  • สินเชื่อช่วยเติมทุนเพิ่มเติม สำหรับเสริมสภาพคล่อง ลงทุน ยกระดับธุรกิจ ภายหลังสถานการณ์อุทกภัยคลี่คลาย อัตราดอกเบี้ยพิเศษเพียง 3% ต่อปี คงที่ตลอด 3 ปีแรก ผ่อนชำระนานสูงสุด 10 ปี ปลอดชำระหนี้เงินต้นสูงสุด 12 เดือน วงเงินกู้สูงสุด 15 ล้านบาท ได้แก่ 1.สินเชื่อ “SME Green Productivity” 2.สินเชื่อ “ปลุกพลัง SME” และ 3.สินเชื่อ “Beyond ติดปีก SME”

บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.)

ได้ออกมาตรการเร่งด่วน ช่วยเหลือลูกค้า บสย. และลูกหนี้ที่ บสย. แบ่งเป็น 2 กลุ่ม ดังนี้

1. มาตรการช่วยเหลือลูกค้า ผ่อนผันการชำระค่าธรรมเนียมค้ำประกันสินเชื่อ และค่าจัดการค้ำประกัน โดยพักชำระออกไปอีก 6 เดือน นับจากวันถึงกำหนดชำระค่าธรรมเนียม สำหรับผู้ประกอบการ SMEs ที่ บสย. ค้ำประกันสินเชื่อ ที่จะครบกำหนดชำระตั้งแต่วันที่ 14 พฤศจิกายน 2568 ถึงวันที่ 15 ธันวาคม 2568

2. มาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ พักชำระค่างวดเป็นระยะเวลา 6 เดือน สำหรับลูกหนี้ที่ บสย. จ่ายเคลม ซึ่งอยู่ในระหว่างผ่อนชำระตามแผนปรับโครงสร้างหนี้ และไม่ผิดนัดชำระหนี้ ระยะเวลารับคำขอตั้งแต่วันที่ 14 พฤศจิกายน 2568 ถึงวันที่ 15 ธันวาคม 2568