นายธีรเดช ดํารงค์พลาสิทธิ์ หัวหน้าคณะผ้บริหาร ด้านกล่มธุรกิจองค์กร บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวในงานสัมนา “POSTTODAY THAILAND SMART CITY 2026 หัวข้อ “Data Center – พลิกประเทศ” ว่า  การขับเคลื่อนนวัตกรรมและพัฒนาประเทศไทยด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ), คลาว์ด, และ ดาต้า คือปัจจัยที่ขาดไม่ได้ในการนำพาประเทศไทยสู่ยุคใหม่ โดยปัญญาประดิษฐ์ มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการสร้างสรรค์นวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ๆ ให้กับภาคธุรกิจในประเทศไทย อย่างไรก็ตาม องค์ประกอบสำคัญที่ทำให้ เอไอ เติบโตได้คือ คลาว์ด ที่ถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับการพัฒนา เอไอ

“ตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา เทคโนโลยีได้พัฒนาไปอย่างก้าวกระโดด จากการเชื่อมต่อพื้นฐาน เช่น เออาร์ และ ไอโอที สู่แพลตฟอร์มแบบเรียลไทม์, ระบบอัตโนมัติ, และโซลูชันที่ขับเคลื่อนด้วย เอไอ โดย ปัจจุบันภาคธุรกิจกำลังก้าวข้ามจากการใช้ข้อมูลในอดีตไปสู่ระบบอัตโนมัติเต็มรูปแบบ และการสร้างดิจิทัล กรีน  ซึ่งการพัฒนาดังกล่าวเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว โดย เอไอ มีการพัฒนาอย่างรวดเร็วเป็นรายเดือน และ คลาว์ด ก็พัฒนาตามไปด้วยเช่นกัน”

นายธีรเดช กล่าวต่อว่า  การใช้ ดาต้า และ เอไอ สามารถเพิ่มผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ได้ถึง 1.5% ถึง 2.5% และช่วยการลดต้นทุนการดำเนินงานได้ถึง 47-50% ในบางภาคส่วน และสำหรับธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ เอสเอ็มอี สามารถลดต้นทุนได้ถึง 40-60% นอกจากนี้ยังสามารถเพิ่มการมีส่วนร่วมของประชาชนในการเข้าถึงบริการภาครัฐได้ถึง 15-20% อย่างไรก็ตามมองว่า คลาว์ด เซอร์วิส จะเป็นหัวใจขับเคลื่อนเอไอ  และช่วยพลิกโฉมเศรษฐกิจไทยสู่ยุคใหม่ โดยทางทรู ได้วางบทบาทตัวเองในฐานะผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะ และเป็น ผู้ส่งเสริมระดับประเทศ เพื่อขับเคลื่อนศักยภาพของประเทศ ด้วยการให้บริการโครงสร้างพื้นฐานด้านการเชื่อมต่อ เช่น 5จี ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการเข้าถึงและประมวลผลข้อมูล โดยตั้งเป้าว่าภายในปี  73 จะช่วยเสริมศักยภาพให้กับทั้งประชาชนและหน่วยงานภาครัฐด้วยเทคโนโลยีเหล่านี้

“ทรูกำลังพัฒนาแพลตฟอร์ม “Intelligent One” เพื่อรวมข้อมูลจากแหล่งต่างๆ ทั้งผู้บริโภค ธุรกิจ และ SME และใช้ API ในการสร้าง “มุมมองเดียวของประชาชน” หริอ Single View of Citizen  รวมถึง  “การไฮเปอร์-ส่วนบุคคล”  หรือ Hyper-Personalization ซึ่งจะทำให้การให้บริการตรงจุดยิ่งขึ้น”